สระแก้วติดโควิดฯ เพิ่มอีก 1 รวม 10 ราย ที่บ้านทางหลวงหมู่ 9 วัฒนานคร จ.สระแก้ว

สระแก้ว – สาธารณสุขจังหวัดสระแก้วระบุ สระแก้วติดโควิดฯ เพิ่มอีก 1 ราย สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 9 ที่บ้านทางหลวงหมู่ 9 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว รวมพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 10 ราย อยู่ระหว่างตามตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เดินทางไปรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องซักผ้าที่ผู้ป่วยซ่อมเสร็จ 12 ราย มากักตัว 14 วันด้วย ล่าสุด มีผู้ป่วยโควิดฯ จ.สระแก้ว ที่รักษาหาย 7 ราย สามารถกลับบ้านได้แล้ว

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 6 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว โดย นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสระแก้ว ได้รายงานสรุปสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 6 เมษายน 2563 โดยระบุว่า จังหวัดสระแก้ว ส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 กรณีผู้ที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรค จำนวน 5 ราย สะสม 151 ราย ไม่พบเชื้อสะสม 130 ราย พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 สะสมจำนวน 10 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว จำนวน 7 ราย อยู่ระหว่างรอผล 5 ราย

ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ระบุว่า วันนี้จังหวัดสระแก้วมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้น จำนวน 1 ราย เป็นชาย อายุ 49 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านทางหลวง หมู่ 9 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 10 ของจังหวัดสระแก้ว เป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยรายที่ 9 โดยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 หลังจากผู้ป่วยรายที่ 9 ซึ่งเป็นหลานสาว ทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารอยู่ที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้เดินทางกลับมาบ้าน โดยบ้านมีลักษณะเป็นบ้าน 2 หลัง อยู่ในบริเวณเดียวกัน นอนแยกห้อง แต่ใช้ห้องน้ำและห้องครัวร่วมกัน ซึ่งในตอนเย็นผู้ป่วยรายที่ 10 ได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกับหลานสาว ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 9 จากนั้นในเวลาต่อมาหลานสาวเริ่มมีอาการป่วยและไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลวัฒนานคร ในวันที่ 30 มีนาคม 2563 จนกระทั่งตรวจยืนยันว่า ป่วยด้วยโรคโควิด-19

สำหรับผู้ป่วยรายที่ 10 ถือว่า เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 9 โดยรับประทานอาหารเย็น เมื่อ 21 มีนาคมร่วมกัน จะต้องถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ป่วยยังคงทำงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ที่บ้านตนเอง โดยสวมหน้ากากผ้าทุกวัน แต่มีลูกค้าที่เดินทางมารับเครื่องซักผ้าและโทรทัศน์ที่ซ่อมเสร็จแล้ว จึงถือว่า เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด จำนวน 12 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 5 คน ซึ่งจะต้องมีการติดตามตัวมาตรวจสอบด้วย

โดยผู้ป่วยรายที่ 10 เริ่มมีอาการป่วย ตั้งแต่วันที่ 1-2 เมษายน 2563 และผู้ป่วยยังคงอยู่ที่บ้าน สวมหน้ากากผ้า มีอาการไข้ รับประทานยาอาการไม่ดีขึ้น ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2563 เริ่มมีอาการไข้สูง จึงเดินทางโดยรถจักรยานยนต์ไปรักษาที่โรงพยาบาลวัฒนานครด้วยตนเอง ก่อนที่แพทย์จะรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมทั้งตรวจหาเชื้อและได้รับการยืนยันเป็นผู้ป่วยรายที่ 10 ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ได้ประสานและเตรียมการดำเนินงานหลังจากนี้ ได้แก่ 1.ดำเนินการสอบสวนโรคเพื่อค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด เพื่อเก็บตัว เพื่อสังเกตอาการในสถานที่รวมในหมู่บ้าน (Local Quarentine) เป็นระยะเวลา 14 วัน กรณีที่ใช้ห้องน้ำร่วมกันหลังจากใช้ห้องน้ำแล้ว ขอให้ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดทุกครั้ง ,2.สื่อสารความเสี่ยงเน้นการป้องกัน ลดการสัมผัส การปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ลดความตระหนกและการไม่ตีตราผู้ป่วย เราอยู่ร่วมกันได้หากป้องกันอย่างเพียงพอ และ 3.กรณีที่มีกลุ่มเสี่ยงที่เก็บตัวอยู่บ้านเพื่อสังเกตอาการ (Home Quarentine) และต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ให้ผู้ที่ถูกเก็บตัวใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้ายและใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ จุดสัมผัสต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู กลอนประตู ทุกครั้ง

ส่วนที่ด่านตรวจคัดกรองระหว่างจังหวัดที่บริเวณสี่แยกสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์โควิด-19ฯ ในพื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ ได้บูรณาการร่วมกับตำรวจ สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ขนส่งจังหวัดและ ตม.สระแก้ว ในการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคนงานต่างด้าว ซึ่งระหว่างการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวซึ่งเดินทางมาจาก จ.จันทบุรี เพื่อมาทำงานเก็บกล้วยในพื้นที่กลุ่มหนึ่ง พบคนงานที่มีไข้สูงเกิน 37.5 องศา เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้เดินทางกลับพื้นที่ทันทีด้วย

——————————

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ธนภัท กิจจาโกศล

ธนภัท กิจจาโกศล

"ธนภัท กิจจาโกศล" ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว "ประสบการณ์ยาวนานกับงานสื่อสารมวลชนระดับประเทศ ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จับงานด้านข่าว สกู๊ปและรายงานพิเศษ กว่า 22 ปี มุ่งสื่อสารความจริงและข่าวสารที่เป็นธรรม สู่ประชาชนในภูมิภาค ด้วยจรรยาบรรณของฐานันดรที่ 4 เพื่อสร้างความโปร่งใสการรับรู้ข่าวสารของสังคม"