“ชาวสวนระทม”ช้างป่าอาลาละวาดหนักโค่นทุเรียนที่ป่าละอู อ.หัวหิน อีกระลอก

 

ชาวสวนทุเรียนป่าละอู ในพื้นที่โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริหมู่ 8 บ้านเฉลิมราษฎร์ ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังเดือดร้อนหนัก หลังเจอโขลงช้างป่าหลายตัวบุกทำลายโค่นต้นทุเรียน ซึ่งปลูกมาถึง 12 ปี กัดกินทุเรียนที่แก่จัดซึ่งเจ้าของสวนทำทุเรียนนอกฤดู    ใกล้เก็บขาย สูญเงินรายได้เกือบ 2 แสนบาท ขณะที่ก่อนหน้านี้ 2 วันบุกเข้าพังรถเก๋งที่จอดในร้านเสริมสวยกลางดึกในหมู่บ้าน   ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดให้การช่วยเหลือ  ชาวบ้านที่เดือดร้อนเรียกร้องให้ย้ายช้างป่าที่มีพฤติกรรมดุร้าย 4-5 ตัวออกไป หวั่นปัญหาเรื่องความปอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากระยะนี้ช้างทำร้านทั้งทหารที่เสียชีวิต สัตว์เลี้ยง บ้านเรือน  ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก

(11 ธันวาคม 2560 )ป้าประเทือง นุ่มน้อย วัย 70 ปี     เจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 8 บ้านเฉลิมราษฎร์พัฒนา   ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนางสุนันทา พิมพ์ไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ,นายมนูญ ทองแย้ม กำนันตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ,นายประยงค์ หอมหวล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านเฉลิมราษฏร์พัฒนา  , ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก และเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาหุบเต่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน   พาสื่อมวลชนไปสำรวจความเสียหายของสวนป้าประเทือง    ซึ่งปลูกทั้งทุเรียน มะนาวเอาไว้จำนวน 8 ไร่ มานานกว่า 20 ปีโดยปัจจุบันมีต้นทุเรียนอยู่ประมาณ 200 ต้น

หลังจากก่อนหน้านี้  ป้าประเทือง ถูกโขลงช้างป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้ามาโค่นต้นทุเรียนซึ่งกำลังแก่จัดและอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวผลผลิตและกัดกินจนเสียหาย เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาครั้งนั้นสูญเงินรายได้ไปกว่า 2 แสนบาท    ยังไม่สามารถใช้หนี้ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์ได้ ซึ่งครั้งนั้นป้าประเทืองบอกว่า  ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้การช่วยเหลือด้วยการนำต้นทุเรียนมาให้ปลูกใหม่ 10 ต้นเท่านั้นไม่ได้คุ้มในส่วนที่ต้องสูญเสียไปเพราะทุกเรียนแต่ละต้นใช้เวลาปลูกจนเก็บเกี่ยวผลผลิตจนขายได้นั้นใช้เวลา 7 ปีขึ้นไป

มาวันนี้ป้าประเทือง  กล่าวว่าช่วงกลางดึกที่ผ่านมาโขลงช้างป่าได้กลับเข้ามาโค่นต้นทุเรียนซึ่งมีอายุ 12 ปีไปอีก 5 ต้นซึ่งส่วนใหญ่มีผลผลิตทุกต้นเนื่องจากมีการทำทวายก็คือใช้วิธีบังคับให้ทุกเรียนออกนอกฤดูกาล เพื่อที่จะมีรายได้ไปใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์อีกครั้ง แต่ก็มาถูกโขลงช้างป่าบุกเข้ามากัดกินทำลายได้รับความเสียหายอีกครั้ง

ป้าประเทือง นุ่มน้อย กล่าวว่าแต่ละปีที่สวนของป้าจะถูกช้างป่าเข้ามากัดกิน และ ทำลายต้นทุเรียนเสียหายไปแล้วถึง 21 ต้น  ในปีนี้คิดเป็นเงินที่สูญเสียรายได้ไปแล้วเกือบ 5 แสนบาท     ซึ่งในครั้งนี้ก็มาเจอปัญหาอีก        แต่ละต้นที่ถูกหักโค่นล้วนเป็นต้นที่มีทุเรียนออกผลผลิตอยู่ในลูกเล็ก ลูกใหญ่    แม้ที่สวนจะมีการติดสัญญาณแต่ไม่สามารถกันช้างป่าได้ เนื่องจากจำนวนประชากรช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยไม่เพียงแต่พืชผลทางการเกษตรเท่านั้นที่ถูกทำลาย ยังมีสัตว์เลี้ยงทั้งโคนม ที่เลี้ยงเอาไว้แต่ละตัวใช้เงินทุนไปกว่า 5 หมื่นบาทก็ยังมาถูกช้างป่าเข้ามาทำร้ายจนเสียชีวิต นำซากวัวนมไปขายได้ก็เหลือเพียงตัวละ 1 หมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ประสบปัญหาหนี้สินเพิ่มเติมตลอดเวลา  ต้องบอกว่าขณะนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในโครงการสหกรณ์หมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ป้าประเทือง  นุ่มน้อย เจ้าของสวนทุเรียน      จึงวอนไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อำเภอหัวหิน และหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด และรัฐบาล     เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่เดือดร้อนจากโขลงช้างป่าด้วย โดยชาวบ้านอยากได้รั้วกั้นช้าง และ อยากให้สร้างเสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะหากยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้    โขลงช้างป่าก็ยังคงออกทำลายพืชผลทางการเกษตรเช่นนี้จะทำให้เสียหายหนักมากขึ้น

นายมนูญ ทองแย้ม กำนันตำบลห้วยสัตว์ใหญ่   กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าที่นี่กำลังทวีความรุนแรงมากเพิ่มขึ้นในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชที่ดินทำกินให้กับราษฏร์ครอบครัวละ 23 ไร่มา 40 ปีที่แล้ว  ต้นเดือนที่ผ่านมาก็ทำร้ายทหารจนเสียชีวิต  ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สินต่างๆจนพืชผลทางการเกษตร ก็เสียหายหนักขึ้นทุกวัน  โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าแลชะพันธุ์พืช ควรหาทางเคลื่อนย้ายช้างป่าที่มีพฤติกรรมเกเร ดุร้ายออกจากพื้นที่ไปเพื่อประชาชนจะได้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากกว่านี้

ด้าน นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ กล่าวว่า ทาง อบต.ออกสำรวจความเสียหายที่เกิดจากช้างป่าเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมา อบต.ไม่สามารถช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่เดือนร้อนได้ ทำได้เพียงสนับสนุนประทัดหรือลูกปรง สำหรับไล่ช้างเท่านั้น

ทั้งนี้ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ .กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่โครงการสหกรณ์หมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ   ได้รวบรวมข้อมูลความเดือนร้อนของประชาชน       เพื่อเตรียมยื่นหนังสือถึงนายอำเภอหัวหิน และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในที่ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาช้างป่าละอู     ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ต่อไป     ซึ่งจะมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่าเดินทางไปด้วย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น