X

ชายแดนนครพนมยังปึ๊ก ผวจ.ฯ สั่งคุมเข้ม 24 ชม.สกัดนำเข้าเชื้อโควิด

นครพนม – ชายแดนนครพนมยังปึ๊ก ผวจ.ฯ สั่งคุมเข้ม 24 ชม.สกัดนำเข้าเชื้อโควิด หน่วยงานความมั่นคงจับกุมแล้วเกือบ 20 คน

วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมได้รายงานสถานการณ์การคุมเข้มตลอดแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะแอบเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ หลังสาวไทยที่ไปทำงานอยู่บ่อนคาสิโนฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา อยู่ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แล้วลักลอบกลับเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ พร้อมนำเข้าเชื้อไวรัสโควิด-19 มาด้วย จนกลายเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้ และหวั่นจะเกิดการแพร่ระบาดรอบสอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้หน่วยงานผู้ปฏิบัติควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยแบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจน ดังนั้นศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) กระทรวงมหาดไทย(ศบค.มท.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ถือปฏิบัติตามข้อสั่งการดังกล่าวโดยเคร่งครัด

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จึงสั่งการไปยังหน่วยงานความมั่นคง บูรณาการร่วมกันลาดตระเวนตามแนวฝั่งแม่น้ำโขง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นต่างด้าวลักลอบเข้ามายังฝั่งประเทศไทย ซึ่งมีการจับกุมแรงงานชาวลาวและผู้นำพาชาวไทยได้หลายครั้ง

ล่าสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) ได้จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวลาวจำนวน 2 คน ที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อจะมารับจ้างกรีดยางพารา หรือก่อนหน้านี้ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ตชด.236) จับกุมชาวลาวชายหญิงรวม 4 คน ที่พยายามจะลักลอบไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ กทม. เป็นต้น ซึ่งรวมๆแล้วหน่วยงานความมั่นคง สามารถจับกุมแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายได้เกือบ 20 คน

หลังมีข่าวสาวไทยลอบเข้าประเทศในช่องทางธรรมชาติ และนำเข้าเชื้อโควิดจากประเทศเมียนมา จนสร้างความหวาดระแวงกับประชาชนชาวไทยเป็นวงกว้าง ฉะนั้นตามแนวแม่น้ำน้ำโขงตะเข็บรอยต่อชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้ม ซึ่งขณะรายงานยังไม่พบต่างด้าวลอบเข้าเมือง หลังถูกจับกุมตัวแล้วผลักดันกลับประเทศไปแล้วเกือบ 20 คน

สำหรับการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี มีดังต่อไปนี้  1.ในพื้นที่ชายแดน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำลังป้องกันชายแดน ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันมิให้มีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่ชายแดน หากพบการลักลอบเข้าประเทศ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น

2.ในพื้นที่ตอนใน ให้ประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคล  และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยดำเนินการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับ-ส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้าและออกของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

3.ในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ สำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทาง  เข้ามาในหมู่บ้านและชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้านและชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง โดยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบและดำเนินการ หากพบบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข หากพบการละเมิดให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัยหรืออาญา

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน