X

พิษโควิดฯ พนักงานโรงงานสาวหันหน้าทำนาอินทรีย์ ช่วงพักงาน 3 เดือน

()

ปราจีนบุรี – หลังเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 พนักงานสาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถูกพักงาน หันไปทำนาอินทรีย์เลี้ยงชีพ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงาน พนักงานสาวทำงานบริษัทประกอบชุดชั้นในสตรีชื่อดังแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งบริษัทฯประสบสภาวะย่ำแย่ในการส่งออก จึงให้พนักงานทั้งหมดหยุดงานเป็นเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 ก.ค.63 เป็นต้นมา ทำให้พนักงานราว 500 คน ทุกคนต่างดิ้นรนหางานพิเศษทำด้วยตัวเองไปก่อน โดย น.ส.สุวรรณ์ มาสูงเนิน อายุ 42 ปี อยู่ที่ 32 ม.6 ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นหัวหน้างานแผนกหนึ่ง กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทสั่งพักงานทุกคน ให้หยุดพักงาน ทำให้พนักงานทุกคนต่างหวั่นวิตกไปตาม ๆ กันว่า อาจจะถูกเลิกจ้างในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ทุกคนไม่มีสิทธิ์ต่อรองใด ๆ กับทางบริษัท ทางออกที่ดีที่สุด คือพนักงานทุกคนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือตัวเอง

ทั้งนี้ “สุวรรณ์” บอกว่า รู้ทั้งรู้ว่า ชีวิตของตัวเองพยายามหนีวิถีชีวิตจากการทำไร่ทำนา เคยปฏิญาณตนว่า จะไม่ขอเป็นชาวไร่-ชาวนา ไม่ชอบในการทำนา เห็นพ่อแม่ทำนามาตั้งแต่เด็ก หลังจากจบชั้นมัธยมต้น สมัยนั้นก็ได้หาสมัครงาน เป็นสาวโรงงานมา 15 ปี กระทั่งมีครอบครัว ก็เป็นสาวโรงงานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตของเธอ ต้องหันมาทำนาช่วงที่หยุดงาน อย่างน้อยก็ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ลดในการจ่ายการซื้อข้าวสาร เพราะข้าวจำเป็นต้องกินทุกวัน หากมีข้าวสารไว้กินทั้งปี ถือว่า วิเศษสุดของครอบครัว พื้นที่นา 8 ไร่ ไถหว่านข้าวตั้งแต่เดือนปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจ้างรถไถมาไถกลบ หลังหว่านข้าวในนา พอต้นข้าวโตได้ฉีดพ่นปุ๋ยน้ำหมัก (ขี้หมูหมัก) แทนปุ๋ยเคมี แต่การทำนาไม่ถนัด ไม่มีความรู้ความชำนาญนักในการทำนา ข้าวขึ้นไม่เต็มที่มีพื้นที่ว่างเป็นหย่อม ๆ จึงมีความคิดขึ้นมาว่า ถ้าหากเราปักดำนาเติมที่ว่าง อาจมีผลดีไม่เสียพื้นที่ว่างเปล่า จึงถอนต้นข้าวที่หว่านซึ่งจะเลือกดูตรงที่ต้นข้าวหนา ๆ ถอนต้นข้าวที่ขึ้นหนา ๆ ออกไปปักดำในพื้นที่ว่างให้เต็ม ผลที่ได้จะได้ข้าวเพิ่มขึ้น จึงใช้วิธีเลือกถอนต้นข้าวที่ขึ้นหนาออก ไปปักดำในพื้นว่างแทน วันแรกในการคิดทำเห็นแล้วรู้สึกดีใจและมีความสุขในการทำนา ทั้งที่ตัวเองไม่ชอบการทำนา-ทำไร่ แต่พอได้ทำด้วยตัวเอง มันเป็นสิ่งที่มีค่ามีความภูมิใจ ทำเองได้ เพื่อลดการซื้อข้าวจากพ่อค้าตลอดปี ถือว่า ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม น.ส.สุวรรณ์ บอกอีกว่า แอบยิ้มในใจที่ตัวเองทำได้ ยิ่งมีความภูมิใจที่สุดในชีวิต คิดถึงฤดูเก็บเกี่ยวจะมีข้าวกินตลอดปี ไม่ต้องซื้อข้าวกินทำให้อิ่มเอิบใจมีความสุขกับวิถีชีวิตการเป็นเกษตรกรทำนา และยังคิดอะไรได้อีกหลายอย่าง กับการใช้ชีวิตที่พอเพียง และวิถีชีวิตพื้นบ้านเป็นชาวนามันมีค่ามีความหมายที่สุดในชีวิต อนาคตข้างหน้าหากพ้นจากสภาพเป็นลูกจ้าง จะทำมาหากินอาชีพอื่นได้ เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้แบบพอมีพอกินก็พอใจแล้ว และเธอยอมรับว่า ที่ผ่านมาอาจคิดผิดไปบ้าง แต่ก็ยังไม่สายที่จะคิดใหม่ ทำใหม่ ปรับตัวใหม่ รับสภาพในการดำรงชีวิตในสถานการณ์ปัจจุบันต่อไป

————————–
ข่าว-ภาพโดย/ทองสุข สิงห์พิมพ์, ลักขณา สีนายกอง

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"