น่าเป็นห่วง!! แรงงานเมียนมา รง.สับปะรดฯ ติดเชื้อโควิด 115 ราย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลหัวหิน  ฝ่ายปกครอง   ทหาร เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในโรงงานสับปะรดฯดังกล่าวเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา  200  เตียงเบื้องต้นหลังตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 115 ราย    ล่าสุดปิดโรงงานฯแล้ว ขณะที่แรงงานเมียนมาทยอยเข้ากักตัวในโรงงานเป็นเวลา 14 วันกว่า 400 ราย ที่เหลือด้านนอกต้องเร่งให้กลับเข้ามาก่อนแพร่ระบาดหนัก  ส่วนชาวบ้าน ร้านค้า  รอบโรงงานฯต่างหวาดกลัวไม่กล้าออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่ฯเร่งฉีดพ่นฆ่าเชื้อทั้งร้านค้า ห้องเช่า และตามไทม์ไลน์ที่ผู้ป่วยเดินทางไปในแต่ละราย

(วันที่ 7 พฤษภาคม 2564)   หลังจากนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์   ร่วมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยมีการถ่ายทอดการประชุมทางไกลกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์     เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่โรงงานสับปะรดกระป๋อง ควอลิตี้ ไพน์แอปเปิล โปรดักส์ จำกัด  ตั้งอยู่ริมถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี หมู่ที่ 3 บ้านหนองนกน้อย ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน ภายหลังตรวจพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนคลัสเตอร์ใหญ่ในกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา ซึ่งจากการเก็บสารตัวอย่างสารคัดหลั่งกลุ่มแรงงานที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 257 รายส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ล่าสุดผลออกมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19แล้วจำนวน 115 ราย

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหัวหิน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวหินได้เข้าสอบสวนและทำการควบคุมโรค พร้อมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลหินเหล็กไฟ   ได้เข้าทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งภายในโรงงาน ห้องพักของแรงงานชาวเมียนมา ในบริเวณโรงงาน รวมถึงห้องเช่าของกลุ่มแรงงานเมียนมา และบ้านเรือน ร้านค้าประชาชนบริเวณใกล้เคียงตามหมู่บ้านต่างๆ ของตำบลหินเหล็กไฟ และตามไทม์ไลน์ที่ผู้ป่วยมีการเดินทางในแต่ละวัน  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 4

นายปัญญา กอนใย  ผู้ใหญ่บ้านหนองนกน้อย  กล่าวว่าการระบาดจากแรงงานเมียนมาตัวเลขวันนี้ทราบว่ามากกว่า 100 รายนั้นรู้สึกน่าเป็นห่วงซึ่งอาจจะมีผลทยอยต่อเนื่องอีก  และหวั่นจะเข้ามาแพร่เชื้อในชุมชนหมู่บ้านทั้งที่ใกล้โรงงานและหมู่บ้านต่างๆในตำบลหินเหล็กไฟ  เนื่องจากแรงงานมีการเคลื่อนย้ายเดินทางไปมาและมีการติดเชื้อโควิ-19 ผ่านมาหลายวันแล้ว ตนเองได้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ และออกไปแจ้งเตือนสร้างความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแรงงานเมียนมาที่มีการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงงานสับปะรดในพื้นที่เพื่อให้ชาวบ้านมีความเข้าใจ ช่วยกันป้องกันตนเองให้ปลอดจากการติดเชื้อพร้อมเน้นย้ำให้ทุกครัวเรือนอยู่บ้านเท่านั้น และทราบว่าโรงงานหยุดการผลิตแล้ว และมีการใช้โรงงานเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม

เช่นกันนายนิคม เกตุกระจ่าง เจ้าของมินิมาร์ทบ้านหนองซอ   กล่าวว่าต้องร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.หินเหล็กไฟ  เข้ามาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในร้านวันนี้ เพราะที่ร้านมีทั้งแรงงานเมียนมา และชาวบ้านเดินทางมาซื้อของเป็นจำนวนมาก  ประกอบกับก่อนหน้านี้มีร้านค้าที่บริเวณสี่แยกบ้านหนองตะเภา มีลูกจ้างแรงงานเมียนมาติดโควิด-19 ด้วยเช่นกันจึงต้องเฝ้าระวัง หลังจากนี้จะนำเชือกมากั้นบริเวณทางเข้าร้านเอาไว้หากลูกค้ามาซื้อของ จะให้อยู่แนวเชือกเท่านั้นโดยทางร้านจะเป็นผู้หยิบของมาส่งให้ลูกค้าเองทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยทั้งทางร้านและลูกค้า เพราะตอนนี้การติดเชื้อมีจำนวนมากและไม่มั่นใจว่าผู้ติดเชื้อเดินทางไปไหนมาบ้าง

นายสมศักดิ์ อ่วมทอง   ชาวบ้านหนองนกน้อย   กล่าวว่าบ้านตนเองอยู่กันหลายคนภายในบ้าน มีการป้องกันเพราะรู้สึกกลัว  คนในบ้านไม่กล้าออกไปซื้อของนอกบ้านจะออกไปเพียงคนเดียวและจะซื้อมาเก็บเอาไว้โดยหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในจุดเสี่ยงและพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก โดยเฉพาะตลาดนัด   ที่บ้านเน้นสวมใส่แมสกันทุกคนหากต้องออกไปด้านนอก  และต้องหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เชื่อว่าจะมีความปลอดภัยมากกว่าในระยะนี้  รวมทั้งเห็นด้วยที่มีการตั้งโรงพยาบาลสนามในโรงงานฯ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลหัวหินด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนความเคลื่อนไหวที่โรงงานสับปะรดกระป๋องในช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงค่ำวันนี้หลังโรงงานหยุดการผลิตและใช้โรงงานเป็นที่สถานที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม และสถานที่กักตัว  ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งสาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวหิน  ทหาร กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทหารโรงเรียนนายสิบทหารบก ทหารมณฑลทหารบกที่ 15 และส่วนเกี่ยวข้องกว่า 50 นาย     ใช้รถทหารบรรทุกนำเตียงกระดาษจากโรงพยาบาลหัวหิน และอุปกรณ์ต่างๆทยอยเข้ามาโรงงานอย่างต่อเนื่องและช่วยกันติดตั้งโดยใช้อาคารที่เป็นโรงอาหารเป็นโรงพยาบาลสนาม  รองรับ 200  เตียงเบื้องต้นมีแรงงานเมียนมาทยอยเดินทางเข้ามาแล้วในขณะนี้ 402รายแบ่งเป็นที่อยู่ในบ้านพักของโรงงานอยู่แล้ว 202 ราย และที่เรียกเข้ามากักตัวอีก  200 ราย ส่วนผู็ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 115 ราย ยังอยู่ตามที่พัก(ในวันนี้ 8 พฤษภาคม 2564 ) มีการในักให้ผู้ป่วยเดินทางมาที่โรงงานสับปะรดฯในช่วงเช้าเป็นต้นไป ซึ่งทางโรงพยาบาลหัวหิน จัดรถโมบายเอกซเร์ยปอดและภายหลังจากการวินิจฉัยแล้วจะส่งผู้ป่วยไปตามวอร์ดต่างๆของโรงพยาบาลหัวหิน รเพื่อเข้ารักษษต่อไป

เบื้องต้นมีการรายงานข้อมูลว่ามีแรงงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานฯแห่งนี้ทั้งหมด 610 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมา  โดยทางภาครัฐหวังต้องการที่จะให้แรงงานเมียนมาที่ทำงานอยู่ในโรงงานแห่งนี้ที่ยังอยู่ด้านนอกกลับเข้ามาโรงงาน เพื่อลดการระบาดของโควิด-19 ด้านนอกให้ได้โดยเร็ว   ทั้งนี้นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ออกคำสั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันนี้เรื่องจัดตั้งศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ โรงงานสับปะรดกระป๋องฯดังกล่าวแล้วเพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และกักตัวแรงงานเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยมีแผนงานบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆเจข้าปฏิบัติหน้าที่

รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลรักษาเฝ้าระวังสังเกตอาการผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยและควบคุมไม่ให้การแพร่ระบาดของเชื้อขยายวงกว้างออกไปสู่ภายนอก โดยมีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดประตูทางเข้า-ออก ของโรงงานเพื่อตรวจคัดกรองบุคคล และเฝ้าระวังปิดกั้นจุดที่อาจจะมีการลักลอบใช้เป็นทางเข้า-ออกโรงงาน และห้ามบุคคลเข้า-ออกยกเว้นการเจ็บป่วยหรือรับส่งผู้ป่วยหรือรับส่งอาหารเท่านั้น

จากข้อมูล นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าการระบาดโควิด-19 ของแรงงานเมียนมาในโรงงานดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงในเมืองหัวหิน  ซึ่งมีพนักงานบางรายไปเที่ยวดื่มกินที่สถานบันเทิง เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาจนพบมีการติดเชื้อโควิด- 19 จนไปติดเด็กและผู้ปกครองในห้องเช่าจนมีการระบาดในโรงงานเกิดขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มคลัสเตอร์แรงงานเมียนมาระบาดในโรงงานสับปะรดในพื้นที่บ้านหนองนกน้อย  ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันนี้ซึ่งนับเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในวันนี้

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน