X

อ่วม น้ำมันดีเซลทะลุ 32 บาท/ลิตร เรือประมงกันตังโอดสู้ไม่ไหว จำใจจอดเรือครึ่งหนึ่ง

  ตรัง – เรือประมงพาณิชย์ทยอยจอดต่อเนื่อง หลังน้ำมันดีเซลราคาพุ่งลิตรละ 32 บาท ทำเรือประมงจำนวนมากสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว จอดไปแล้วกว่า 50%  ขณะที่ลูกจ้างเป็นห่วงนายจ้าง และกลัวตกงานไม่มีรายได้   และยังกระทบเป็นลูกโซ่ แม่ค้าคนกลางรับซื้ออาหารทะเลส่งขายก็เดือดร้อนหนักเช่นกัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ปัญหาราคาน้ำมันแพง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อประชาชนในทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะธุรกิจประมง และธุรกิจต่อเนื่องจากภาคการประมง ทำให้ได้รับความเดือดร้อนหนัก ล่าสุด พบว่าเรือประมงที่กลับเข้าฝั่ง เจ้าของเรือยังคงประกาศทยอยจอดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว ซึ่งเรือแต่ละลำในการออกเรือแต่ละครั้งต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงนับแสนบาท ไม่นับรวมค่าจ้างแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งน้ำแข็ง และเสบียงอาหาร

โดยที่แพปลายิมเซีย  เขตเทศบาลเมืองกันตัง  นายสุบิน เกตุรัตน์  เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ ประเภท เรืออวนล้อมจับ  กล่าวว่าขณะนี้เรือประมงพาณิชย์ทุกลำเดือดร้อนหนักในการออกทะเลแต่ละครั้ง เพราะต้องใช้น้ำมันเยอะมาก  ขณะที่ออกทะเลไม่แล้วไม่รู้จะได้ปลากลับมาหรือไม่ หรือได้มาปริมาณเท่าไร คุ้มค่ากับต้นทุนหรือไม่  ซึ่งเรื่องของกินเราหลีกได้ จะไม่กินก็ได้แต่น้ำมันต้องใช้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรัฐบาลช่วยไม่ได้ ก็ไม่รู้จะต้องทำยังไงในเมื่อต้นทุนมาสูง โดยเรือของตนเองเป็นเรือประมงขนาดใหญ่อวนล้อมจับมีทั้งหมด 4 ลำ และมีเรือปั่นไฟ  13 ลำ  แต่ละครั้งที่ออกเรือจะมีเรือใหญ่  1 ลำ พร้อมเรือปั่นไฟ  3 ลำ ใช้น้ำมันไปแล้ว  25,000 ลิตร   คิดเป็นเงิน 7 แสนกว่าบาท  เฉพาะแค่ค่าน้ำมันยังไม่รวมค่าน้ำแข็ง ค่าเสบียงอาหาร และค่าคนงาน โดยลูกน้องต้องใช้ลำละไม่ต่ำกว่า  30 คน จะต้องจ่ายค่าจ้างก่อนออกเรือ ไม่เช่นนั้นลูกน้องก็ไม่ออกเรือ บางครั้งทราบว่าออกไปก็ขาดทุน แต่จำเป็นต้องออก เพราะถ้าไม่ออกก็ต้องจ่ายเงินคนงาน แต่ถ้าลองเสี่ยงออก อย่างน้อยจ่ายค่าจ้างคนงาน แต่ก็ได้กลับมาบ้าง ขาดทุนไม่มาก

ทั้งนี้ ในการออกเรือละชุดจะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้าน จึงจะพออยู่ได้  แต่ขณะนี้สถานการณ์สัตว์น้ำในทะเล ปลาก็หายากมากขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุ   โดยเรือประมงพาณิชย์ใช้เครื่องมือทำประมงที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดทุกอย่าง  โดยน้ำมันเขียวในทะเลแตกต่างจากน้ำมันบนฝั่งไม่เกินลิตรละ 1 บาทเท่านั้น  ขณะนี้น้ำมันบนฝั่งราคาลิตร 32 บาท  ทุกวันนี้แต่ละครั้งที่จะออกเรือพะวงว่าจะมีปลาเข้าฝั่งหรือไม่ จะมีเงินซื้อน้ำมันเติมต่อหรือไม่  จึงต้องประหยัดทุกวิธี และกำชับลูกน้องให้ขับเบา ๆ เพื่อประหยัดน้ำมัน  แต่ละเดือนต้นทุนสูงมาก รวมทั้งการบำรุงซ่อมแซม ต้องใช้ไม้ดี ๆ เครื่องมือดี ๆ ถึงจะอยู่ต่อได้ บางครั้งโดนกระแสคลื่นลมก็กระทบหนักก็ต้องเน้นใช้เครื่องมือดี ๆ บางครั้งไม่ได้ออกเรือ แต่ลูกน้องก็ต้องกินต้องจ่ายต้องใช้เงินแล้ว ถ้าเรือประมงจอดก็ขาดทุน ต้องจ้างคนเฝ้าจ้างคนดูแล  แต่ทั้งนี้ ของตนเองกลับเข้าจะฝั่งจะจอดอีก 1 ชุด  ภาพรวมเรือจอดกันเป็นจำนวนมากประมาณ 50%   ในส่วนของราคาสัตว์น้ำก็ไม่ค่อยจะดี พ่อค้าแม่ค้านำไปขายที่ตลาดสดก็ขายยาก เพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ

ทางด้านลูกจ้าง และเป็นแม่ค้ารับซื้อปลาไปส่งขายที่จังหวัดปัตตานีด้วย  ก็บอกว่า ขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงนายจ้าง เพราะต้นทุนน้ำมันแพงมาก ออกเรือแต่ละครั้งต้องเสี่ยง หากได้ปลาน้อยก็ขาดทุน และหากเรือจอด  พวกตนกลัวตกงานจะลำบาก เพราะครอบครัวทำอาชีพนี้กันทั้งนั้น และค่าครองชีพสูง ส่วนตัวรับปลาไปส่งขายที่จังหวัดปัตตานีเดือนละ 4-5 เที่ยว แต่ตอนนี้ก็จะกลายเป็นว่าไม่มีรายได้ที่จะนำปลาไปส่ง เพราะหากได้ปลาน้อยก็ไม่ไป  ซึ่งหากเรือจอดทั้งหมดในวันข้างหน้า คนจะตกงานกันเยอะ  เพราะธุรกิจประมงเป็นหัวใจของคนอำเภอกันตัง คนงานที่มารับจ้างคัดไซส์ปลาก็มารับจ้างเป็นรายวัน หากเรือออกหาปลามาได้ก็ทำให้เรามีรายได้ แต่หากเรือไม่ได้ออกแล้วก็ไม่มีรายได้เลย ก็คงต้องอาศัยกันประหยัดกันต่อไป ถ้าราคาน้ำมันไม่มีการปรับขึ้นของทุกอย่าง

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน