ชาวบ้านสระแก้วร้องปิดเส้นทางสาธารณะลงสู่คลองพระสะทึง

สระแก้ว – ชาวบ้านซอยเทศบาล 14 เทศบาลเมืองสระแก้ว ร้องเจ้าของที่ดินรายใหม่ปิดเส้นทางสาธารณะลงสู่ลำคลองที่ชาวบ้านใช้งานตั้งแต่อดีตกว่า 30 ปี เตรียมนำเรื่องขึ้นสู่ศาล หลังร้องเรียนทุกหน่วยงานแล้วไม่มีความคืบหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ร้องเรียนว่า ได้รับความเดือดร้อนภายหลังจากเจ้าของที่ดินรายหนึ่ง ปิดกั้นถนนสาธารณะ ซึ่งเป็นเส้นทางลงสู่คลองพระสะทึง ถนนเทศบาล 14 ที่ชาวบ้านใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหาสัตว์น้ำ เก็บผัก ลงเล่นน้ำและจัดกิจกรรมตามประเพณีทางน้ำ ขณะที่เจ้าของที่ดินรายดังกล่าวเองยืนยันว่า ที่ดินที่ตนเองซื้อต่อมาเป็นโฉนดผืนเดียว ไม่ได้ระบุว่า มีถนนสาธารณะอยู่ ซึ่งตัวเองทำถูกต้องตามกฎหมาย

นายแดน จันทร์บัว ตัวแทนชาวบ้านชุมชนย่อยที่ 8 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อน เพราะมีผู้ปิดกั้นถนนสาธารณะซึ่งเป็นทางลงสู่คลองพระสะทึง ถนนเทศบาล 14 ตำบลสระแก้ว ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวบ้านทั้งออกหาปลา สัตว์น้ำต่างๆ เก็บผัก และลงเล่นน้ำ มานานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่ากว่า 30 ปี และเมื่อมีงานประเพณีวันลอยกระทง ชาวบ้านก็จะลงไปทำกิจกรรมที่บริเวณดังกล่าว แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ลงสู่คลองพระสะทึงได้ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนมาเป็นเวลากว่า 3-4 ปีแล้ว ขณะนี้ชาวบ้านอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อฟ้องร้องต่อศาล เพราะก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาฏีกาปัญหาลักษณะเดียวกันมาแล้ว ซึ่งไม่สามารถปิดเส้นทางลักษณะนี้ได้ และทางเทศบาลในฐานะผู้เสียหายจะต้องร่วมเป็นโจทก์ฟ้องร้องต่อศาลร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย

ขณะที่ นางสุนทรีย์ พิมพ์พิสาร อดีตเจ้าของที่ดินเดิมที่ขายให้กับเจ้าของที่ดินรายใหม่ไปเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า ในจำนวนเนื้อที่ดิน 20 ไร่ ซึ่งขายไปตอนนั้นราคาประมาณ 200,000 บาท แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ๆ ละประมาณ 10 ไร่ ตนขอยืนยันว่า บริเวณนั้นมีทางสาธารณะที่ชาวบ้านใช้กันอยู่จริง ลงไปถึงลำคลองเลย เวลาจะลงไปสู่คลองทุกคนสามารถใช้งานกันได้ปกติ แต่เดิมสมัยก่อนก็เป็นทางเกวียนและต่อมาเป็นถนนลูกรังก็ปล่อยให้เดินกันเรื่อยมา แต่ปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถใช้ถนนเส้นนี้ได้แล้ว จึงอยากให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ให้เป็นข้อยุติโดยเร็ว

ด้านเจ้าของที่ดินรายใหม่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า ที่ดินที่ซื้อต่อมาเป็นโฉนดผืนเดียว ไม่ได้บอกว่า มีถนนสาธารณะอยู่ในที่ดินผืนนี้ ซึ่งยืนยันว่าตนเองทำถูกต้องตามกฎหมาย จึงอยากให้ไปสอบถามข้อเท็จจริงได้จากทางเทศบาลเมืองสระแก้ว

ทางด้าน นายสุรพงษ์ เทียมเพ็ชร์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว กล่าวว่า ปัญหานี้มีมานานแล้ว เพราะเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับเจ้าของที่ดินใหม่ ซึ่งที่ดินแปลงนี้สมัยก่อนชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางสัญจรเดินทางลงไปในคลองพระสะทึง เพื่อหากินกัน ซึ่งสมัยก่อนเจ้าของที่เดิมก็ให้สามารถเดินผ่านไปได้ แต่ปัจจุบันที่ดินเปลี่ยนมือไปเป็นเจ้าของรายใหม่ มีการไปทำโฉนดมาใหม่และในหลักฐานไม่มีเป็นทางสาธารณะ ซึ่งตามหลักฐานที่ได้จากทางสำนักงานที่ดิน ไม่มีเป็นทางสาธารณะ แต่ชาวบ้านได้อ้างว่า ได้เดินมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ซึ่งกระบวนการออกหลักฐานไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เท่าที่ดู ณ วันนี้จากหลักฐานถือว่าถูกต้อง

รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว กล่าวอีกว่า นอกจากพื้นที่ตรงนี้แล้ว ก็ไม่มีเส้นทางอื่นที่ชาวบ้านจะสามารถเดินไปลงคลองได้เลย และเป็นพื้นที่ต่อจากเส้นทางที่เทศบาลไปเทคอนกรีตไว้แล้ว เทศบาลไม่สามารถเทถนนเข้าไปด้านในได้ เพราะตามหลักฐานไม่ใช่ที่สาธารณะจึงไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ร้องเรียนเรื่องนี้เข้ามาแล้วที่เทศบาลเมืองฯ โดยเส้นทางสาธารณะเป็นหน้าที่ของทางเทศบาลและอำเภอร่วมกันดูแล จึงได้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อเดือนก่อนและตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบข้อเท็จจริง คาดว่าจะมีการนัดพูดคุยอีกครั้ง ก่อนทำเรื่องสรุปเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ กรณีปัญหาดังกล่าวต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์กัน จึงต้องใช้กระบวนการของกฎหมายในการพิจารณาหาข้อยุติ

————————

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น