ทหารลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการละเมิด MOU ปี 43 ของฝ่ายกัมพูชา มากถึง 37 จุดและเปิดช่องอนุโลมแรงงาน

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยขอเปิดช่องทางอนุโลมแรงงานชั่วคราวช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย บ.อ่างศิลา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง และปัญหาการละเมิด MOU ปี 43 ของฝ่ายกัมพูชา มากถึง 37 จุด พร้อมทั้งทำหนังสือประท้วงผ่าน สน.ปกท.ในการละเมิดบันทึก MOU ด้วย

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และมอบสิ่งของเครื่องใช้ อาทิเช่น เครื่องซักผ้า, เครื่องตัดหญ้า, หม้อหุงข้าว, เตารีด, พัดลม, อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ พร้อมกับได้อวยพรปีใหม่ให้กับกำลังพล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในปฏิบัติหน้าที่ ที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ต.เมืองไผ่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ,กองบังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1203 บ.อ่างศิลา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และ องบังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1205 บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมทั้งรับฟังบรรยายสรุป รับทราบปัญหาข้อขัดข้อง ในการขอเปิดช่องทางอนุโลมแรงงานชั่วคราวช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย ซึ่งมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ที่บริเวณจุด จต.ส.14 พิกัด TA 487211 บ.อ่างศิลา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และรับทราบปัญหาการละเมิด MOU ปี 43 ของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่ 1205 ตรงข้าม บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมี พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.ทพ.12 ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ พ.อ.เสกสรรค์ กล่าวถึงปัญหาในการขอเปิดช่องทางอนุโลมแรงงานชั่วคราว ซึ่งในปัจจุบันเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานรับจ้างตัดอ้อย ในพื้นที่หมู่ที่ 5, 6 ต.โนนหมากมุ่น ในห้วงฤดูเปิดหีบอ้อย ตั้งแต่ ธ.ค.62-เม.ย.63 โดยขออนุโลมเปิดช่องทาง จต.ส.14 บริเวณ พิกัด TA 487211 บ.อ่างศิลา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อให้แรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาแบบเช้ามา-เย็นกลับ ส่วนปัญหาการละเมิด MOU ปี 43 ของฝ่ายกัมพูชานั้น เกิดจากการที่ทั้ง 2 ประเทศ ยึดถือแผนที่คนละฉบับ โดยไทยยึดแผนที่ L7017/L7018 , กัมพูชา L7016 ซึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย มีพื้นที่อ้างสิทธ์อยู่ จำนวน 1 พื้นที่ คือ หลักเขตแดนที่ 48-49 บริเวณ บ.ป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ส่วน ฝ่ายกัมพูชา ยึดถือแนวลำคลองคลองลึกเป็นเส้นแบ่งเขตแดน แต่ฝ่ายไทยยึดถือเป็นเส้นตรงระหว่างหลักเขต จึงทำให้เกิดพื้นที่อ้างสิทธิ์ไม่ตรงกัน ประมาณ 14 ตารางกิโลเมตร

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากความเจริญของธุรกิจที่มีมากขึ้นในฝั่งประเทศกัมพูชา ทำให้มีการขยายตัวในการจับจองที่ดินในพื้นที่ของกรุงปอยเปต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตลอดแนวลำคลองของคลองลึก ตั้งแต่ สะพานคลองลึก ขึ้นเหนือไปจนถึง บ.ทำนบกอปรัม ตรงข้าม บ.ป่าไร่ ในฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งบ้านเรือนของประชาชน และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งประเด็นสำคัญ คือการสร้างสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อ้างสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง และยิ่งมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจในฝั่งประเทศกัมพูชา ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ทาง ผบ.ฉก.อรัญประเทศ แจ้งด้วยว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยพบว่า ปัญหาในปัจจุบันมีการละเมิด MOU ปี 43 ของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบ ของ ฉก.อรัญประเทศ แล้ว จำนวน 37 จุด โดยหน่วยได้ดำเนินการเฝ้าระวังติดตาม และเจรจากับหน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อขอให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดการดำเนินการใด ๆ ที่ผิดต่อการละเมิดบันทึกความเข้าใจฯ และรายงานให้ กองกำลังบูรพา ทราบอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกองกำลังบูรพา ได้ทำหนังสือประท้วงกัมพูชา ผ่านสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 (สน.ปกท.ฯ) ในการละเมิดบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวแล้ว

——————————–

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น