X
โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า

โจรปล้นร้านทองพบพระเผ่นข้ามฝั่งพม่าแล้ว รองผบ.ตร.รุดดูพื้นที่

()

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแกะรอยโจรปล้นร้านทอง เชื่อคนร้ายเผ่นข้ามแดนหม่องไปแล้ว พบกางเกง เสื้อผ้ารองเท้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้ในฝั่งไทย

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านจำหน่ายทองคำรูปพรรณ เลขที่ 356 ถนนซอโอ – วาเล่ย์  ต.พบพระ จ.ตากหลังจากคนร้าย จำนวน 3 คน ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอกซ์ เลขทะเบียน1910 กำแพงเพชร และใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูกระจกที่ร้าน พร้อมกับใช้ค้อนทูบประตูร้านเข้าไปจากนั้นได้นำเอาทองคำรูปพรรณ น้ำหนักจำนวนเกือบ 187 บาท หลบหนีไป โดยมีพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.ปก บดีพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตากให้การต้อนรับ  โดยพล.ต.อ.สุชาติได้ตรวจสอบที่เกิดภายในร้าน และสอบถามเจ้าของร้านถึงข้อมูลต่างๆ จากนั้นจึงเดินทางไปยังบ้าน ผากะเจ้อ หมู่ที่ 9 ตำบลวาเล่ย์ ซึ่งเป็นจุดที่เปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้ในการปล้นมาเป็นรถยนต์สำหรับหนีต่อไปอีกคันหนึ่งอีกคัน และเดินทางต่อไปบ้านยะพอ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา และเป็นจุดที่คนร้ายหนีข้ามไปฝั่งเมียนมา โดยมีลำห้วยกั้นระหว่างเขตไทยกับฝั่งประเทศเมียนมา โดยมีทหารบก.ควบคุมที่14 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่14 อ.แม่สอด พร้อมด้วยสุนัขสงครามเข้าไปร่วมตรวจสอบพื้นที่ด้วย

โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า
โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า
โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า
โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พบหลักฐานชิ้นใหม่เป็นเสื้อยึด กางเกงวอร์ม สีน้ำเงิน และรองเท้า ของคนร้ายวางอยู่ริมฝั่งลำห้วยยะพอติดชายแดน ตรงข้ามกับพื้นที่ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นดีโอ.เจ้าหน้าที่จึงให้ทางตำรวจวิทยาการเข้าไปเก็บหลักฐานไว้ โดยมีการดูเบอร์รองเท้า ขนาดความสูงของกางเกง ขณะเดียวกันได้ให้สุนัขสงครามของทหารดมกลิ่นรองเท้า และในจุดที่คนร้ายเดินทางไป แต่เนื่องจากมีลำห้วยกั้นอยู่ สุนัขจึงไม่สามารถไปต่อได้

โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า
โจรปล้นร้านทองหนีไปพม่า

พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า คิดว่าคนร้ายน่าจะมีการสำรวจเส้นทางวางแผนมาแล้ว และมีแนวโน้มที่หนีไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่ตัดประเด็นในประเทศออกไป แต่ให้ติดตามคนร้าย และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดทั้งก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุจนพบรถยนต์ ส่วนหลักฐานต่างๆ ที่พบกำลังนำไปตรวจสอบเพื่อเทียบกับบุคคลต้องสงสัยเป็นผู้ครอบครองรถยนต์  ส่วนรถยนต์ที่ทางเจ้าหน้าที่ยึดได้จำนวน 2 คันนั้น น่าจะมีคนร้ายมากกว่า 3 คน ส่วนการที่คนร้ายหนีไปฝั่งประเทศเมียนมานั้น ทางผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีแนวทางในการทำงาน โดยสามารถประสานติดต่อกับประเทศเพื่อนได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้ออกหมายจับในคดีนี้ให้ชัดเจนก่อน ส่วนการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยใดๆ

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี

สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี

เป็นผู้สื่อข่าวในพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมา จังหวัดตาก ในสังกัดสำนักข่าวต่างประเทศ และสำนักข่าวในประเทศ ทีี่ปฎิบัติงานข่าวด้านชายแดนไทย - เมียนมา มาอย่างยาวนาน โดยมีประสบการณ์ ในด้านการทำข่าวทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ตลอดจนเว็บไซค์ และสื่อต่างๆ ที่ทันกับยุค ทันกับสมัยใหม่