ขอนแก่นเนอร์สซิ่งโฮมยืนยันธุรกิจยังเดินหน้าแม้ในสถานการณ์โควิดระบาด

โควิด19

ขอนแก่น – สถานบริบาลผู้สูงอายุในขอนแก่นปรับตัวเพิ่มมาตรการเข้มรับมือไวรัสโควิด ยืนยันไม่หนักใจแม้จะมีกลุ่มเสี่ยงอยู่รวมกัน เน้นปลอดภัยสูงสุดทุกด้าน

นางดวงจิตร ปริตตะอาชีวะ ผู้บริหารศูนย์ขอนแก่นเนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้สูงอายุที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ขอนแก่น ได้เล่าให้ทีมข่าว 77ข่าวเด็ด ฟังว่า ที่นี่เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 มีจำนวนเตียงที่รับได้สูงสุดคือ 40 เตียง จากเดิมที่มีอยู่ 30 เตียงได้ขยายเป็น 40 เตียง ตอนนี้มีผู้สูงอายุที่ดูแลอยู่คือ 33 เตียง และก็ยังมีผู้แสดงความต้องการจะเข้ามาเรื่อยๆ

เมื่อสอบถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาไวรัสโควิด-19 ผู้บริหารศูนย์ขอนแก่นเนอร์สซิ่งโฮม กล่าวว่า “ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรง เพราะตั้งแต่เกิดสถานการณ์แบบนี้ ทางญาติๆ ก็ยิ่งอยากจะฝากพ่อแม่ไว้ที่เรามากกว่า เพราะถ้าเอากลับไปบ้าน บางทีความเสี่ยงจะมากกว่าที่นี่ด้วยซ้ำ เพราะที่นี่จะมีลักษณะเป็นสถานที่ปิด โอกาสที่จะมีผู้คนสัญจรพลุกพล่านน้อยมาก หลายคนก็บอกว่าถ้าเอากลับ ไปบ้าน บางทีก็อยู่รวมกันหลายคน การแยกห้องบางทีทำได้ยาก แต่ละคนก็ยังมีภาระที่ต้องออกไปไปทำงาน ไปเจอผู้คนซึ่งอาจจะรับเชื้อเข้ามาในบ้านได้

แต่ยอมรับว่า ตั้งแต่มีเรื่องโควิดก็ได้วางมาตรการเพิ่มหลายอย่าง ตั้งแต่แรกที่มีข่าวการระบาดในจีน ที่นี่ก็จะจำกัดจำนวนคนเข้าเยี่ยม เช่นไม่ให้เข้าเยี่ยมกลุ่มใหญ่ มา 5 คนอาจจะให้สัก 2 คนเข้ามา  ส่วนที่เหลือจะให้นั่งคุยข้างนอก คุยกันห่างๆ แต่พอระยะหลังที่โรคเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น ตอนนี้เราก็งดเยี่ยมเลย ถ้าจะติดต่อกันก็จะให้ LINE หรือให้โทรศัพท์มา จริงๆ ปกติก่อนที่จะมีเรื่องโควิดเราก็จะให้วีดีโอคอลคุยกันอยู่แล้ว

และอีกอย่างหนึ่งก็คือพอมีสถานการณ์เรื่องโควิด เราก็จะส่งข่าวสารให้ญาติได้ทราบบ่อยขึ้น เช่นเรื่องสุขภาพร่างกาย อารมณ์ ความคิด ข้อความที่อยากสื่อสารกัน เพราะในช่วงนี้อาจจะพบกันได้น้อยลง แต่สำหรับญาติๆ ที่นี่ ทุกคนจะมีความรู้อยู่แล้ว ทุกคนจะระวังตัว รู้ว่าความเสี่ยงคืออะไร บ้าง บางคนก็เลือกที่จะไม่เข้ามาพบผู้สูงอายุ แต่จะคุยกันอยู่ห่างๆ หรือแค่เอาของมาส่งให้ ในเรื่องของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไม่ใช่เรื่องที่หนักใจ เพราะว่าญาติๆ ให้ความร่วมมือดีมาก ทุกคนติดตามข่าวสารหมด

ในส่วนมาตรการอื่นๆ ที่เราต้องเข้มงวดขึ้น เริ่มแรกคือ เรื่องของพนักงานที่นี่ เรามีคนดูแลอยู่ 23-24 คน เราก็จะให้ความรู้กับพนักงานก่อนอันดับแรก ในเรื่องของการดูแลทำความสะอาดร่างกาย ลดความเสี่ยงการไม่ไปในที่ชุมชน ก่อนมาทำงานต้องทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย รู้จักการระวังตัวหากต้องไปในที่ชุมชน ตอนนี้พนักงานทุกคนจะต้องสวมหน้ากากตลอดเวลาโดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ใกล้กับผู้สูงอายุ ไม่จะเป็นตอนป้อนข้าว อาบน้ำ วัดความดัน ทำแผล หรือทำความสะอาดร่างกาย

แล้วก็เพิ่มการดูแลเรื่องความสะอาดของสถานที่ ปกติเราก็มีการทำความสะอาดอยู่แล้วทุกวัน แต่ในช่วงนี้ก็เพิ่มการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่พื้นด้วย การเช็ดทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นมือจับประตู ราวเตียง ทุกอย่างที่ผู้สูงอายุจะต้องสัมผัส ในส่วนของเตียงเราจะจัดให้อยู่ห่างกัน 1.20 เมตรโดย ประมาณอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ได้ขยายสถานที่ออกไปก็สามารถจัดให้เตียงมีระยะห่างกันได้มากขึ้น

อีกเรื่องคือการไปจ่ายตลาดของแม่ครัว จากเดิมที่เราไปทุกวันเพื่อให้ได้ของสด ใหม่ ตอนนี้เราเปลี่ยนให้ไปสัปดาห์ละครั้ง ไปซื้อมาเก็บไว้เลย เพื่อลดการที่แม่ครัวของเราจะต้องออกไปรับความเสี่ยงจากในที่ชุมชนมา

แต่ก็มีบางกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นกรณีที่คนไข้ของเราต้องไปหาหมอตามนัด สิ่งที่เราเพิ่มความระวังมากขึ้นก็คือ พนักงานที่ไปนอกจากจะต้องใส่แมส ต้องล้างมือ มีสเปย์แอลกอฮอล์และเจลติดตัวเพื่อไปทำความสะอาด แล้วก็ลูบทำความสะอาดมือให้ผู้สูงอายุบ่อยๆ และเมื่อกลับมาถึงศูนย์ฯ ปกติเราจะให้ผู้สูงอายุอาบน้ำก่อนจะขึ้นเตียง แต่ในช่วงนี้เราก็จะเพิ่มขั้นตอนคืออาบน้ำสระผม หรือต้องคลีนให้สะอาด ก่อนที่จะขึ้นเตียง ก็คือเพิ่มความสะอาดให้มากขึ้นกว่าเดิม ระมัดระวังมากขึ้นอีก

“เพราะจุดที่เสี่ยงของเราก็คือการที่พาผู้สูงอายุออกไปหาหมอข้างนอก แล้วก็ในเรื่องของพนักงานของเราเอง เพราะถ้ามีผู้ติดเชื้อหลุดเข้ามาได้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเรา เพราะที่นี่ทุกคนจะอายุเกิน 70 กันหมด หลายคนก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคือเราจะให้มีการติดเชื้อไม่ได้เลย เราถึงต้องเข้มงวดกับพนักงานของเรามาก ในกลุ่มพนักงานเราเอง พอเขาได้ข้อมูลอะไรมา เขาก็มาแชร์ มาบอกกัน เขาก็ช่วยกันระวังอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ค่อนข้างพอใจที่พนักงานของเราทุกคนอยู่ในระเบียบวินัยมาก”  ผู้บริหารศูนย์ขอนแก่นเนอร์สซิ่งโฮม กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น