ส.ส.ชร.เสนอเปิดด่าน ตรวจโควิด-19 ให้เข้ามาแค่ใกล้ๆ

เชียงราย-น.พ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือหมอเอก ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคก้าวไกล เผยจะเร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเชียงราย หลังทราบรายได้ต่อหัวประชากรต่ำสุด อยากผลักดันเปิดด่าน เพราะหารือเอกอัคราชทูตลาวและเมียนมา ทราบว่าเพื่อนบ้านพร้อม แต่ไม่เคยนำมาหารือ เสนอไทยส่งทีมแพทย์ไปสุ่มตรวจไวรัสโควิด-19 ฝั่งชายแดนเพื่อนบ้าน ถ้าไม่พบก็ตรวจคนที่จะข้ามแดนทั้งหมด ค่าตรวจจะถูก แล้วเปิดด่านเข้าไทยได้เฉพาะโซนพื้นที่ติดกันใกล้พรมแดน เท่านั้น ยังไม่ให้เข้ามาลึก น่าจะบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.63 นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือหมอเอก ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เชียงราย ตนพยายามทำงานด้านการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งเรื่องของถนน ไฟฟ้า ที่หลายพื้นที่เชียงราย ยังเข้าไม่ถึง ทำให้มีการขับเคลื่อนในสภา และตนเป็นกรรมาธิการ สาธารณสุข ประสานงานกับกรรมาธิการอื่น ทำให้มีกรรมาธิการลงพื้นที่เชียงราย บ่อยขึ้น ทั้ง กรรมาธิการที่เกี่ยวกับ สภาพอากาศ Pm 2.5 และ ไฟป่า และในสัปดาห์หน้าจะมีกรรมาธิการที่ดินจะมาลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อแก้ปัญหาที่ดิน,กรรมาธิการชายแดน ที่ดูแลการค้าและชายแดนลงพื้นที่ อ.แม่สาย -เชียงแสน และกรรมาธิการที่จะมาแก้ไขเรื่องสิทธิของพี่น้องชาติพันธุ์
ผลงานที่เห็นคือมีการประสานงานกับทางหลวงแก้ไขปัญหาถนนหน้า ม.แม่ฟ้าหลวง ที่มีรถชนทำให้ น.ศ.เสียชีวิต ได้ประสานให้มีการทำที่กั้นและไฟจราจร การแก้ไขปัญหา PM 2.5 จะมีกฎหมายออกมา แก้ปัญหาการข้ามแดน ประสานกับทูต สปป.ลาว และ เมียนมา
ข่าวที่ว่าจะมีการเปิดสนามบินใน สปป.ลาว เอกอัครราชทูตลาว ประจำประเทศไทย ยังยืนยันว่ายังไม่มีการอนุญาติ การเดินทางยังคงเน้นการเดินทางผ่านท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ผ่านไปพรมแดนออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านไปถึงประเทศจีน ถึง อินเดีย ได้ ผลงานการทำงานที่ผ่านมาตนยังไม่เป็นที่พอใจนัก เพราะมีการหมักหมมปัญหามานาน ทั้งปัญหาขยะ ชีวิตความเป็นอยู่ เศรษกิจ รายได้ของชาวเชียงรายต่อครัวเรือนต่ำที่สุดในประเทศ ทั้งที่มีความพร้อมทั้งธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ไม่น่าเชื่อว่ารายได้ของประชาชนเชียงรายจะน้อย จึงจะผลักดันร่วมกับ ส.ส.ภาคเหนือ ให้ภาคเหนือตอนบน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เป็นเขตพัฒนาพิเศษ

การผลักดันการเปิดด่านพรมแดนที่ปิดอยู่ขณะนี้ ตนหารือกับเอกอัคราชทูต สปป.ลาว และ เอกอัคราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย ทราบว่าเพื่อนบ้านเหล่านี้มีความพร้อมจะเปิดด่าน แต่ไทยไม่มีการตั้งโต๊ะเจรจา ซึ่งหากยังเป็นแบบนี้อยู่ อาจจะต้องเชิญเอกอัคราชทูตหรือนักการเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านมาเยือนและหารือกัน
การป้องกันคัดกรอง โรคไข้หวัดโควิด-19 กับประชาชนชายแดนเพื่อนบ้าน เช่น สหภาพเมียนมา หรือ สปป.ลาว ซึ่งตนที่

เคยเป็นแพทย์ อยากเสนอรัฐบาลว่า ให้ส่งทีมแพทย์จากไทย เข้าไปสำรวจในชายแดนเพื่อนบ้าน สุ่มตรวจหาไวรัสโควิด-19 หากไม่พบ ก็น่าจะเปิดด่านเพื่อไปมาหาสู่กันได้ แต่การจะเข้ามาของเพื่อนบ้าน ต้องตรวจไวรัสโควิด-19 ทุกราย โดยตั้งศูนย์ตรวจที่ชายแดน ค่าตรวจคนถูกตรวจต้องออกเอง แต่น่าจะไม่แพงมาก อาจจะ ราว 1,000 บาทเศษ เพราะตรวจกันในปริมาณคนเยอะเป็นหมื่นคนจะถูก และผลตรวจน่าจะทราบภายในหนึ่งถึงสามวัน เมื่อได้ผลตรวจแล้วว่าปลอดโรคโควิด-19 ก็ให้เข้ามาไทยได้ แต่ว่าจำกัดพื้นที่การเข้ามา เช่น อำเภอแม่สาย อาจจะให้เข้ามาถึงบริเวณด่านบ้านถ้ำ อย่างนี้เป็นต้น ยังไม่ปล่อยเขามาจนถึงโซนในเมืองเชียงราย จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจซึ่งขณะนี้แย่ลงมาก ได้ระดับหนึ่ง

ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องตามชายแดนรอบๆไทยขณะนี้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดโควิด-19 ยังถือว่าต่ำ หากเทียบกับประเทศในแถบยุโรป อเมริกา ซึ่งขณะนี้ก็กำลังเริ่มเป็นปัญหาที่พบมีเจ้าหน้าที่ทหารจากประเทศอียิปต์เข้ามาแล้วพบว่ามีการติดเชื้อใน จังหวัดระยอง

สราวุธ คำฟูบุตร

สราวุธ คำฟูบุตร

เสนอข่าวทุกมิติ เจาะลึกทุกประเด็น