ยอดพุ่งติดเชื้อเพิ่ม 3 รวม 5 ราย บิ๊กคลีนนิ่งใหญ่ด่านคลองลึก สั่งกักตัว 44 นศ.กลับจาก กทม.

สระแก้ว – ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ยืนยันมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย รวม 5 ราย ส่วนใหญ่มาจากบ่อนปอยเปต เริ่มบิ๊กคลีนนิ่งใหญ่บริเวณหน้าด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ พร้อมสั่งกักตัวนักศึกษาอาชีวะ 44 คน กลับจากกรุงเทพฯ มีไข้สูงเกิน 11 คน ตั้งโต๊ะคัดกรองรถสาธารณะและตั้งด่านทุกอำเภอ

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 24 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรพันธ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ระบาดของเชื้อไว้รัสโควิด 19 ในพื้นที่รุนแรงขึ้นโดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย รวมผู้ติดเชื้อทั้งหมด 5 ราย ส่วนหนึ่งมาจากฝั่งปอยเปตและกลับจากพื้นที่อื่น ส่วนการออก พรก.ฉุกเฉิน ของคณะรัฐมนตรีนั้น อยู่ระหว่างการออกระเบียบข้อห้ามของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดสระแก้วได้สั่งการให้ 3 ภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกอำเภอเพื่อเฝ้าระวังป้องกันชาวกัมพูชาเดินทางกลับเพราะด่านคลองลึกและอื่น ๆ ปิดทั้งหมดข้ามไม่ได้ นอกจากนี้ ในส่วนของข้อมูลรายงานที่ระบุว่า มีคนไทยติดเชื้ออยู่ฝั่งกัมพูชา 6 คน ไม่สามารถข้ามแดนมาได้นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว

 

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่พบล่าสุด 5 ราย ในพื้นที่ จ.สระแก้วนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกว่า ส่วนหนึ่งเพิ่งเดินทางเข้ามาจากบ่อนปอยเปตในวันที่มีการปิดด่านผ่านแดน โดยก่อนหน้านี้ผู้ติดเชื้อได้เดินทางกลับมาบ้านและมีอาการเข้าข่าย PUI จึงไปขอตรวจเชื้่อโควิด 19 แต่ผลตรวจยังไม่ออก จึงกลับเข้าไปทำงานที่บ่อนปอยเปตต่อ กระทั่งเจ้าหน้าที่โทรไปแจ้งว่า ติดเชื้อโควิด 19 จึงเดินทางกลับมาในช่วงที่มีการอนุโลมให้เดินทางเข้าประเทศ พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าด่านว่า เป็นผู้ติดเชื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่บริเวณด่านแตกตื่น ถูกนำเข้าห้องกักกันโรคและนำรถฉุกเฉินมารับตัวไปรักษาต่อที่่ รพ. ทั้งนี้ ได้รับแจ้งอีกว่า สถานการณ์ภายหลังปิดด่านอย่างเป็นทางการ ได้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและคัดกรองบริเวณหน้าด่านคลองลึกขาเข้าประเทศ มีอาการป่วยเข้าเกณฑ์ PUI แต่ยังไม่ยืนยันผลโควิด 19 ด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ช่วงหลังปิดด่านฯซึ่งเปิดให้เฉพาะรถขนส่งสินค้าข้ามแดนนั้น เมื่อคืนที่ผ่านมา นายวรพันธ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ,นายวิทยา มากปาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ร่วมกับ พล.ต.หทัยเทพ กีรติอังกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 19 ,พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ,พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว, พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผู้บังคับหน่วยควบคุมกรมทหารพราน 12 ,นายออน อุ่นทวีทรัพย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ, นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภอรัญประเทศ, นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานสภาหอการค้าจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน อำเภออรัญประเทศ เทศบาลเมืองอรัญประเทศ เทศบาลตำบลป่าไร่ ทหารพราน ชุด ชค.ทพ.12 ประมาณ 500 คน พร้อมชุดปฏิบัติการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาก มทบ.19 ,ร 12 รอ. ,กกล.บูรพา และหน่วยกักกันสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณหน้าด่านคลองลึกตั้่งแต่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จนถึงสี่แยกไฟแดงหน้า สภ.คลองลึก ด้วย

ส่วนพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว นายวันชัย นารีรักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ได้เรียกประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวังน้ำเย็น สาธารณสุขอำเภอ อสม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการลงพื้นที่ตรวจสอบบุคคลในแต่ละหมู่บ้านและสถานศึกษา พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะคัดกรองรถสาธารณะ เพื่อขอความร่วมผู้ที่กลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.ในพื้นที่และกักตัวเอง 14 วัน ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ซึ่งปรากฏว่า จากการเข้าตรวจสอบที่วิทยาลัยการอาชีพวังน้ำเย็น พบว่า มีนักศึกษาที่เดินทางไปฝึกงานพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวนมากถึง 44 คน จึงนำมาตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและคัดกรอง โดยมีนักศึกษามีอุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนดมากถึง 11 คน จึงประสานขอให้มีการกักตัวนักศึกษาทั้ง 44 คนด้วย เช่นกัน

นายวันชัย กล่าวว่า ทางเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยการมอบหน้ากากอนามัยชนิดผ้า เจลแอลกอฮอล์ล้างมือและประชาสัมพันธ์แนะนำคู่มือการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ตรวจคัดกรองเบื้องต้นให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น กลุ่มเป้าหมายตลาดสดเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในเขตพื้นที่วังน้ำเย็น ซึ่งจากสภาวการณ์ในปัจจุบัน ทุกคนต้องช่วยกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ความร่วมมือปฏิบัติตนตามมาตรการอย่างเคร่งครัด มีการออกพื้นที่รณรงค์โดยเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกัน มีมาตรการเข้มในเรื่องล้าง ทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อ และยังขอความร่วมมือทุกท่านที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงให้กักตัวเองอย่างน้อย 14 วัน และต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทราบทันที เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไว้ก่อน

———————————

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น