ฝนหลวงฯ ขึ้นบินเร่งเติมน้ำ 2 อ่างเก็บน้ำวิกฤต จ.สระแก้ว

สระแก้ว – ศูนย์ฯ ฝนหลวงภาคตะวันออก จ.สระแก้ว นำเครื่องคาราแวน 3 ลำ ขึ้นบินเร่งทำฝนหลวง เพื่อเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำขั้นวิกฤตใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว และฉะเชิงเทรา ระบุ น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยยางมีน้ำแค่ 13% จึงต้องเร่งเติมน้ำให้ได้มากที่สุดก่อนจะหมดช่วงฤดูฝนปลายเดือน ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพล สุชาดา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินทางลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.สระแก้ว ที่สนามบินฝูงบิน 206 อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อขึ้นบินตรวจสอบปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญในพื้นที่ จ.สระแก้วและฉะเชิงเทรา ที่มีปริมาณน้ำน้อยอยู่ในขั้นวิกฤตในปัจจุบัน โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยยาง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกับสั่งการให้ทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก นำเครื่องบินคาราแวน จำนวน 3 ลำ ขึ้นบินเพื่อโปรยสารฝนหลวงในพื้นที่ จ.สระแก้วและฉะเชิงเทรา สำหรับเร่งการทำปฎิกิริยาในชั้นบรรยากาศ เพื่อทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่องบริเวณพื้นที่เหนือเขื่อนหลัก ๆ ที่มีปริมาณน้ำคงเหลือน้อยในปัจจุบัน ซึ่งระหว่างการขึ้นบินปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลทำให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ด้วยเช่นกัน

 

นายวีระพล สุชาดา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.สระแก้ว ซึ่งที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยแล้งและเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ โดยเฉพาะใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง อ่างเก็บน้ำห้วยยางมีปริมาณน้ำต่ำเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราจะต้องเร่งปฏิบัติการเติมน้ำต่อไป ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ ปริมาณน้ำก็ค่อนข้างต่ำเช่นกัน เพียง 15 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่สำคัญใน จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ที่ต้องใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตรและใช้ในอุตสาหกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีด้วย

” ช่วงนี้ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีนโยบายให้หน่วยปฏิบัติการฯ ช่วยเร่งเติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำที่สำคัญ คาดว่า จะสามารถดำเนินการไปได้ถึงปลายเดือน ต.ค.นี้ ก่อนที่อากาศหนาวจะแผ่ลงมาทำให้ความชื้นสัมพัทธ์เริ่มต่ำจนไม่สามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้ ซึ่งเรามีเวลาแค่เดือนเศษแค่ปลายเดือน ต.ค.ถึงต้น พ.ย.โดยต้องติดตามสภาพอากาศต่อเนื่อง คาดว่า ปริมาณน้ำที่จะได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศที่ช่วยปฏิบัติการเสริมโดยมีการติดตามแบบวันต่อวันและวิเคราะห์สภาพอากาศ พร้อมขึ้นบินทันทีหากอากาศเหมาะสม ซึ่งแต่ละวันหากครบขั้นตอนจะสามารถดำเนินการได้ถึง 3 เที่ยว ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงขั้นตอนการโจมตีเมฆ เพื่อให้เกิดฝนตก” ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าว

——————————–

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"