นายอำเภอสั่งแก้ปัญหาโรงงานเป่าพ่นทราย จ.สระแก้ว รุกลำรางและสร้างความเดือดร้อนบนทางสาธารณะ

สระแก้ว – นายอำเภอเมืองสระแก้ว สั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่แก้ปัญหาโรงงานเป่าล้างทราย ดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ประกอบกิจการโดยใช้ลำรางและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางสาธารณะภายใน 120 วัน

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง จ.สระแก้ว ภายใต้การอำนวยการของ นายวรพันธ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและนายณัฏฐพงศ์ สุขวิสิฏฐ์ นายอำเภอเมืองสระแก้ว สั่งการให้ นายราเยส ราย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอเมืองสระแก้ว ,นายบุรินทร์ ล่วงเขต ปลัดอำเภองานป้องกัน นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 15 ตำบลศาลาลำดวน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประชาชนยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กรณีเรื่องโรงงานเป่าล้างทรายดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 10 และหมู่ 15 ตำบลศาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำวานนี้

นายราเยส ราย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอเมืองสระแก้ว เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ร่วมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและไกล่เกลี่ยในทันที เพื่อหาข้อสรุปในการไกล่เกลี่ยปัญหาดังกล่าวโดยแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้ กรณีที่ผู้ประกอบการดำเนินกิจการโรงงานเป่าล้างทรายล้ำพื้นผิวการจราจรสาธารณะ จนเกิดความสกปรกและเป็นอันตรายต่อการสัญจรและขับขี่ยานพาหนะของประชาชนบนเส้นทางหลวงและทางสาธารณะนั้น ข้อเท็จจริงพบว่า บริเวณถนนด้านหน้าโรงงานดังกล่าว มีเศษทรายที่เกิดจากการประกอบกิจการ ซึ่งเกิดจากการตกหล่นขณะวิ่งเข้าออกของรถบรรทุกทราย ทำให้เกิดปัญหากับบริเวณผิวจราจรของทางหลวงจริง ประกอบกับเมื่อมีฝนตกลงมา จึงมีการชะล้างทรายด้านข้างถนน ทำให้มีการไหลลงสู่พื้นผิวจราจรดังกล่าว

ทั้งนี้ นายราเยส กล่าวว่า ข้อสรุปทางผู้ประกอบการโรงงานยินยอมปรับปรุง โดยจะดำเนินการจัดทำรั้วกำแพงกั้นให้เป็นลักษณะขอบเขตชัดเจน มีทางเข้า-ออกประจำ เพื่อมิให้เกิดเหตุทรายไหลหรือตกหล่นเป็นผลกระทบต่อการเดินทางของยานพาหนะและประชาชนผู้สัญจรบนทางสาธารณะอีก แต่หากยังมีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการตกหล่นหกเรี่ยราด ของทรายอีกในส่วนน้อย ให้ดำเนินการเก็บดูแลทำความสะอาดโดยผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ภายใน 120 วัน

ส่วนกรณีการดำเนินกิจการโรงงานเป่าล้างทราย ทำให้น้ำเสียจากบ่อเป่าล้างทราย เกิดการไหลออกไปทำความเดือดร้อนแก่ประชาชนนั้น ข้อเท็จจริง ทางโรงงานดังกล่าวได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบัน ทางโรงงานได้ดำเนินการเป่าล้างทราย โดยใช้ระบบน้ำวน เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำจากฝายสาธารณะ และลดการปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่ข้างเคียง แต่การดำเนินการในระบบน้ำวนและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่นั้น ยังมีการนำลำรางสาธารณะซึ่งปัจจุบันแห้งขอด มาใช้เป็นพื้นที่ในการพักน้ำเข้าสู่ระบบน้ำวนของโรงงานด้วย จึงทำให้เกิดการพิพาทระหว่างพื้นที่ของประชาชนข้างเคียงบ่อยครั้ง จึงได้ทำข้อสรุปและตกลงให้โรงงานต้องดำเนินการปรับปรุงระบบน้ำวนให้เป็นระบบปิดภายในพื้นที่ของโรงงานเอง ซึ่งมิให้นำลำรางสาธารณะส่วนรวม มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำวน ที่จะนำน้ำกลับมาไปใช้ในโรงงานอีก โดยการขุดลอกคลอง และบ่อพักเพื่อวนน้ำภายในเขตพื้นที่ของโรงงานตนเอง และมิให้กระทบต่อประชาชนภายนอก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองฯ แจ้งด้วยว่า หากในกรณีที่โรงงานต้องปล่อยน้ำออกจากโรงงานนั้น ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการร่วมกับฝ่ายเอกชน เจ้าของที่ดินข้างเคียงที่รับน้ำโดยทำข้อตกลงเป็นที่พักน้ำอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อดำเนินการภายใน 120 วัน รวมทั้งได้มีการนัดหมายให้ทุกฝ่าย เดินทางมาร่วมลงนามในหนังสือไกล่เกลี่ย/ข้อตกลง ในวันนี้ 11 กันยายน 2563 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสระแก้วด้วย

———————————

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น