X

คุมตัวเมีย-แฟนเก่า ทำแผนฆ่าผัว จัดฉากรถตกข้างทาง

()

 

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุที่บายพาสชะอำ แต่กลับกลายเป็นการจัดฉากฆ่าสามี ล่าสุดภรรยามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สารภาพเป็นคนลงมือฆ่าสามีจนเสียชีวิต ขณะที่ญาติคาใจ ไม่เชื่อลงมือคนเดียว

กรณีหนุ่มขับรถยนต์กระบะตกข้างทางเสียชีวิตที่ถนนบายพาสชะอำ เพชรบุรี เมื่อ 05.45 น.ของวันที่ 13 กรกฏาคม 2563 หลังญาติออกมาโวยว่า สภาพรถยนต์ไม่ได้ชนกับต้นไม้แต่มีบาดแผลที่ใบหน้าหลายจุดเลือดท่วมใบหน้า ขณะที่มีรอยเลือดข้างประตูคนขับด้านล่างเป็นรอยเลือดเป็นทาง เหมือนลากศพขึ้นไปจัดฉากบนรถ ซึ่งต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่14 กรกฎาคม2563 นางสุมาริน ยอดทอง ภรรยาผู้เสียชีวิต ได้เดินเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ชะอำ  สารภาพว่าเหตุที่สามีตนเสียชีวิต  ตนเองเป็นคนลงมือฆ่า เพราะสามีใช้มีดจะเข้ามาแทงตน  จนทำให้แฟนเก่าวิ่งเข้ามาช่วยเหลือและผลักสามีล้มลง และตนเองเป็นคนลงมือตีเข้าที่ใบหน้าสามีจนเสียชีวิต  โดยพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ได้ส่งตัวผู้ต้องหา และสำนวนการสอบสวนให้ สภ.บ้านหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุดำเนินคดีต่อไป

ความคืบหน้า ล่าสุดวันนี้ (วันที่ 15 ก.ค.2563)ที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านหนองพลับ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาแจ้งความเอาผิดนางสุมาริน  และติดตามความคืบหน้า หลังทราบว่ามีการนำตัว นางสุมาริน ผู้ต้องหา มาสอบปากคำ และจะพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ห้องเช่าที่ทั้งสองเช่าอาศัยอยู่ด้วยกัน ในตำบลหนองพลับ

พันตำรวจเอกวรเดช สวนคล้าย ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรชะอำ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ในวันที่เกิดเหตุ นางสุมาริน  ยอดทอง ได้ทะเลาะมีปากเสียงกับ นายพิธยุทธ  โพธิ์ภักดี อายุ 42 ปี อย่างรุนแรง และมีการเรียกแฟนเก่าของนางสุมาริน มาเจรจา แต่ไม่ได้ข้อยุติ   จนเกิดการลงไม้ลงมือ  จนทำให้นายพิธยุทธ เสียชีวิต จากนั้นจึงได้วางแผนนำศพออกไปจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งห้องเช่าที่สองสามีภรรยาเช่าอยู่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ พบที่บริเวณหน้าห้องเช่ามีภาพผู้หญิง 1 คนและผู้ชาย 5 คนอยู่ด้านหน้า แต่ไม่เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่าง รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดต่างๆเบื้องต้นแจ้งข้อหา สุมาริน ในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ

นายเสวียน โพธ์ภักดี อายุ 64 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายเป็นคนรักลูกรักเมีย เคยโทรมาปรับทุกข์ให้ฟังเรื่องจับได้ว่าเมียปันใจให้ชายอื่น ตนเองสงสารลูก บอกไปว่าถ้าอยู่ไม่ได้ให้กลับมาอยู่บ้านที่สุพรรณบุรี  แว๊บแรกที่ทราบข่าวว่าลูกชายเกิดอุบัติเหตุก็รู้สึกถึงความผิดปกติทันที เมื่อเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุทั่วไปแน่ๆ ตอนนี้รู้สึกเสียใจมาก เบื้องต้นจะนำศพลูกชายเอากลับไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดทับกระดานสุพรรณบุรี

น.ส.วนาลี สิงห์อุดม  อายุ 33 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครั้งแรกที่ทราบข่าวพี่ชายเกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่เอะใจอะไร เนื่องจากพี่ชายไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร แต่เมื่อมาเห็นสภาพศพและเห็นรูป ก็เกิดข้อสงสัยว่าจะไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะสภาพใบหน้าถูกทุบเละเทะจนจำแทบไม่ได้ มีมือมีรอยเล็บ มีรอยข่วน มีร่องรอยถูกล๊อค ซึ่งขัดกับสภาพรถ ซึ่งปกติพี่ชายเป็นคนรักรถ รักษาความสะอาด ดูแลรถเป็นอย่างดี วันนี้แม้ผู้ต้องหาจะออกมามอบตัวกับตำรวจแล้ว แต่ทางญาติก็ยังคาใจ ว่าไม่น่าจะก่อเหตุเพียงคนเดียว ประกอบกับพี่ชายเป็นคนแข็งแรง สภาพบาดแผลที่เกิดจากด้านหน้า ชี้ให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นการลอบทำร้ายจากด้านหลัง ลำพังผู้หญิงคนเดียวคงไม่สามารถลงมือก่อเหตุได้ขนาดนั้น น่าจะมีผู้ต้องหาอีก อยากให้ตำรวจเอาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้หมด

พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ตั้งกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 คนว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้นอำพรางศพ ทั้งนี้ได้เก็บ DNA.ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปตรวจสอบกับ DNA.ในรถยนต์ที่ปรากฎบนรถว่า ตรงกันหรือไม่ หรือมีบุคคลใดอยู่ในรถคันดังกล่าวบ้าง

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน