X

ชาวบ้านสุดทน บุกโรงพัก แจ้งความหวังเอาผิดนายอำเภอ  ฐานละเลยปล่อยนายทุนฮุบที่สาธารณะ

()

นครพนม – วันที่ 22 พ.ค.62 เวลา 15.00 น. นายยุทธพงศ์ สินทา สารวัตรกำนันตำบลท่าจำปา นายพันธุ์ ชมภูพระ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9  และนายทวี สาเส็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 บ้านห้วยพระ ต.ท่าจำปา นำชาวบ้านทั้งสองหมู่ จำนวน 22 คน ที่ได้รับความเดือดร้อน กรณีถูกนายทุนออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ทำกิน และที่ดินสาธารณะพร้อมทำรั้วกันห้ามชาวบ้านเข้าทำกินจนได้รับความเดือดร้อนกว่า สามร้อยหลังคาเรือ  ได้เดินทางไปที่ สภ.ท่าอุเทนเพื่อจะแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายอำเภอท่าอุเทนในฐานะผู้ดูแลสาธารณะประโยชน์ของแผ่นดิน ฐานปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการใดๆ ต่อนายทุนที่รุกล้ำที่สาธารณะประโยชน์ ห้วยหลง ห้วยบ่อและห้วยจ่องล่อง

โดยทั้งหมดได้พบกับ พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน ที่ออกมาพบกับชาวบ้านพร้อมขอเจรจาให้ชาวบ้านใจเย็นๆ หลังรับทราบปัญหาของชาวบ้านแล้ว พ.ต.อ. นที ได้เปิดเผยว่า ตนจะขอปรึกษาและประสานกับทางนายอำเภอท่าอุเทน คือว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่และที่ดินจังหวัดนครพนมสาขาท่าอุเทน เจ้าของพื้นที่ก่อนเพื่อให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เสียก่อน

โดยนายยุทธพงค์ สินทา สารวัตรกำนัน ตำบลท่าจำปา อ.ท่าอุเทนจังหวัดนครพนม แกนนำชาวบ้าน เปิดเผยว่า กลุ่มนายทุนที่มาลงทุนปลูกยางพาราในพื้นที่ ได้ออกโฉนดทับที่สาธารณะ และรุกล้ำเข้าไปทับที่ดินของชาวดิน และฮุบหนองน้ำสาธารณประโยชน์ ซึ่งการที่นายทุนออกเอกสารสิทธิ์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดนครพนมเมื่อปี 2557 สรุปออกมาแล้วว่ามีการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากออกทับที่สาธารณะประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เห็นควรส่งเรื่องให้กรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งกฎหมายที่ดิน แต่เรื่องกลับเงียบหายไปกว่า 5 ปี จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นพวกตน จึงอยากให้นายอำเภอเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มนายทุนที่ฮุบที่ดินสาธารณะเสียทีและได้เคยแจ้งด้วยวาจาและทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เชิญบุคคลทั้งสองลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์หากยังไม่ดำเนินการอีกพวกตนจะร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป  ซึ่ง พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน รับเรื่องและให้ร้อยเวรลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมรับปากจะดำเนินการตามที่ชาวบ้านต้องการ ทั้งหมดจึงเดินทางกลับ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นคาราคาซังนานนับสิบปี กรณีชาวบ้านห้วยพระ หมู่ 9 และ หมู่ 14 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถูกนายทุนต่างถิ่นเข้ามาฮุบที่ดินทำกิน ถึงขณะนี้หลายพันไร่ และที่ดินส่วนใหญ่ออกทับเอกสารสิทธิเดิมของชาวบ้าน และบางส่วนออกทับที่สาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน  โดยมีคนในหมู่บ้านบางคนรู้เห็นเป็นใจ

โดยแต่เดิมชาวบ้านที่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาติพันธ์ ไทใส้ จำนวนกว่าสามร้อยหลังคาเรือนได้ปักหลักทำกินในที่ดินบริเวณนี้มาหลายชั่วอายุคน จนกระทั่งราวๆ ปี 2530 ก็มีกลุ่มคนเข้ามาขอซื้อที่ของชาวบ้านซึ่งตอนนั้นจะมีเอกสารเป็น นส.2 หรือใบจองนั่นเอง ชาวบ้านบางคนก็ขายให้ไป กลุ่มคนดังกล่าวจึงนำใบจองไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนด ขณะนั้นกระแสการปลูกยางพาราในภาคอิสานกำลังบูม ที่ดินแปลงใหญ่จึงเป็นที่ต้องการของกลุ่มทุนแต่มีเงื่อนไขจะต้องเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดเท่านั้น กลุ่มคนดังกล่าวจึงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่ดินบางคนในขณะนั้นทำการซิกแซกออกรังวัดที่ดินออกโฉนด เพื่อขายต่อให้กับกลุ่มทุนที่จะมาปลูกยางพารา โดยหลังออกโฉนดแล้วก็จะนำไปขายต่อให้กับกลุ่มทุนที่ปลูกยางพาราทันที กว่าชาวบ้านจะรู้เรื่องก็ถูกฟ้องขับไล่ที่ เมื่อผู้ซื้อเข้าบุกเบิกพื้นที่เพื่อปลูกยางพาราแล้ว โดยที่ดินบริเวณดังกล่าวตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนที่ปลูกยางพารากว่า สี่พันไร่ โดยโฉนดที่ออกบางส่วนออกทับที่ทำกินของชาวบ้าน บางส่วนรุกล้ำเข้าไปฮุบเอาที่ดินสาธารณประโยชน์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งมีแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างน้อย 3 แห่ง คือ ห้วยจ้องล่อง ห้วยหลง และห้วยบ่อ นายทุนได้ใช้รถแบ็คโฮเข้าไปเบิกปรับพื้นที่ โดยเฉพาะหนองน้ำห้วยบ่อ เป็นแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันกว่า 400 ไร่ ถูกนายทุนใช้รถแบ็คโฮขุดเปิดร่องเพื่อระบายน้ำจนแห้งขอด โดยอ้างว่าตนมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด ทั้งๆที่แหล่งน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากินเป็นแหล่งน้ำเลี้ยงสัตว์และหาปูหาปลามานานหลายร้อยปีแล้ว และมีลักษณะเป็นหนองน้ำและลำห้วยอย่างชัดแจ้งซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามไม่สามารถออกโฉนดได้

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน