ผู้ว่าฯ ออกคำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงสูงจะต้องเข้ากักตัวศูนย์ยับยั้งโรค (LQ) ทันที ผู้ติดเชื้อพุ่ง 15 ราย สะสมรวม 158 ราย

สระแก้ว – พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 15 ราย รวมผู้ติดเชื้อระบาดระลอกเมษายน 158 ราย ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่มาเที่ยวสถานบันเทิงในจังหวัดมาตรวจซ้ำรอบ 2 ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข พบเชื้ออีก 9 ราย ด้านผู้ว่าฯ สระแก้ว เอาจริงให้กลุ่มเสี่ยงสูงเข้าศูนย์ป้องกันโรคฯ 14 วัน แม้ผลเป็นลบแทนการกักตัวที่บ้าน

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่าจังหวัดสระแก้วมีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันจากการระบาดระลอกเมษายน เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 15 ราย เป็นเพศชาย 7 ราย เพศหญิง 8 ราย อายุ 21-43 ปี สัญชาติไทยทั้งหมด ทำให้ปัจจุบันจังหวัดสระแก้วมีผู้ป่วยสะสมจากการระบาดระลอกเมษายน รวมทั้งสิ้น 158 ราย เป็นเพศชาย จำนวน 64 ราย เพศหญิง จำนวน 94 ราย อายุระหว่าง 5-85 ปี มีอาการ จำนวน 58 ราย ไม่มีอาการ จำนวน 100 ราย สัญชาติไทย จำนวน 149 ราย สัญชาติลาว 6 ราย สัญชาติกัมพูชา 3 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อจากโบว์ลิ่งผับ จำนวน 60 ราย รองลงมาเป็นผู้ติดเชื้อจาก REV UP จำนวน 35 ราย เกอีชา คาราโอเกะ อรัญประเทศ 8 รายและอื่นๆ จำนวน 55 ราย

ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อทั้งหมดขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐ เอกชน และโรงพยาบาลสนามในจังหวัดสระแก้ว ดังนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จำนวน 27 ราย โรงพยาบาลอรัญประเทศ 5 ราย โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อรัญประเทศ 23 ราย โรงพยาบาลสนาม (แพทย์แผนไทยวัฒนานคร) 52 ราย และโรงพยาบาลสนาม (วังสมบูรณ์) 20 ราย โรงพยาบาลสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว 30 ราย และส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ตามความต้องการของผู้ป่วยอีก 1 ราย ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.64 ได้ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง จำนวน 625 ราย ส่งตรวจเชื้อ 548 ราย เสี่ยงสูง 421 ราย เสี่ยงต่ำ 127 ราย

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 15 ราย ผู้ป่วย 9 ราย ยังคงมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายที่ 1 ที่เป็นผู้ป่วยยืนยันรายแรกของสระแก้วที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงโบว์ลิ่งผับ, REV UP และร้านคนหัวมุม ซึ่งถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อมาตรวจซ้ำครั้งที่สองตามมาตรการของกระทรวงสาธารรสุขจึงพบเชื้อ จำนวน 6 ราย ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสที่ติดเชื้อจากกลุ่มเสี่ยงของโบว์ลิ่งผับ 2 รายและผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยรายที่ 1 ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย ทั้งนี้ร้านเกอิชา คาราโอเกะ อำเภออรัญประเทศ พบผู้สัมผัสติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย และจากการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่มาเที่ยวร้านโรงพัก อรัญประเทศ พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่มาเที่ยวที่ร้านติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย นอกจากนี้ยังพบหญิงอายุ 13 ปีติดเชื้อจากพี่สาว อายุ 15 ปี ผู้ป่วยยืนยันรายที่ 53 จากอำเภอวังน้ำเย็น อีก 1 ราย ที่เหลือเป็นผู้ป่วยยืนยันที่เข้ามารับการรักษาโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 1 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จากการระบาดระลอกใหม่ ผู้ป่วยมีประวัติเชื่อมโยงสถานที่ต่างๆ จำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการกระชับมาตรการต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์มิให้เกิดการระบาดลุกลามเป็นวงกว้าง เมื่อวานนี้ (15 เมย.64) จึงได้ออกคำสั่งจังหวัดสระแก้ว ฉบับที่ 32 ให้ผู้สัมผัสโรคหรือเป็นพาหะมารับการตรวจ หากถูกคัดกรองจากเจ้าหน้าที่แล้วว่าเป็นผู้สัมผัสโรคเสี่ยงสูง จะต้องเข้ารับการกักกัน ณ สถานที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนดไว้ในรูปแบบ Local Quarantine (LQ) เพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรคแพร่ไปยังผู้อื่น จนกว่าจะได้รับการตรวจว่าพ้นระยะติดต่อของโรค ซึ่งในระยะแรกจะให้ไปกักตัวอยู่ที่ศูนย์ LQ ของจังหวัดที่โรงแรมสเตชั่นวัน อำเภออรัญประเทศ

นอกจากนี้ ในคำสั่งจังหวัดยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า ให้เจ้าของหรือผู้พักอาศัยในบ้าน สถานที่ หรือพาหนะที่มีโรค COVID – 19 ระบาดเกิดขึ้น ต้องปรับปรุงแก้ไขตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ให้ถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งระบาดหรือรังโรค หากพบผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้างให้สามารถสั่งปิดสถานที่นั้นเป็นการชั่วคราวได้ และเมื่อเจ้าของสถานที่ได้ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ แล้ว ให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจสั่งให้เปิดสถานที่ดังกล่าวได้ สำหรับสถานที่จำหน่ายอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สามารถแสดงดนตรีได้ แต่ห้ามมิให้มีการเต้น ห้ามการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้าน ให้นั่งบริโภคในร้านได้ถึง 21.00 น. หลังจากนี้ให้ซื้อกลับไปบริโภคที่อื่น

—————————

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"