X
กระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้,กระเจี๊ยบแดง,

ตรัง หนุนเกษตรกรใช้พื้นที่ว่างปลูกกระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง หนุนเกษตรกรใช้พื้นที่ว่างปลูกกระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ ได้ดอกใหญ่ เนื้อเยอะ เก็บเกี่ยวเร็ว แถมมีสรรพคุณสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูงควรถามหา แถมขายได้ราคาดีกว่ากระเจี๊ยบทั่วไป

กระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้ วันนี้ 10 มกราคม 2567 ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง นางวรรณา พรหมบุญทอง  ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง นำต้นกระเจี๊ยบแดงสายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่าพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ ที่มีสีม่วงอมแดงหรือสีม่วงเข้ม  ซึ่งมีลำต้นแข็งแรง กลีบเลี้ยงหนา ยาวและใหญ่  จึงได้เนื้อเยอะ ให้ผลผลิตสูงและเก็บเกี่ยวได้เร็ว ปลูกง่ายแถมได้ราคาดีกว่ากระเจี๊ยบทั่วไปถึง 2 เท่า โดยนำมาปลูกบนแปลงสาธิต เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่หรือกว่า 1,000 ต้น ใช้เวลาปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม หรือประมาณ 130-150 วัน ก็สามารถเก็บดอกกระเจี๊ยบมาทำน้ำดื่มสมุนไพร เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่มาเยี่ยมชมในห้วงเทศกาลปีใหม่ตลอดเดือนมกราคมนี้

สำหรับกระเจี๊ยบแดงมีรสเปรี้ยวอมหวาน  ใช้ประโยชน์ได้ทั้งส่วนลำต้น ดอกและใบ ซึ่งดอกหรือที่เรียกว่ากลีบเลี้ยง นิยมนำมาทำน้ำดื่ม  แก้กระหาย หรือนำไปทำแยม ทำกระเจี๊ยบอบแห้ง และอาหารที่ให้รสเปรี้ยว ซึ่งกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานินสูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ลดภาวะเสี่ยงโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและยับยั้งเนื้องอก ทั้งยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดแดงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ทำให้กระเจี๊ยบแดงยังเป็นที่ต้องการของตลาดสูง แต่มีเกษตรกรปลูกน้อย ทำให้กระเจี๊ยบแดงทั่วไป ราคาขายอยู่ที่กิโลละ 20-30 บาท ส่วนกระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้กิโลละ 40-60 บาท ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำน้ำสมุนไพรขายตามร้านอาหารและโรงแรมต่าง ๆ  ซึ่งปัจจุบันมีการสั่งซื้อจากทางภาคเหนือ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง จึงแนะเกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงานและติดต่อขอเมล็ดพันธุ์ไปปลูกได้ในวันและเวลาราชการ  ส่วนคนที่มีพื้นที่น้อย ก็สามารถปลูกกระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้ในกระถางได้  หรือนำมาประดับตกแต่งโต๊ะอาหารก็สวยหรูดูดีไปอีกแบบ

ด้าน น.ส กลอยใจ เย็นรักษา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรฯ กล่าวว่า กระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้ ปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งจะให้ผลผลิตในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ใช้ปลูกเป็นแปลงสาธิตให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูก เป็นไม้ประดับได้ ซึ่งในช่วงของเทศกาลปีใหม่ตอนนี้ก็ทำน้ำเพื่อบริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามา

ข้อดีของกระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้คือ มีกลีบเลี้ยงที่หนา ยาวและให้ผลผลิตที่รวดเร็ว ด้วยความที่มีดอกใหญ่จึงทำให้ได้น้ำหนักเยอะ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อให้มีรายได้จากการจำหน่ายดอกกระเจี๊ยบ ซึ่งนำไปทำน้ำหรือทำแยมได้ สำหรับกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานินสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยในการยับยั้งการเกิดเซลส์มะเร็ง มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำน้ำดื่มชุ่มคอ ลดเสมมะ ลดไขมันในเส้นเลือดได้.

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน