ชาวบ้านเฮ! ศาลตีตกไม่รับฎีกาคดีผู้จัดสรรที่ดิน’ร็อคการ์เด้นบีชฯ’สั่งจ่าย 8 ล้านดูแลลูกบ้าน

วันที่ 19 ก.พ.64 ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านโครงการบ้านจัดสรร “ร็อคการ์เด้นบีช ระยอง” ตั้งอยู่เลขที่ 229 ม.6 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ที่ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ถนนรัชดา แผนกคดีผู้บริโภค เพื่อดำเนินคดีผู้จัดสรรโครงการ “ร็อคการ์เด้นบีช ระยอง” ได้แก่ บริษัท ชูชีพเฮาส์ซิ่งแลนด์ จำกัด(จำเลยที่ 1), บริษัท ร็อคการ์เด้นบีช จำกัด(จำเลยที่ 2) และบริษัท ร็อคการ์เด้นกรุ๊ป จำกัด(จำเลยที่ 3) ในความผิดฐาน 1.ละเมิดทำการตัดท่อส่งน้ำเข้าบ้านของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการ 2.ไม่ดำเนินการจัดสร้างสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามใบอนุญาตจัดสรร ที่ได้รับอนุญาต เมื่อช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.64 ที่ผ่านมา ศาลฎีกา ถนนรัชดา แผนกคดีผู้บริโภค ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาและยกคำร้องและไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม หลังจากศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว

โดยคดีนี้เริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่ในโครงการร็อคการ์เด้นบีช ระยอง จำนวน 9 รายการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ถนนรัชดา แผนกคดีผู้บริโภค เพื่อดำเนินคดีกับผู้จัดสรรโครงการร็อคการ์เด้นบีช ระยอง ซึ่งผู้สร้างโครงการและดูแลโครงการได้แก่ บริษัท ชูชีพเฮาส์ซิ่งแลนด์ จำกัด (จำเลยที่ 1) บริษัท ร็อคการ์เด้นบีช จำกัด (จำเลยที่ 2) บริษัท ร็อคการ์เด้นกรุ๊ป จำกัด (จำเลยที่ 3) นางเนาวนิจ ศิลป์รัตน (จำเลยร่วม) ในความผิดฐาน 1.ละเมิดทำการตัดท่อส่งน้ำเข้าบ้านของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการ 2.ไม่ดำเนินการจัดสร้างสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามใบอนุญาตจัดสรร ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลแพ่ง ถนนรัชดา แผกคดีผู้บริโภค ได้รับเป็นคดีหมายเลขดำที่ 664/2561

ต่อมาศาลชั้นต้น แผนกคดีผู้บริโภค ได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 664/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 1589/2561 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 พิพากษาให้บริษัท ชูชีพเฮาส์ซิ่งแลนด์ จำกัด (จำเลยที่ 1) บริษัท ร็อคการ์เด้นบีช จำกัด (จำเลยที่ 2) บริษัท ร็อคการ์เด้นกรุ๊ป จำกัด (จำเลยที่ 3) 1.ชดใช้ค่าเสียหายที่ละเมิดตัดน้ำของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโครงการร๊อคการ์เด้นบีช 2.ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันยื่นขยายเขตต่อการประปาส่วนภูมิภาค และเดินท่อประปาให้ครอบคลุมถึงบ้านทุกหลังในโครงการฯ หากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการให้ชำระเงินให้แก่ลูกบ้านทั้ง 9 รายเพื่อไปดำเนินการเรื่องประปาจนแล้วเสร็จ เป็นจำนวนเงิน 8 ล้านบาท หรือตามที่ใช้จ่ายจริง จำเลยร่วม (นางเนาวนิจ ศิลป์รัตน) ให้ยกไม่ต้องร่วมชดใช้

ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ ถนนรัชดา แผนกคดีผู้บริโภค เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาและอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสามต้องชดใช้ค่าเสียหาย และขยายเขตการประปาของการประปาส่วนภูมิภาค และเดินท่อประปาให้ครอบคลุมถึงบ้านทุกหลังในโครงการ หรือชำระเงิน 8 ล้านบาทให้แก่โจทก์ทั้ง 9 เพื่อไปดำเนินการตามที่ศาลชั้นต้น แผกคดีผู้บริโภค ได้พิพากษาไว้แล้ว

ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา แผนกคดีผู้บริโภค เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ศาสฎีกา แผนกคดีผู้บริโภค ได้อ่านคำสั่งขออนุญาตฎีกา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลฎีกา แผนกคดีผู้บริโภคมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม ซึ่งจากคำพิพากษาของศาลได้สร้างความพึงพอใจให้กับชาวบ้านอย่างมาก

ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเปิดใจภายหลังว่า ตั้งแต่วันแรกที่พวกเราฟ้องดำเนินคดีกับผู้จัดสรรที่ดินโครงการร็อคการ์เด้นบีช นับเป็นเวลานานมากกว่าจะได้รับความยุติธรรมในวันนี้ ที่ผ่านมาเราเคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการหลายหน่วยก็ไม่เคยดีขึ้น และในระหว่างการดำเนินคดีพวกเราหลายคนถูกข่มขู ถูกกลั่นแกล้งจากทางโครงการ เช่น ไม่ให้บริวารของโจทก์เข้า-ออกโครงการ โจทก์เองเวลาเข้า-ออกโครงการก็ต้องลงไปเปิดประตูโครงการเอง

นอกจากนี้ ยังไม่มีน้ำใช้อุปโภค บริโภค ต้องสั่งซื้อน้ำจากภายนอก เวลารถน้ำจะเข้ามาส่งก็ถูกเรียกเก็บค่าใช้ถนน 100 บาทโครงการนี้ไม่มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ผู้จัดสรรจึงไม่สามารถเก็บเงินค่าส่วนกลางได้ตามที่ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 43 กำหนดว่าจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ต้องดูแลสาธารณูปโภค และไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรได้

“พวกเราดีใจเป็นอย่างมากที่ศาลเมตาสั่งให้จำเลยทั้งสามขยายเขตประปาของการประปาส่วนภูมิภาค และเดินท่อประปาให้ครอบคลุมถึงบ้านทุกหลัง เพราะตั้งแต่ซื้อบ้านในโครงการแห่งนี้มา พวกเราต้องทนใช้น้ำสกปรกจากการที่ผู้จัดสรรดูดน้ำจากบ่อน้ำแล้วไม่มีการกรองแต่อย่างใดส่งมาตามท่อให้ใช้”

ขณะที่ลูกบ้านอีกราย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) เปิดเผยว่า ดีใจที่ได้น้ำประปาที่มีคุณภาพมาใช้อุปโภค บริโภค หลังต้องทนทุกข์ใช้น้ำที่จำเลยสูบมาจากบ่อน้ำที่ไม่มีการกรองใดใดส่งผ่านท่อมาให้ใช้ในโครงการนานถึง 30 ปี ร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการหลายครั้งก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จนต้องนำเรื่องขึ้นสู่ศาลและได้รับชัยชนะวันนี้นับเป็นอีกคำพิพากษาหนึ่งที่ผู้ที่คิดจะบ้าน ควรตรวจสอบสาธารณูปโภคประจำโครงการหมู่บ้านให้ครบ ก่อนที่จะถูกผู้จัดสรรที่ดินเอาเปรียบ”วันนี้เราได้รับความเป็นธรรมแล้ว ที่ผ่านมาเราโดนกลั่นแกล้งและถูกบังคับข่มขืนใจให้จ่ายค่าส่วนกลางมาตลอด บ้านไหนไม่จ่ายก็ทำการตัดน้ำ ทั้งที่หมู่บ้านไม่มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร กฏหมายกำหนดชัดเจนเป็นหน้าที่จำเลยที่ต้องดูแลไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้อีกทั้งคำพิพากษายังสั่งให้ผู้จัดสรรที่ดินทำการขอขยายเขตน้ำประปาของการประประส่วนภูมิภาคให้ครอบคลุมถึงบ้านทุกหลังในโครงการ หรือจ่าย 8 ล้านบาทให้แก่ฝ่ายลูกบ้านไปดำเนินการด้วย” ลูกบ้านรายนี้ กล่าว

–แฟ้มภาพ

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน