ชาวบ้านลุกฮือคัดค้านรางวัดที่ดินวัดหนองคล้า จ.ปราจีนบุรี

ปราจีนบุรี – ชาวบ้านกว่า 50 คน ลุกฮือคัดค้านรางวัดที่ดินวัดหนองคล้า ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองคล้า ม.1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ชาวบ้าน จำนวนประมาณ 50 คน รวมตัวกันคัดค้านเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน สาขากบินทร์บุรี จะเข้ารางวัดเขตที่ดิน ซึ่งมีทายาทของผู้ยกที่ดินให้กับทางวัดที่เสียชีวิต ได้เสียชีวิตไปแล้ว ต่อมา ทายาทจะขอแบ่งที่ดินของวัด 10 ไร่ จาก 30 ไร่ โดยจะขอแบ่งที่ดินด้านหน้าเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ที่เหลือด้านหลังวัดจะยกให้วัดเหมือนเดิม ซึ่งที่ดินวัดเป็น (นส.3 ข) แต่ยังไม่ได้ลงชื่อยินยอมอย่างเป็นทางการ และมีพยานรู้เห็นว่า เจ้าของเดิมยกที่ดินแปลงนี้ให้กับวัด ทางวัดได้จัดทนาย เพื่อขอฟ้องต่อศาล โดยราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 12 ก.ย.2518 ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ตามที่นายเรืองเกียรติ ประวัติ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ณ หมู่ 1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นั้น

บัดนี้ ผู้ได้รับอนุญาตได้สร้างเสนาสนะขึ้นสมควรเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ได้แล้ว อาศัยความตามข้อ 4 แห่งกระทรวงฉบับที่ 1 พ.ศ.2507 ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนาชื่อว่า “วัดหนองคล้า” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 21 ส.ค.2508 นายประเสริฐ บุญสม รัฐมนตรีช่วยว่าการปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมามีผู้ร้องเรียน อ้างถึงหนังสือจังหวัดปราจีนบุรี ด่วนที่สุด ที่ ปจ. 0017.1/ว 3355 วันที่ 22 ต.ค.63 ตามหนังสือที่อ้างถึง ปราจีนบุรีได้จัดส่งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ของ นางเฉลิม เปลื้องรัตน์ ซึ่งแจ้งว่าเป็นผู้จัดการมรดกของ นายทา กล้าหาญ เจ้าของที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส 3 ข)เลขที่ 157 ม.1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งขอความช่วยเหลือกรณีเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2554

 

ทั้งนี้ ผู้ร้องได้ยื่นร้องขอออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว (จำนวน 30 ไร่) แต่ผู้ใหญ่บ้านคัดค้าน อ้างว่า เป็นที่ดินของวัดหนองคล้า จึงไม่สามารถออกโฉนดได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2563 ผู้ร้องได้ไปติดต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี เพื่อขอแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ทางวัดหนองคล้า จำนวน 20 ไร่ แต่ไม่ได้รับแจ้งจากสำนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี ว่าแบ่งแยกไม่ได้ เนื่องจากสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้คัดค้าน ผู้ร้องจึงมีความประสงค์ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี จึงขอเรียนให้ท่านทราบถึงความเป็นมาและข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าว นายทา กล้าหาญ เจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองทำประโยชน์ (นส.3 ข) เลขที่ 157 ม.1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้ยกที่ดินดังกล่าวให้สร้างวัด ซึ่งต่อมาได้มีการประกาศตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ.2518 มีชื่อว่า วัดหนองคล้า

แต่นายทา กล้าหาญ เจ้าของที่ดินยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่วัด จนเมื่อ นายทา กล้าหาญ เสียชีวิต เป็นเหตุให้ฎีกาตั้งผู้จัดการมรดก คือนางเฉลิม เปลื้องรัตน์ ตามคำสั่งศาลจังหวัดกบินทร์บุรี แต่เกิดปัญหาการจัดการทรัพย์มรดก คือทายาทของ นายทา กล้าหาญ อ้างว่าตนมีสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ด้วย จำนวน 10 ไร่ โดยปลูกบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานานแล้ว ในขณะที่วัดหนองคล้าก็อ้างว่า นายทา กล้าหาญ ได้ยกที่ดินให้แก่วัดทั้งแปลง จึงโอนสิทธิ์ที่ดินให้แก่ทางวัดทั้งแปลง

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวผู้ร้องได้เคยมาติดต่อสอบถาม สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี แล้ว ซึ่งทางสำนักงานฯได้ชี้แจงและให้คำแนะนำแก่ผู้ร้องดังนี้ 1.ตามกฎหมายแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี ไม่มีอำนาจในการคัดค้านนิติกรรมของวัดในเรื่องการรับให้ที่ดิน เนื่องจากสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์หรือผู้มีส่วนได้เสียในที่ดิน ซึ่งอำนาจดังกล่าวเป็นของวัด โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในการแสดงเจตนาเป็นไปตามนัยยะของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 มาตรา 31การเข้าใจว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้คัดค้านนั้น น่าจะมีสาเหตุมาจากที่นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี ขณะนั้น ได้แสดงท่าทีต่อกรณีปัญหาดังกล่าว โดยเข้าใจว่านายทา กล้าหาญ ประสงค์ที่จะยกที่ดินให้สร้างวัดทั้งแปลง อย่างไรก็ตาม ท่าทีของผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี ในขณะนั้น มิใช่เหตุให้เกิดการจัดการทรัพย์มรดกหยุดชะงักลงอย่างแท้จริง เนื่องจากตามกฎหมายแล้วนั้น จะมีผลเป็นเพียงการถวายคำแนะนำแก่ทางวัดตามหน้าที่โดยปกติของสำนักพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรีเท่านั้น

2.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรีได้ตรวจสอบแล้วเนื่อง จากวัดหนองคล้าได้ตั้งวัดมาเป็นเวลานานพอสมควร จึงไม่พบเอกสารหลักฐานการยกที่ดินให้สร้างวัดเก็บไว้ที่สำนักงานฯ แต่อย่างใด ในการนี้ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ร้องว่า ในกรณีที่วัดและทายาทไม่อาจตกลงกันได้จริง ๆ ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกควรจะใช้สิทธิ์ทางศาล โดยผู้จัดการมรดกมีสิทธิ์ที่จะยื่นฟ้องคดีต่อศาลเมื่อเกิดข้อพิพาทกับทางเจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก ตามนัยยะของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1736 เมื่อศาลตัดสินเป็นอย่างไรแล้ว ย่อมผูกพันสำนักงานที่ดินฯ ใช่ต้องดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลต่อไป ลงนามโดย นางพัชรินทร์ พัดทอง ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี ภายในวัดไม่มีการปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในวัดแต่อย่างใด มีเพียงแค่กุฏิพระ โบสถ์ศาลาการเปรียญ และเมรุเผาศพเท่านั้น

——————————–
ข่าว-ภาพโดย/ทองสุข สิงห์พิมพ์

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"