ชีวิตสุดรันทด แม่วัย 60 ปี ต้องเลี้ยงดูลูกชายพิการ 2 คน หลายหน่วยงานระดมช่วย

เชียงราย-วอนสังคมช่วยเหลือ แม่วัย 60 ปี เลี้ยงดูลูกชายพิการ 2 คนเพียงลำพัง หลายหน่วยงานยื่นมือช่วย แต่ยังยากลำบาก 

หลังจากสื่อโซเซียลแพร่ข่าวการช่วยเหลือครอบครัว 3 แม่ลูกชาวเชียงราย ของนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พระเอกนักบุญขวัญใจชาวบ้าน และทีมงาน ซึ่งครอบครัวดังกล่าวอยู่กัน 3 คน ประกอบด้วย แม่อายุ 60 ปี และลูกชายวัยหนุ่มซึ่งทั้งคู่ป่วยเป็นโรคโปลิโอและมีอาการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด โดยพ่อของเด็กเสียชีวิตตั้งแต่ปีที่แล้ว แม่ต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง อาศัยเบี้ยคนพิการและบัตรประชารัฐในการยังชีพ จากที่เคยอุ้มลูกไปอาบน้ำ เข้าห้องน้ำ แต่ตอนนี้ลูกชายโตเป็นหนุ่มแถมมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ แม่ก็แก่ชราอุ้มไม่ไหวเหมือนแต่ก่อน เวลาออกไปทำซื้อของหรือทำธุระนอกบ้านจะต้องขังทั้งคู่ไว้ในบ้าน และต้องรีบกลับบ้านเพราะเป็นห่วงลูกๆ ก่อนเดินทางกลับนายบิณฑ์พร้อมทีมงานยังได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 20,000 บาท ไว้ให้ทางครอบครัวดังกล่าวไว้ใช้จ่ายอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 9849 ม.7 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย พร้อมกับนายกฤตชัย สุวรรณ ปลัดอำเภอฝ่ายศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งเป็นตัวแทนของนายบุญส่ง ตินารี นอภ.เวียงเชียงรุ้ง นายทองทิพย์ กุลสุวรรณ ผญบ.น้ำตกพัฒนา นายสิงห์คำ จอมสวรรค์ นายก อบต.ทุ่งก่อ และ อสม.หมู่บ้าน ซึ่งบ้านดังกล่าวปลูกห่างจากหมู่บ้าน ต้องเดินทางผ่านทุ่งนา สวนยางพารา และสวนลำไย เป็นระยะทางประมาณ 1 กม.จากตัวหมู่บ้าน เมื่อไปถึงก็พบกับนางสมบูรณ์ ทิพย์บุญชู อายุ 60 ปี ผู้เป็นแม่ นายธีรบุตร์ ทิพย์บุญชู อายุ 31 ปี ลูกชายคนโต ป่วยโปลิโอและพิการทางสมอง และนายนิยม ทิพย์บุญชู อายุ 22 ปี ลูกชายคนเล็ก มีอาการพิการซ้ำซ้อนเช่นเดียวกับพี่ชาย ทั้ง 3 คนอาศัยอยู่ในบ้านปูนชั้นเดียว ซึ่งบ้านดังกล่าวเป็นบ้านเทิดพระเกียรติที่ได้งบประมาณก่อสร้างจาก อบต.ทุ่งก่อ ได้แรงงานชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆร่วมกันก่อสร้างให้อยู่อาศัยแทนที่บ้านหลังเก่าที่เป็นกระท่อมเล็กๆ เมื่อประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว

นายทองทิพย์ กุลสุวรรณ ผญบ.น้ำตกพัฒนา เผยว่า ครอบครัวนี้ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก เพราะเพิ่งขาดเสาหลักคือสามีที่เสียชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา ประกอบกับผู้เป็นแม่ก็อายุมากแล้ว ตาทั้งสองข้างก็เป็นโรคต้อ เพิ่งได้รับการผ่าตัดมา หลังผ่าตัดใหม่อาการดีขึ้น แต่ปัจจุบันตาข้างซ้ายก็กลับมามีอาการพร่ามัวอีกครั้ง ในอดีตสามีจะช่วยเลี้ยงดูลูกอยู่ที่บ้าน และตัวแม่ของเด็กทั้ง 2 จะหาผักผลไม้ในป่าไปขายในตลาด แต่ตอนนี้อายุมากขึ้น ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เหมือนเก่า แถมยังต้องดูแลลูกชายที่พิการซ้ำซ้อนถึง 2 คน หวั่นปัญหาในอนาคตถ้าวันไหนที่ไม่มีแม่แล้ว ลูกชายทั้ง 2 คนของเขาจะอยู่กันอย่างไร ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานทั้งในและนอกพื้นที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ ทั้ง อบต. ทหาร ชาวบ้าน และนักศึกษา มรภ.เชียงราย แม้แต่พระภิกษุสามเณรก็มาช่วยกันก่อสร้างถนนหนทางเข้าบ้าน กาชาดจังหวัด อสม.ในพื้นที่ ก็มาช่วยเหลือดูแลตลอด ไม่ได้ทอดทิ้ง ก็ต้องขอขอบคุณแทนครอบครัวของ 3 แม่ลูกที่ได้มีหน่วยงานต่างเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

ด้านนายกฤตชัย สุวรรณ ปลัดอำเภอเวียงเชียงรุ้ง กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนของ นอภ.เวียงเชียงรุ้ง มาดูสภาพความเป็นอยู่ เพราะจากที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อโซเซียลตามที่คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือไป ตนก็จะนำเอาปัญหาที่ได้รับทราบไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยเฉพาะเรื่องถนนทางเข้าบ้านที่จะเข้าออกลำบากในช่วงฤดูฝน และเรื่องไฟส่องสว่างสองข้างทางเข้าบ้าน และจะประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ให้เข้ามาดูแลเป็นกรณีพิเศษด้วย

นายสิงห์คำ จอมสวรรค์ นายก อบต.ทุ่งก่อ กล่าวว่า ทาง อบต. ได้ดูแลครอบครัวดังกล่าวมาโดยตลอด เวลามีงบประมาณช่วยเหลืออะไรมาจะพิจารณาให้ครอบครัวนี้ก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนเรื่องถนนและไฟส่องสว่างที่ทางครอบครัวและผู้นำชุมชนอยากให้ช่วยสร้าง ก็ให้ทางผู้ใหญ่บ้านทำเรื่องมาที่ อบต. เพื่อจะได้ขอพิจารณาช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษตามกระบวนการของสภา อบต. ต่อไป

ผู้ใจบุญที่อยากช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารออมสิน เลขบัญชี 020240025120 ชื่อบัญชีนางสมบูรณ์ ทิพย์บุญชู หรือหากอยากบริจาคสิ่งของซึ่งทางครอบครัวต้องการสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือแพมเพิร์สซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องใช้ทุกวัน สามารตติดต่อไปที่เบอร์ 087-8196393 ซึ่งเป็นเบอร์ของผู้ใหญ่บ้านน้ำตกพัฒนา

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเชียงราย กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น