X

ภารกิจ MI -17 ปฏิบัติการดับไฟป่าต่อเนื่องวันที่ 3

เชียงราย-ผบ.มทบ.37 แถลงนำเฮลิคอปเตอร์ ช่วยดับไฟป่าตามยอดเขาสูงชัน 6 เที่ยวบินต่อวัน สนับสนุนกำลังพลภาคพื้น ที่กระจายตามจุดต่างๆ 36 ชุด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่สถานการณ์หมอกควันพื้นที่ อ.แม่สาย ยังน่าห่วง ผู้ว่าฯ เชิญชวนทุกภาคส่วน‘ลุกขึ้นมาต่อสู้กับหมอกควันพิษ’ ดีเดย์วันพรุ่งนี้ 

เวลา 11.00 น.วันนี้ ณ บริเวณลานด้านหน้า บก.มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย พลตรี สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)จังหวัดเชียงราย นำคณะนายทหารระดับสูง มทบ.ที่ 37 แถลงผลการปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย

พลตรี สัชฌาการ คุณยศยิ่ง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย.62 ที่ผ่านมาที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันฝุ่นละอองอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยสั่งการให้หน่วยทหารเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนการปฏิบัติการดับไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยทาง กกล.ก็ได้จัดกำลังพลจำนวน 36 ชุด ออกไปสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ประจำ เพื่อป้องกันและช่วยเหลือในการดับไฟป่าทั้ง 18 อำเภอแล้ว จะอยู่ปฏิบัติการในป่าและจุดเสี่ยง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง และได้ประสานขอเฮลิคอปเตอร์ MI -17 กองบินที่ 41 กรมการบิน ศูนย์การบินทหารบก ทำการลำเลียงน้ำครั้งละ 3,500 ลิตร ลงไปโปรยตามพื้นที่ที่กำลังพลภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก เช่น เป็นป่าเขาสูงชัน หน้าผา ฯลฯ ซึ่งในรอบ 2 วันที่ผ่านมาได้ปฏิบัติการทั้งในเขต อ.เวียงป่าเป้า อ.แม่สรวย อ.เมืองเชียงราย ไปแล้ว ได้ผลเป็นอย่างดี

ส่วนในรอบของวันนี้ เฮลิคอปเตอร์ MI -17 จะออกปฏิบัติการดับช่วยไฟป่าเป็นวันที่ 3 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภารกิจบรรลุผลและแก้ไขสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่อยู่ภาคพื้นในพื้นที่ของ อ.เวียงปาเป้า ซึ่งพบว่ายังมีการลักลอบเผาป่ากันอยู่หลายแห่ง

นอกจากนี้ ยังได้จัดกำลังเสริมเข้าไปร่วมกับกำลังภาคพื้นดินของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ที่มีอยู่แล้ว โดยฝ่ายปกครองแต่ละอำเภอ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อาสาสมัคร ฯลฯ และหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปช่วยในส่วนพื้นที่เดิมที่เคยปฏิบัติงานและไฟยังดับไม่สนิทเต็ม 100% เข้าไปดับไฟให้สนิทต่อไป

ส่วนสถานการณ์ในภาพรวม วันนี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางออกตรวจติดตามการดำเนินงานผลการบังคับใช้มาตรการของศูนย์อำนวยการร่วมติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันของจังหวัดเชียงราย ที่ห้องประชุมอำเภอเวียงป่าเป้า ถ.ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  118 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า พร้อมด้วย พันเอก พศิน แสนคำ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงรายฝ่ายทหาร นายอำนาจ เจิมแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 นายครรชิต ชมภูแดง รักษาราชการแทนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และ นายสมศักดิ์ เจียมสงวนวงศ์ ผํอำนวยการสำนักจัดการป่าไม้ที่ 2 เชียงราย  โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปจาก นายอนันต์ สมุทรารินทร์ นายอำเภอเวียงป่าเป้า รับฟังรายงานจาก หัวหน้าหน่วยงานอำเภอเวียงป่าเป้า ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดทั้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบข้อมูลจากทุกภาคส่วนงาน

โดยสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ อ.เวียงป่าเป้า ได้เกิดจุดความร้อนขึ้นจำนวน 22 จุด เป็นจุดเดิมที่ดับไม่สนิท 10 จุด และจุดใหม่ 12 จุด เชื่อได้ว่าไฟป่าที่เกิดขึ้นมาจากการมีผู้ลักลอบเข้าป่าเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ คึกคะนอง และกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ เกิดแล้วลุกลามในบริเวณพื้นที่สูงชัน ภูเขาสูง ที่ลาดชั้น ห่างไกลชุมชน ประกอบกับการที่มีเชื้อเพลิงที่แห้งและมีปริมาณมาก ทำให้เข้าดับยากลำบาก โดยมีการจัดชุดลาดตระเวนในจุดเสี่ยง ทั้งในเขตป่าและเขตอนุรักษ์ จัดชุดลาดตระเวน ชุดเฝ้าระวังและดับไฟมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเป็นหลักฐาน ทำการยึดมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ริมป่า หากมีเปลวไฟ ควันไฟ เกิดขึ้นในพื้นที่ จะส่งสัญญาณเรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยกันดับไฟในทันทีไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างออกไป พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวประณามบุคคลที่กระทำการที่ก่อให้เกิดไฟป่า ซึ่งส่งผลต่อการทำร้ายบั่นทอนสุขภาพ และการหามาตรการในการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชทดแทนพืชล้มลุก รวมทั้งการหาช่องทางการตลาด การค้าขายผลผลิตทางการเกษตร หามาตรกรให้ชาวบ้านลดการค้าของป่า ส่งเสริมพัฒนาต้นไผ่ ด้วยการให้ปลูกไผ่เพื่อผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่เวียงกาหลง เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า ได้อย่างยั่งยืน

โดยผลการดำเนินการอย่างเข้มข้นในห้วงวันที่ 3-9 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมดำเนินคดีผู้ก่อเหตุลักลอบเผาป่าได้ทั้งหมด 4 คดี มีพื้นที่เสียหายจำนวน 134 ไร่เศษ ได้มีการประชาสัมพันธ์รณรงค์งดเผา เฝ้าระวัง เป็นหูเป็นตาผ่านสถานีวิทยุชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบที่ชัดเจน เร่งรัดมอบเงินรางวัลให้แก่บุคคลที่ชี้ช่องจนสามารถนำคนจุดไฟเผาป่ามาดำเนินคดี และระดมอาสาสมัครและมวลชนในพื้นที่มารับความรู้ความเข้าใจในการดับไฟที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มีความมั่นใจที่การปฏิบัติการยุติไฟป่าและหมอกควันจะสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชาวเชียงราย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของชาวเชียงราย ที่จะร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ด้วยการมอบอำนาจให้นายอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้ง ชรบ.ใช้อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายควบคุมดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบ พร้อมกันนี้ได้จัดชุดประกอบกำลังเข้าพื้นที่ป่าเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทำทุกวิถีทางให้ไฟดับทุกกอง สกัดการลุกลามให้ดับสนิท รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ควบคุมกับการใช้มาตรการทางสังคมให้ควบคุมการเกิดจุดความร้อนอย่างเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถลดจุดความร้อนในวันต่อไปให้อยู่ในสภาวะที่สามารถบริหารจัดการควบคุมได้อย่างแน่นอน

ส่วนสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ อ.แม่สาย ที่มีค่า AQI ยังพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานอยู่นั้น มีรายงานว่า นายประจญ ปรัชญ์สกุล ได้สั่งการให้ภาครัฐ และขอความร่วมมือภาคเอกชน ร่วมกัน ‘ลุกขึ้นมาต่อสู้หมอกควันพิษ ที่ปกคลุมในพื้นที่ อ.แม่สาย’ โดยภาครัฐ จะได้นำรถดับเพลิงในเมืองแม่สาย ทั้งหมด ออกมาฉีดพ่นน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่ของ อ.แม่สาย เพื่อไล่ฝุ่นละอองพิษที่ฟุ้งกระจาย ตลอดจนล้างชำระเถ้าถ่าน ที่จับอยู่บนหลังคา และอาคารบ้านเรือน ได้ขอร้องและเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ชาว อ.แม่สาย ร่วมมือร่วมใจ ออกมาต่อสู้กับควันพิษ ด้วยการใช้สายยางฉีดน้ำ ชำระล้างอาคาร บ้านเรือน ภายนอกอาคาร ตลอดจนล้างเถ้าถ่านที่จับอยู่ตามต้นไม้ และภายนอกอาคาร บ้านเรือน โดยจะมีพิธีดีเดย์ สู้หมอกควันฯ ในวันพรุ่งนี้ (8 เมษายน 2562) ในเวลา 10.00 น.ทั่วทั้งเมืองแม่สาย อีกด้วย

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน