เกษตรจังหวัดนครพนม เผยเคล็ดลับ”ทำนาเปียกสลับแห้ง” ช่วยประหยัดน้ำ ผลผลิตคุ้ม!!

นครพนม – จากข้อมูลของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ได้ออกเตือนเกษตรกรถึงการเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายน 2562 โดยในปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 อาจจะเกิดวิกฤติภัยแล้งได้ แม้จะมีปริมาณน้ำฝนที่อาจลดลงในบางพื้นที่ แต่ในช่วงนี้ปริมาณฝนที่ตกกระจายทั่วพื้นที่ของจังหวัดนครพนม ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงที่ผ่านมา

นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาจังหวัดนครพนม เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงเหมือนหลายๆจังหวัดที่ผ่านมา ที่ได้รับผลกระทบจนอาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย แต่อย่างไรก็ดีในช่วงนี้ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากเดิม และกระจายไปทั่วทุกพื้นที่การเกษตร ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้รับผลกระทบและไม่เกิดความเสียหายในพื้นที่การเกษตรแต่อย่างใด ซึ่งจากปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้เป็นผลให้พืชผลทางการเกษตรอื่นๆ สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามแม้จะมีฝนตกแต่ปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำนาในบางพื้นที่ เกษตรกรจะต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัดและมีการวางแผนการปลูกพืชที่เหมาะสม เช่น การปลูกใช้น้ำน้อย อายุเก็บเกี่ยวสั้น เป็นต้น

เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบกับนาข้าวในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง เกษตรกรจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีในการปลูกข้าวจากรูปแบบเดิมที่มีการใช้น้ำในปริมาณที่มาก หันมาปลูกข้าวในรูปแบบการทำนา “เปียกสลับแห้ง” เพื่อป้องกันความเสี่ยงในเรื่องของปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอ และเพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 30 -50 ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการทำนาแบบให้น้ำขังตลอดฤดูปลูก เป็นวิธีปกติของชาวนาทั่วไปจะต้องใช้น้ำประมาณ 1,200 ลบ.ม./ไร่/ฤดู อีกทั้ง ยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสูบน้ำได้ร้อยละ 30 นอกจากนี้ ในสภาพดินแห้ง รากข้าวได้รับอากาศสามารถแตกรากข้าวใหม่มากขึ้นเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับธาตุอาหารได้ดีขึ้น ต้นข้าวแข็งแรง ทนต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวได้ดีขึ้น ช่วยลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวอีกทางหนึ่ง

สำหรับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งในนาข้าวมีขั้นตอน ดังนี้ 1. เตรียมดิน 2.ปรับให้พื้นที่สม่ำเสมอ 3.ปลูกข้าว (หว่าน ปักดำ หรือหยอด) 4. ถ้าปลูกด้วยวิธีการหว่าน หลังหว่านระบายน้ำให้แห้งเพื่อให้เมล็ดงอกสม่ำเสมอ พ่นสารคุม-ฆ่าวัชพืชหลังหว่าน 10 วัน และเอาน้ำเข้าแปลงหลังพ่นสารภายใน 2 วัน ประมาณครึ่งต้นข้าว รักษาระดับน้ำจนถึงช่วงการใส่ปุ๋ยรองพื้น 5. เมื่อข้าวอายุ 20 – 25 วันให้ใส่ปุ๋ยรองพื้น 6. หลังหว่านปุ๋ยปล่อยน้ำในนาให้แห้งไปโดยธรรมชาติจนน้ำอยู่ที่ระดับ 15 ซม.ใต้ผิวดิน สูบน้ำเข้าแปลงจนระดับน้ำสูง 5 ซม.เหนือผิวดิน จากนั้นปล่อยน้ำให้แห้งไปตามธรรมชาติ ทำสลับกันไปจนถึงช่วงการใส่ปุ๋ยแต่งหน้า ที่ระยะกำเนิดช่อดอก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าระยะข้าวแต่งตัว 7. ใส่ปุ๋ยแต่งหน้า และรักษาระดับน้ำในแปลงให้อยู่ที่ 5 ซม.เหนือผิวดิน จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว 10 วัน จึงปล่อยให้แปลงแห้งเพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอและสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และในส่วนการดูระดับน้ำ ให้เกษตรกรติดตั้งท่อดูน้ำ 1-2 จุด ในแปลงนา ซึ่งท่อจะทำหน้าที่ดูระดับน้ำในดิน โดยใช้ท่อพีวีซีขนาดความยาว 25 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว เจาะรูด้วยสว่านเส้นผ่านศูนย์กลางหุนครึ่งถึงสองหุน 4-5 แถวรอบๆ ท่อ แต่ละรูห่างกัน 5 ซม.ฝังลงไป 20 ซม.ให้ปากท่อโผล่ขึ้นพ้นผิวดิน 5 ซม.เพื่อตรวจดูปริมาณน้ำและความชื้นภายในดิน

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน