X

ออกมาโต้แล้ว หลัง “สมชาย” พ่อส.ส.เขต3ปชป. จัดรวมพลหนุนว่าที่ผู้สมัครส.ส.พปชร.เขต 2 ชน “สาทิตย์” “สาธร วงศ์หนองเตย” ลั่น ไม่หวั่นถูกรุมกินโต๊ะ

ตรัง-ออกมาโต้แล้ว หลัง “สมชาย” พ่อส.ส.เขต3ปชป. จัดรวมพลหนุนว่าที่ผู้สมัครส.ส.พปชร.ลงเขต 2 ชน “สาทิตย์” “สาธร วงศ์หนองเตย” ลั่น ไม่หวั่นถูกรุมกินโต๊ะ แต่ห่วงสมาชิกพรรคสับสนอุดมการณ์ ย้อน การเมืองเป็นเรื่องของคนมี “วุฒิภาวะ” ไม่ใช่เรื่องแก๊งสเตอร์ ไม่พอใจยกพวกตีกัน เชื่อ ย้อนเข้าตัวเอง เพราะลูกสาวเป็นถึง กก.บห. ยอมรับคนตีความบางฝ่ายผูกใจเจ็บไม่เลิกจากศึกอบจ.ตรัง

จากกรณีการจัดงาน “คนรักทวี” ที่ตลาดรัษฎาพลาซ่า เขตเทศบาลตำบลคลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง โดยมีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรังเขต 3  พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแม่งาน รวมทั้ง ส.อบจ.อ.รัษฎา และผู้นำในพื้นที่ ร่วมกันจัดเวทีรวมพลคนรักทวี ให้แก่ นายทวี สุระบาล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 จ.ตรัง ซึ่งจะลงชิงเก้าอี้กับ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรังเขต 2 หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการจัดเลี้ยงน้ำชา กาแฟ ขนมจีน และหมูย่างอย่างเต็มที่ ซึ่งมีบรรดาผู้ที่รักเคารพ และชื่นชอบ นายทวี และเครือข่ายทางการเมืองของนายสมชาย ทั้งในพื้นที่ อ.รัษฎา และต่างอำเภอมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยนายทวี ได้กล่าวกับคนที่มาร่วมกิจกรรมว่า ส่วนตัวตนเองกับ นายสมชาย รักกันมาตั้งแต่สมัยเป็น ส.จ. และสมัยที่มีการเพิ่มเขตเลือกตั้ง จ.ตรัง เป็น 3 เขต และมีการคัดเลือกผู้สมัครลง ส.ส.ตรัง เขต 3 ตัวเองก็สนับสนุนนายสมชาย จึงผูกพันกันมายาวนาน มาครั้งนี้นายสมชาย จึงมาช่วยตนเอง ขณะที่นายสมชาย ประกาศว่า การจัดเวทีรวมพลคนรักทวี ตัวเองชัดเจน 100% ว่าไม่เอานายสาทิตย์ และจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งที่ 1 จัดที่ อ.ห้วยยอด ครั้งที่ 2 พื้นที่ อ.วังวิเศษ ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ อ.รัษฎา และมีคนมาร่วมเวทีจำนวนมากด้วย ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของทางทีมนายทวี ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงนับถอยหลังการเลือกตั้งแล้ว โดยหลังจากนี้ประมาณปลายเดือนจะไปจัดเวทีที่ ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ ต่อไป ซึ่งที่ ต.เขาวิเศษ มีหมู่บ้านทั้งหมด 21 หมู่บ้าน เป็นตำบลขนาดใหญ่ และจะจัดอีก 2 เวทีในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ โดยจะรวมพลคนรักทวีทั้งหมดให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ส่วนคนที่เคยอยู่พรรคพลังท้องถิ่นไทย จะมารวมกันอีกด้วย และยืนยันการเคลื่อนไหวนี้จะไม่กระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ นั้น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

ล่าสุดฝ่ายของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรังเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐนายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายสาธร วงศ์หนองเตย อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง(อบจ.ตรัง) น้องชายนายสาทิตย์ กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของนายสมชายที่ออกมาสนับสนุนนายทวีซึ่งอยู่ต่างพรรค ว่า จิตวิญญาณและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ให้คุณค่ากับคำว่าประชาธิปไตยสุจริต ดังนั้นเมื่อเราประกาศต่อสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตย เราก็สู้เต็มที่เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ก็สู้กันในสนาม ไม่ได้เกรงกลัวศักดิ์ศรีของใคร และต้องทำตามกฎหมายเลือกตั้งโดยเคร่งครัดทุกอย่าง เราไม่ได้ใช้อารมณ์ที่จะเอาแพ้เอาชนะ แต่เราใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม อย่างในการเลือกตั้งอบจ.ตรังที่ผ่านมา ซึ่งคนอาจมองว่าเป็นการสู้กันระหว่างตระกูลวงศ์หนองเตย กับตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ก็มองได้ แต่จะเห็นได้ว่าตรังเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดซื้อเสียงเลือกตั้งได้ ตนก็ต้องนำประเด็นนี้ไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)วินิจฉัยว่า มันมีความเชื่อมโยงไปถึงผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ และมันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ใช้อารมณ์อะไร

นายสาธร วงศ์หนองเตย

นายสาธรกล่าวอีกว่า กรณีการรวมพลของนายสมชายที่เกิดขึ้น ใครจะมาเชื่อมโยงว่าเป็นผลมาจากการเลือกตั้งอบจ.ตรัง ที่ผ่านมาก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในกระบวนการประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิ์มีทางเลือก ดังนั้น ถ้าคนที่จะมาเล่นการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ก็ต้องไม่ยึดติดกับอดีต ไม่นั้นต่อไปใครจะมาลงส.ส. ก็คิดติดใจในเรื่องเก่าๆ แล้วตั้งใจเชื่อมโยงกันไปหมด แล้วเอามาทะเลาะกัน แบบนั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ส่วนที่นายสมชายซึ่งถือเป็นคนประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตนั้น แล้วไปประกาศสนับสนุนอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ตนโดยส่วนตัวที่ทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์มา ตั้งแต่ปี 2526 ไปขึ้นเวทีปราศรัย ได้เป็นผู้ช่วยส.ส.ของนายชวน หลีกภัย ซึ่งเปิดตำแหน่งดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2529 ตนจึงมองว่า ด้วยความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำงานและมองถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน  และตนกับนายสาทิตย์ก็ทำงานการเมืองในพื้นที่ตรังเขตเลือกตั้งที่ 2 มายาวนาน นายสาทิตย์เป็นส.ส. ตนเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวส.ส. เราก็ทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่น แก้ปัญหาให้ประชาชน อย่างเรื่องปัญหาที่ดินทำกินที่เรื้อรังมายาวนาน เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชาวบ้าน เราเดินหน้าภารกิจของคนเป็นส.ส. เป็นผู้แทนประชาชน จะเห็นได้ว่าในช่วง 2 ปีเศษของสถานการณ์โควิด-19 นายสาทิตย์เองก็ได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด โดยเฉพาะโครงการพาคนกลับบ้านในช่วงแรกๆที่โรงพยาบาลในกทม.เต็ม ทำให้คนตรังในต่างจังหวัดไม่ได้รับการรักษา การแจกถุงยังชีพเพราะเมื่อถูกกักตัวถึง 14 วัน แล้วจะเอาอะไรกิน เราคิดถึงสิ่งที่ประชาชนควรได้รับในยุควิกฤต

“บุคคลใดก็ตาม หากจะมามีบทบาทในสถาบันการเมือง มันจะต้องมี Maturity หรือ วุฒิภาวะเพียงพอ ต้องคำนึงถึงอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ของตัวเอง ก็ต้องคำนึงถึงอุดมการณ์ของพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัดอยู่ สำคัญที่สุดคือต้องคำนึงถึงสมาชิกพรรค และประชาชนที่เข้าร่วมอุดมการณ์ ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนายสมชาย ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.สุณัฐชา ซึ่งลูกสาวก็เป็นถึงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้ ความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ ผมก็กังวลว่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่ออุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์และอุดมการณ์ของตัวผู้เป็นส.ส.เอง ถามว่านายสาทิตย์กังวลหรือไม่ที่นายสมชายไปประกาศเชียร์นายทวี ซึ่งอยู่คนละพรรคและเป็นพรรคคู่แข่งของประชาธิปัตย์ ขอตอบว่า ไม่กังวลในเรื่องฐานคะแนน เพราะหนักกว่านี้ ก็เจอมาแล้ว แม้จะเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเชียร์หรือสนับสนุนใคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่ทำกัน คือ การไม่มีวุฒิภาวะทางการเมือง เช่น ถ้าสังกัดอยู่ในพรรคการเมืองเดียวกัน คนที่มีวุฒิภาวะจะไม่ทำ แล้วเรื่องการเมือง มันไม่ใช่เรื่องนักเลง เรื่องนักเรียนอาชีวะ ที่ถ้ากูไม่ถูกใจแล้วกูจะยกพวกไปตีกัน ใครจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ เราถือว่าขึ้นกับวุฒิภาวะของแต่ละคน เพราะเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ไม่มีใครไปห้ามใครได้”นายสาธรกล่าว

นายสาธรกล่าวว่า นายสาทิตย์เป็นส.ส.มา 27 ปี เราเคยต่อสู้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยรักไทย ในยุคที่นายทวี สุระบาล ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่พรรคไทยรักไทยในตอนนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราถือว่าหนักที่สุดแล้ว ตอนนั้นนายทักษิณถึงกับเดินทางมาจ.ตรัง ประกาศจะสับหมูย่างเมืองตรัง พูดถึงขนาดว่า สับหมูย่างเมืองตรังนั้นง่ายกว่าที่คิด การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงหนักที่สุดแล้ว แต่พี่น้องประชาชนในเขต 2 ก็ยังเชื่อมั่นในตัวพรรคประชาธิปัตย์และตัวนายสาทิตย์ โดยเฉพาะตัวนายชวน หลีกภัย

“ถามว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดข้างหน้าเรากังวลไหม ขอตอบว่าเรามีประสบการณ์จากครั้งนั้นที่คุณทวีย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ ทิ้งพรรคไปอยู่พรรคไทยรักไทย ในช่วงนั้นที่กระแสพรรคไทยรักไทยแรงที่สุด เราจึงไม่กังวลอะไรเลยในเรื่องนี้ เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องของแก๊งสเตอร์  เพราะกำกับด้วยแนวคิดและอุดมการณ์  และการกระทำที่ขาดซึ่งวุฒิภาวะ จะกระทบต่อผู้นั้น และกลุ่มของเขาเอง”นายสาธรกล่าว

ขอบคุณภาพ FB : FC ผู้ใหญ่ตาน คนบ้านเรา 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน