300 ชีวิตปั่นจักรยานฝ่าสายฝน เชิญชวนปกป้องสถานบันฯ

ปราจีนบุรี – 300 ชีวิตปั่นจักรยานฝ่าสายฝน เชิญชวนปกป้องสถานบันฯ ดาราแฝดนักบุญ “บิณฑ์-เอกพันธุ์” ชูพระบรมฉายลักษณ์ ร.10

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 22 พ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งว่าที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี มีขบวนรถจักรยานจากชมรมคนปราจีนบุรี ปกป้องสถาบันกว่า 300 คน นำโดยมีนายโอรส วงษ์สิทธิ์ อดีต ผวจ.ปราจีนบุรี นายวิฑูรย์ นาคะเสถียร อดีต รอง ผวจ.บุรีรัมย์ ร่วมเป็นประธานปล่อยแถวขบวนรถจักรยาน “คนปราจีนบุรี ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” กว่า 300 คัน ซึ่งล้วนสวมเสื้อเหลืองพร้อมธงชาติธงตราประจำรัชกาลที่ 10 ปล่อยแถว ขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์ รถจักรยาน ขี่เชิญชวนประชาชนรอบตัวเมืองปราจีนบุรี เชิญชวนให้ประชาชนมาฟังการปราศรัย “คนปราจีนบุรี ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” ในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 ที่มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ต่อพสกริกรชาวปราจีนบุรี ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายตกลงมาโดยไม่มีใครย่อท้อ ต่อมาเวลา 16.30 น. ได้มี 2 ดาราคู่แฝดนักบุญ นายบิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เดินทางมาร่วมเชิดชู-ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกับชาวปราจีนบุรีทั้ง 7 อำเภอทั่วจังหวัด ที่รออยู่ที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 อีกกว่า 1,000 คน ที่ต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลือง ชูพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ร.10 ธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ประจำรัชกาล และพร้อมแสดงพลังส่งเสียงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ “ทรงพระเจริญ” ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 พร้อมกับ มีอาหาร-เครื่องดื่มบริการฟรี

ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาได้ต่างไปขอบันทึกภาพกับ 2 ดาราแฝดนักบุญเนืองแน่น จากนั้นเวลา 17.00 น.ได้จัดให้มีการบันทึกภาพประวัติศาสตร์หน้าลานพระบรมรูป ร.5 และ การปราศรัยถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ต่อพสกนิกรทั่วประเทศ ผู้ปราศรัยประกอบด้วย นายโอรส วงษ์สิทธิ์ อดีต ผวจ.ปราจีนบุรี นายวิฑูรย์ นาคะเสถียร อดีต รอง ผวจ.บุรีรัมย์ โดยเน้นที่ จ.ปราจีนบุรี อาทิ สมัยรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเกี่ยวข้าวในแปลงนา โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ที่ ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2541 ชาวนาปราจีนบุรีและพสกนิกรรู้สึกปลาบปลื้มมิรู้ลืม พร้อมกับ ร.10 ทรงเสด็จเปิดเขื่อนนฤบดินทรจินดา หรือเขื่อนห้วยสโมง ในพระราชดำริรัชกาลที่ 9 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี แหล่งน้ำขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายในพระราชดำริในประเทศ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.60 โดยโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา หรือชื่อเดิมว่า โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ผลักดันน้ำเค็ม น้ำเน่าเสีย ในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง เพื่อรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำสำหรับให้ราษฎรใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี การส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่ ร.10 ทรงเคยเสด็จเป็นประธานพิธีทอดกฐินพระราชทาน ที่วัดแก้วพิจิตร อ.เมืองปราจีนบุรี วัดที่มีพระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสาน 4 ชาติ สวยงามที่สุดในประเทศ (ไทย ยุโรป จีน กัมพูชา) ซึ่งก่อสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้น

ต่อมาเวลา 17.30 น.นายบิณฑ์ นายเอกพันธุ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ร่วมปราศรัยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกล่าวสรุปใจความได้ว่า“เดินทางมา จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพื่อร่วมแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันหลักของประเทศศูนย์รวมจิตใจประชาชนทั้งชาติ จะไม่ให้ใครมาบ่อนทำลายได้ ที่ผ่านมาได้ร่วมเดินทางไปแสดงพลังปกป้องสถาบันฯทั้งประเทศในหลายจังหวัดมาแล้วและยังจะเคลื่อนไหวต่อไปอีก โดยไม่เกี่ยวข้องกับด้านการเมืองหรือสีเสื้อใด ๆ เป็นพลังบริสุทธิ์ปกป้องพระมหากษัตริย์ไทย” นายบิณฑ์กล่าวในที่สุด

นายเฉวียน กาญจนสุนทร แกนนำชมรมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า “ที่ผ่านมาสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกกลุ่มบุคคลจาบจ้วง ทำให้ชาวปราจีนบุรี ในทุก ๆ ฝ่าย ต้องแสดงออกถึงพลังคนปราจีนบุรี จะไม่ยินยอมให้ผู้ใดผู้หนึ่งมากล่าวให้ร้ายได้ จึงจัดขบวนรถจักรยานปั่นเชิญชวนรอบตัวเมือง การปราศรัยให้ทราบถึงพระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์ด้านต่าง ๆ ต่อประเทศไทย ต่อ จ.ปราจีนบุรีที่เห็นเป็นรูปธรรม จากนั้น ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีแสดงความจงรักภักดี-ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกัน พร้อมมีอาหาร-เครื่องดื่มบริการผู้มาร่วมกิจกรรมฟรีทุกท่าน

—————————-
ข่าว-ภาพโดย/ลักขณา สีนายกอง

 

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"