อำเภอมีคำสั่งด่วนที่สุดให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวังลักลอบเผา ตร.ทางหลวงส่งรถตรวจการ 24 ชม.

สระแก้ว – อำเภอมีคำสั่งด่วนที่สุด ให้กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน แจ้งเตือนงดเว้นการเผาและเฝ้าระวังการลักลอบเผาแล้ว พร้อมให้เตรียมรับสถานการณ์อัคคีภัย จัดเตรียมรถน้ำและจัดกำลังเจ้าหน้าที่สำหรับปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีที่ได้รับแจ้ง ด้านตำรวจทางหลวงสระแก้วสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลเหตุเผาริมทางหลวง หากเจ้าหน้าที่พบจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที โดยช่วงที่ผ่านมามีการเผาในพื้นที่โดยเฉพาะในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต พร้อมกับส่งรถตรวจการเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดการเผาพื้นที่การเกษตรและไร่อ้อยอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.สระแก้ว รวมทั้งสถานการณ์เกี่ยวกับมลพิษฝุ่นละอองมีค่าเกินมาตรฐาน จนอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในหลายช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วมีคำสั่งห้ามเผาก่อนหน้านี้นั้น ล่าสุด ในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ทางอำเภอได้มีคำสั่งด่วนที่สุด ถึงกำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน และฝุ่นละอองไม่เกินขนาด 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 แล้ว

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าว ซึ่งลงนามโดย น.ส.นุสรา ขันเขตร์ ปลัดอำเภอ ปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอวังน้ำเย็น ระบุว่า ตามที่มีการเสนอข่าวและเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมลพิษฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและมีการนำเสนอว่า จังหวัดสระแก้วมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อำเภอวังน้ำเย็น จึงขอให้ท่านดำเนินการดังนี้

“แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดเว้นการเผาในที่โล่ง เฝ้าระวังการลักลอบเผาในที่โล่ง และหากผู้ใดกระทำผิด โดยทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดแม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรื ทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา , ให้เฝ้าระวังและเตรียมการรับสถานการณ์หากเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ เช่น จัดเตรียมรถบรรทุกน้ำและจัดกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อม สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีที่ได้รับแจ้ง รวมทั้งแจ้งให้ประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและแนวทางการปฏิบัติตัวหากคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ได้ทางแอพพลิเคชั่น Air4Thai”

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การลักลอบเผาวัสดุและพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยเฉพาะการเผาไร่อ้อยเกิดขึ้นทุกวันในช่วงหัวค่ำถึง 22.00 น.เนื่องจากมีลมสงบกว่าช่วงเวลาอื่น ซึ่งเมื่อช่วงค่ำ(29 ม.ค.)ที่ผ่านมา พบว่า มีการร้องเรียนการเผาไร่อ้อยทางโซเชียลมีเดียหลายจุด เช่น บริเวณริมถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี ช่วงรอยต่อระหว่าง ต.พระเพลิง และ ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เป็นต้น

จากการตรวจสอบรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย ของกรมควบคุมมลพิษ ทางแอพพิลเคชั่น Air4Thai เมื่อวันนี้ (30 ม.ค.62) เมื่อเวลา 08.00 น. ปริมาณฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ ที่โรงเรียนอนุบาลศรีอรัญโญทัย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบว่า ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ขึ้นไปอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพอีกครั้ง ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ระดับ 129 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งกลับมาสูงอีกครั้งในรอบสัปดาห์เช่นกัน

นางประเสริฐ จบแฝง อายุ 64 ปี เจ้าของร้านขายยางรถยนต์ อยู่บ้านเลขที่ 8/2 ม.10 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ผู้ได้รับผลกระทบจากการเผาพื้นที่การเกษตรและลุกลามใกล้บริเวณถนนสาธารณะ กล่าวว่า ขยะและฝุ่นละอองต้องกวาดแล้วกวาดอีก ใครเป็นคนจุดก็ไม่รู้ เวลาลมพัดมาก็มาแรงด้วย รถน้ำรถดับเพลิงมาทีหลังจนไหม้หมดแล้ว ทั้งนี้การเผาเจ้าของควรจะต้องมีการกันไม่ให้ลุกลามไปพื้นที่อื่น ส่วนชาวบ้านอย่างไรก็แย่เรื่องฝุ่นเรื่องละออง ควันเข้าในบ้านจำนวนมากจนแทบอยู่กันไม่ได้

ด้าน พ.ต.ท.สุริยา ขุนโต สารวัตรทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า หลังจากในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกิดปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ทางตำรวจทางหลวงสระแก้วได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำรถตรวจการของตำรวจทางหลวง ตรวจตราบนเส้นทางถนนหลวงในความรับผิดชอบตลอดเส้นทาง 24 ชม. หากพบผู้กระทำผิดทางตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แม้ว่าความผิดการเผาป่าบริเวณเขตทางหลวงจะเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ในกรณีที่ไม่ใช่การเผาป่าบริเวณเขตทางหลวงไม่ว่าจะเป็นบริเวณทุ่งนาหรือไร่อ้อยก็ตาม ทางตำรวจก็ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบต.หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบูรณาการร่วมกันเพื่อไม่ให้มีการเผาหรือแผ้วถางป่าในพื้นที่

พ.ต.ท.สุริยา กล่าวอีกว่า การเผาในพื้นที่ จ.สระแก้วในช่วงที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า พื้นที่สระแก้วยังมีการเผาอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นในพื้นที่ทุ่งนาและพื้นที่ป่าอ้อยในฤดูเก็บเกี่ยว โดยได้ทำความเข้าใจกับเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการ ให้ตระหนักถึงความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดจากการกระทำดังกล่าว เพราะมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แต่ละวันเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจะได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ริมทางหลวงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแก้วบ่อยครั้ง หากเจ้าหน้าที่สามารถดับเองได้ ก็จะดำเนินการทันที แต่หากไม่สามารถทำได้ก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามจนสร้างเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในบริเวณข้างเคียง

—————————-

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น