ขอนแก่น สหกรณ์ครูร่อนหนังสือแจงสมาชิก ยืนยันตัวเลขเงินหาย 396 ล้าน

สหกรณ์ครูขอนแก่น

ขอนแก่น – ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูโต้ข่าวชมรมสมาชิกสหกรณ์ครูปูดเงินหาย 1,175 ล้านว่า ไม่เป็นความจริง เหตุดูรายละเอียดเบิกถอนเงินไม่ครบถ้วน

สหกรณ์ครูขอนแก่น

วันนี้ (14 พ.ค.63)  ดร.อนุสาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด (สก.ขก.) ได้ออกแถลงการณ์ถึงสมาชิกฯ เพื่อชี้แจงกรณีชมรมสมาชิกสหกรณ์ครูขอนแก่นได้เปิดเผยว่า จำนวนเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ที่หายไป ไม่ใช่ 396 ล้านบาท แต่เป็นจำนวนสูงถึง 1,175 ล้าบาท โดยมีใจความว่า

 

ข้อเท็จจริงบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนดินแดง  

เลขที่บัญชี 144-101918-9  

ตามที่ ดร.วิศร์  อัครสันตติกุล นายไพทูรย์ พิมพ์ทอง นายอุดม สงวนชม ดร.จิรพงษ์  ไชยยศ ได้เผยแพร่ข่าวข้อมูลต่อสื่อสารมวลชน กล่าวหา คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ชุดปี 2562 ต่อเนื่องปี 2563 ว่า ร่วมกันปกปิดซ่อนข้อเท็จจริง พยานหลักฐานด้านการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เมื่อคราวประชุมวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ว่า

เงินสหกรณ์หายเป็นเงินกว่า 1,175 ล้านบาท แต่นำเสนอว่า มีเงินหายไปเพียง 396 ล้านบาท  มิได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สหกรณ์ฯ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของมวลสมาชิก โดยทำเรื่องให้นายทะเบียนให้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด พ้นจากตำแหน่ง

เป็นการกล่าวหาที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และคณะกรรมการดำเนินการอย่างร้ายแรง ข้อมูลที่ทางชมรมฯ ได้จากการไปขอคัดคำฟ้องศาลที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ดำเนินการฟ้องไปเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563 แล้ว นำมาตีแผ่ในสื่อมวลชนด้วยมารยาทคดีอยู่ระหว่างดำเนินการ เขาจะไม่กระทำกัน จะทำให้เสียรูปคดีและ ก้าวล่วงการทำงานของเจ้าพนักงานและทนายความ แต่เมื่อชมรมฯ ได้นำมาเปิดเผย

ทางคณะกรรมการดำเนินการ เมื่อคราวประชุมวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 จำเป็นต้องชี้แจงทำความเข้าใจข้อเท็จจริงดังกล่าว  ดังนั้นเพื่อเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแก่สมาชิกทุกท่านและสื่อมวลชน คณะกรรมการขอนำเรียนข้อมูลรายละเอียด ลำดับ ขั้นตอนการติดตามบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนดินแดงเลขที่บัญชี 144101918-9  ดังนี้

สหกรณ์ครูขอนแก่น

19  ตุลาคม 2562  ที่ประชุมใหญ่วิสามัญที่ จ.หนองคาย ได้มอบภารกิจให้คณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเงินฝากประจำหายไปกว่า 400 ล้านจริงหรือไม่

24 ตุลาคม 2562  คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รายงานภายใน 7 วัน

5 พฤศจิกายน 2562 ชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ยื่นขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว

5 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานคณะกรรมการดำเนินการทราบและขยายเวลาในการตรวจสอบคณะกรรมการมีมติให้ขยายเวลาออกไปถึง 30 พฤศจิกายน 2562 และมีมติให้ทำหนังสือขอ Statement จากธนาคาร

8 พฤศจิกายน 2562  ทำหนังสือขอ Statement จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

18 พฤศจิกายน 2562 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) แจ้งกลับไม่สามารถให้ Statement ได้  ต้องให้ผู้มีอำนาจกระทำการในสมุด คู่ฝาก 3 ใน 4 คน ลงชื่อยื่นขอ Statement

18 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการดำเนินการเดินทางไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเทสโก โลตัสเอกตร้า  เพื่อขอปรับสมุดคู่ฝากและขอ statement แต่ไม่สามารถดำเนินการได้

21 พฤศจิกายน 2562  คณะกรรมการดำเนินการมีมติมอบคณะทำงานขอใบเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อและขอ Statement จากธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ กทม.

25 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายลงไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด  (มหาชน) สาขาถนนดินแดน กทม. และได้รับ Statement

ในเบื้องต้นคณะกรรมการได้ทราบข้อมูลจาก Statement เท่านั้น ยังไม่ได้รายละเอียดการเบิกถอน  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด จึงมีหนังสือที่ สอ.คขก.1898/2562 ลว. 25 พฤศจิกายน 2562 เพื่อขอรายละเอียดในบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 144-101918-9 จำนวน 11 รายการ เมื่อได้เฉพาะข้อมูลจาก Statement จึงตรวจสอบจาก Statement ที่ได้รับปรากฏว่า เงินคงเหลือจริง 79,714.16 บาท

เมื่อเป็นเช่นนี้ คณะกรรมการได้ดูเอกสารการประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ 31/2562  เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งระบุยอดเงินฝากประจำธนาคารดังกล่าว จำนวน 431,941,784.59 บาท ประกอบกับสมุดคู่ฝากมียอดปรากฎจำนวน 431,941,784.59 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลในการสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เงินหายไปจำนวน 431,862,070 บาท (431,941,784.59 – 79,714.16 = 431,862,070)  

(ดังนั้นจากข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตรงนี้ ถ้าตัวเลขไม่เป็นจริงจากเอกสารการประชุมกับสมุดคู่ฝาก  จะเป็นข้อหาทำเอกสารอันเป็นเท็จหรือปลอมแปลงเอกสาร)

27 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการนำ statement ที่ได้รับมาพิจารณาดำเนินการตรวจสอบ มีมติตามข้อบังคับที่ 104 ร้องทุกข์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

4 ธันวาคม 2562  ประชุมใหญ่วิสามัญนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงตาม Statement เพราะยังไม่ได้รับเอกสารการเบิกถอนจากธนาคาร โดยนำข้อมูลที่คณะกรรมการอนุมัติให้ร้องทุกข์ตามข้อบังคับที่ 104 เสนอที่ประชุมคือ เงินคงเหลือจริง 79,714.16 บาท ข้อมูลจากเอกสาร  การประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ 31/2562 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งระบุยอดเงินฝากประจำธนาคารดังกล่าว จำนวน 431,941,784.59 บาท ประกอบกับสมุดคู่ฝากมียอดปรากฏจำนวน 431,941,784.59 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลในการสันนิษฐาน เบื้องต้นว่า เงินหายไป จำนวน 431,862,070 บาท (431,941,784.59 – 79,714.16 = 431,862,070) 

ดังนั้นในวันประชุมใหญ่วิสามัญคณะกรรมการยังไม่ได้รับเอกสารการเบิกถอนแต่อย่างใด การที่ชมรมฯ อ้างว่าไม่นำรายละเอียดการเบิกถอนตามที่ชมรมให้ข่าวว่า ปกปิดซุกซ่อนข้อเท็จจริง จึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ ไม่มีข้อมูลชัดเจน ทำให้คณะกรรมการดำเนินการได้รับความเสียหาย

6 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการดำเนินการเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ DSI

8 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการดำเนินการเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ สภ.เมืองขอนแก่น

12 ธันวาคม 2562 ประธานคณะกรรมการดำเนินการ ตัวแทนไตรภาคี เดินทางไปรับเอกสารใบเบิกถอนที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเทสโก โลตัสเอกตร้า ซึ่งได้รับมาแค่ 2 รายการ คือ รายการเบิกถอนวันที่ 16/08/11 ยอดเงิน 296,000,000.00 บาท และรายการเบิกถอนวันที่ 16/08/11 ยอดเงิน 100,000,000.00 บาท

ถึงทราบบุคคลที่เบิกถอนคือ นายเอกราช ช่างเหลา  นายนพรัตน์ สร้างนานอก  นายสมศักดิ์  โคตรวงศ์ แล้วโอนเข้าบัญชี นายเอกราช ช่างเหลา และมอบผู้จัดการตรวจสอบว่ามีการโอนเงินยอดนี้กลับเข้ามาบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด สาขามอดินแดง หรือไม่ จากการตรวจสอบไม่มีรายการโอนกลับเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด แต่อย่างใด

17 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการมอบให้ทนายความนำเอกสารที่ได้รับจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนดินแดง จำนวน 2 รายการ ส่งให้ สภ.เมืองขอนแก่น และระบุตัวผู้กระทำความผิด

20 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการดำเนินการได้รับเอกสารทั้งหมดในส่วนที่เหลือจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนดินแดง และประชุมพิจารณามอบผู้จัดการตรวจสอบเมื่อมีการ เบิกถอนเงินจากบัญชีแล้วมีการโอนกลับเข้าบัญชีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด สาขามอดินแดง หรือไม่ และได้มอบเอกสารทั้งหมดให้ทนายความดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งทาง สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับเอกสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการทางคดี 

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางคดีคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้ติดตามทางคดีเป็นระยะ มีหลักฐานเป็นหนังสืออ้างอิงได้อย่างชัดเจน การที่ชมรมฯกล่าวหาว่า ละเลยในการติดตามคดีจึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ คณะกรรมการดำเนินการต้องขอขอบคุณคณะทีมนายตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ที่ท่านได้เอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญ ท่านต้องรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน ระยะเวลาล่วงเลยมาสักพัก เราจึงขอให้ทนายฟ้องศาลโดยตรง ในวันที่ 17 เมษายน 2563 โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ควบคู่ไปกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ขอนแก่น

ปัจจุบันเรื่องอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี คณะกรรมการดำเนินการจึงขอเรียนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ให้สมาชิกทราบว่า คณะกรรมการดำเนินการมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจในการแก้ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้ปล่อยปละละเลย หรือไม่ได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ชมรมฯ กล่าวหา และขอยืนยันว่ายอดเงินที่หายไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดง กทม. บัญชีเลขที่  144-101918-9 ไม่ใช่ยอด 1,175 ล้านบาท ดังที่ชมรมฯ ให้ข่าวแต่อย่างใด เพราะชมรมฯ มีข้อมูลเฉพาะใบเบิกถอน แต่หลักฐานการโอนกลับมาบัญชีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด สาขามอดินแดง ชมรมฯ ไม่มีหลักฐาน 

หลังจากมีการตรวจสอบเอกสารที่มีทั้งหมดจำนวนเงินที่ถูกประทุษร้ายไปจริง จำนวน 405 ล้านบาท (ไม่ได้คำนวณดอกเบี้ย) แต่คณะกรรมการดำเนินการร้องทุกข์ไป จำนวน  431 ล้านบาท (431,862,070 บาท) จึงเป็นตัวเลขกรณีลูกหนี้เงินสดขาดบัญชี โดยยึดข้อมูลเบื้องต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งใกล้เคียงกับการตรวจสอบเมื่อได้เอกสารมาครบจากทางธนาคาร  

จริงๆ คณะกรรมการไม่อยากกล่าวล่วงเพราะอยู่ในระหว่างการดำเนินการทางคดี แต่จำเป็นต้องนำข้อมูลที่ถูกต้องเรียนมายังสมาชิกทุกท่านด้วยความเคารพ ขอให้สมาชิกทุกท่านได้เชื่อมั่นในการ ทำงานของคณะกรรมการฯ ขอรับรองว่า การดำเนินการทางคดีตามกฎหมายต้องได้ทรัพย์สินของสหกรณ์ฯ เราที่ถูกประทุษร้ายไปได้กลับคืนมาอย่างแน่นอน

จากกรณีความหวังดีของชมรมฯ กลับเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรทันที คือ คณะกรรมการได้ติดต่อกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่งและได้รับอนุมัติให้กู้เงินจำนวน 200 ล้านบาทและได้โอนเงินเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เรียบร้อยแล้ว พอชมรมฯ ให้ข่าวทางสื่อมวลชนและสื่อคอมพิวเตอร์ว่า เงินหาย 1,175 ล้านบาท สถาบันการเงินนั้นโอนกลับทันที มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เสียหายอย่างร้ายแรง 

ขอร้องให้พวกเรามาช่วยกันคิดวางแผนพัฒนาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ให้เกิดความก้าวหน้า เป็นที่เชื่อถือของสถาบันการเงินต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรกับเราและหาวิธีการช่วยเหลือสมาชิกเราทุกคนให้อยู่ดีมีสุขตามอุดมการณ์สหกรณ์  ขอให้ความมั่นใจกับมวลสมาชิกว่า สหกรณ์ฯ ของเรามีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกสืบไป ปัจจุบันการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ดำเนินไปอย่างปกติ อย่าหวั่นวิตกกับข่าวลือดังกล่าว และคณะกรรมการดำเนินการได้มีหนังสือชี้แจ้งนายทะเบียนและสถาบันการเงินต่างๆเพื่อให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง

คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด

13  พฤษภาคม  2563

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น