X

ด่านพรมแดนคลองลึก อนุโลมให้รถยนต์พ่อค้าตลาดโรงเกลือชาวกัมพูชาเข้าไทยวันแรกคึกคัก

()

สระแก้ว – ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผ่อนปรนให้รถยนต์ของพ่อค้าในตลาดโรงเกลือชาวกัมพูชา เดินทางเข้าไทยวันแรก เพื่อตรวจสินค้าและดูแลความเรียบร้อยภายในร้าน กำหนดวันละ 50 คัน ประมาณ 100 คน โดยเริ่มที่ตลาดเบญจวรรณ จำนวน 36 คัน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ,นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ปลัดจังหวัดสระแก้ว ,นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ ,พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ,นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ทหารพราน พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 ร่วมกันมาตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองยานพาหนะและชาวกัมพูชา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ อรัญประเทศ ที่บริเวณจุดคัดกรอง ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายหลังมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสระแก้ว ได้รับอนุมัติจาก สบค.อนุญาตให้จังหวัดสระแก้วเปิดด่านคลองลึก ให้ชาวกัมพูชาสามารถเดินทางเข้ามาเพื่อการขนส่งสินค้าตามความจำเป็น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.63 ตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น.เป็นต้นไป โดยจำกัดจำนวนยานพาหนะหรือรถยนต์วันละไม่เกิน 50 คัน และบุคคลประจำรถรวมไม่เกิน 2 คน พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระแก้วทุกขั้นตอน ซึ่งในวันแรก มีพ่อค้าตลาดโรงเกลือชาวกัมพูชา ลงทะเบียนไว้ประมาณ 36 คัน และเปิดให้เข้าได้เฉพาะที่ตลาดเบญจวรรณเท่านั้น

 

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กำกับดูแลยานพาหนะและบุคคล ของพ่อค้าแม่ค้า ชาวกัมพูชา ที่ขออนุญาตเข้ามาที่ตลาดโรงเกลือวันแรกอย่างใกล้ชิด ต้องได้รับการตรวจคัดกรองโรคจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค ตามแนวทางการปฏิบัติของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระแก้วทุกประการ ทั้งนี้ การเข้ามาดังกล่าวเพื่อขนสินค้าของตนที่อยู่ในร้านค้าภายในตลาดโรงเกลือกลับออกไป หรือเข้ามาดูร้านค้าของตนเองได้เท่านั้น จะเปิดร้านค้าขายเหมือนเช่นปกติไม่ได้ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาค้าขายและอนุญาตให้อยู่ได้ถึงเวลา 13.00 น.เท่านั้น ส่วนจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ได้ผ่อนผันให้รถยนต์บรรทุกสินค้าทางการเกษตรเดินทางข้ามชายแดนได้ และจุดผ่อนปรนสินค้าชั่วคราว บ้านหนองปรือ และบ้านตาพระยา (บึงตะกวน) ผ่อนผันให้รถยนต์บรรทุกสินค้าทั่วไปวิ่งข้ามชายแดนได้เช่นกัน

นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของไทยและของกัมพูชา เพื่อวางมาตรการที่จะผ่อนผันให้พ่อค้าแม่ค้ากัมพูชาเดินทางข้ามชายแดนเข้ามาตรวจสอบสินค้าในตลาดโรงเกลือได้ในวันนี้ แต่พ่อค้าแม่ค้ากัมพูชาที่จะเดินทางเข้ามาในตลาดโรงเกลือได้ จะต้องอยู่ในกฎระเบียบและการดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอย่างเข้มงวด โดยกฎระเบียบที่กำหนดให้พ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางเข้ามาภายในลาดโรงเกลือ จะต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวด ประกอบด้วย 1.จะต้องแสดงหนังสือ ต.8 ตรวจวัดอุณหภูมิตามร่างกายจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยก่อนเดินทางเข้าประเทศ 2.จะต้องมีเอกสารการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3.รถยนต์ที่ขับเข้ามาในตลาดโรงเกลือจะต้องเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้นและมีผู้ติดตามได้คันละ 1 คนเท่านั้น 4.เมื่อเข้ามาภายในตลาดโรงเกลือจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาดูสินค้าในตลาดเบญจวรรณ ต่างก็ดีใจ ที่ได้มีโอกาสเดินทางเข้ามาตรวจดูสินค้าของตนเอง เนื่องจากสินค้าของตนเองถูกทิ้งไว้เมื่อ 3 เดือน น่าจะเกิดความเสียหายบ้าง ซึ่งการเดินทางเข้ามาฝั่งไทยในครั้งนี้ พวกตนจะรีบตรวจสอบทำความสะอาดจัดเตรียมสินค้าไว้ให้ดี เพื่อรอให้ฝ่ายไทยอนุญาตให้เปิดร้านขายสินค้าได้ตามปกติ เนื่องจากในฝั่งประเทศกัมพูชาไม่มีงานทำ ที่สำคัญทรัพย์สินต่าง ๆ รวมทั้งอาชีพของพวกตนลงทุนไว้ในตลาดโรงเกลือฝั่งไทยจนหมดแล้ว เมื่อกลับไปอยู่ฝั่งกัมพูชาจึงไม่มีงานทำ

—————————-

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"