ป.ป.ท ตรวจพบการเตรียมการปกปิดความผิดของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม (คลิป)

นครพนม-พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการป.ป.ท. ลงพื้นที่จังหวัดนครพนมเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม กรณีเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง  พบหลักฐานการกระทำความผิด ของศูนย์ดังกล่าวซึ่งสามารถบันทึกคลิป การสนทนาระหว่างตัวแทนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งซึ่งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาแห่งหนึ่งในอำเภอนาทมจังหวัดนครพนม

พ.ท กรทิพย์ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบว่าได้มีความพยายามซักซ้อม (เตี้ยม) กับชาวบ้านในพื้นที่ว่าหากมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงมาสอบถามให้ตอบคำถามตามที่ตนเองแนะนำแล้วจะสมนาคุณเป็นเงินให้ภายหลัง

โดย พ.ท.กรทิพย์ ได้นำพยานสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์และสามารถถ่ายคลิปภาพและคลิปเสียง ของ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอนาหว้า  ที่นัดประชุมชาวบ้านเมื่อวันที่ 27 กพ.61เอาไว้ได้ มาให้ข้อเท็จจริงซึ่งระบุว่าผอ.คนดังกล่าวได้ แจ้งให้ชาวบ้านทราบว่า จะมีจนท.มาตรวจสอบ ให้ตอบว่าลายมือชื่อในเอกสารเป็นของจริง ได้รับเงินจริง ได้รับเท่าไหร่ ให้ตอบว่า 2,000 บาท ผอ.ศูนย์ฯได้คุยกับผอ.แล้ว(ผอ.โรงเรียน) หากผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้ในครั้งนี้ จะมีการจ่ายชดเชยให้ภายหลัง และจะมีการจ่ายเงินจริงให้กับทุกคนต่อไป

และในการลงพื้นที่ของเลขาธิการ ปปท. ครั้งนี้ พบว่ามีการปลอมลายมือชื่อในใบรับเงิน สำเนาบัตรประชาชน และในแบบสำรวจผู้ประสบปัญหาทางสังคม ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม โดยที่ชาวบ้านยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินสงเคราะห์เลย

นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านบางรายที่ยืนยันตอนแรกว่าได้รับเงินครบถ้วนตามหลักฐาน ใบรับเงินแต่ต่อมาขอกลับคำให้การใหม่ว่าเพิ่งได้รับเงินเพียง 1 พันบาท เมื่อราว ๆ กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทั้งนี้สืบเนื่องจากมีแกนนำได้มีการประชุมซักซ้อมชาวบ้านให้ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ ปปท.ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าลงซื่อในเอกสารจริง รับเงินแล้วจริง แต่ต่อมาภายหลังชาวบ้านเกิดเปลี่ยนใจพูดความจริงว่ายังไม่ได้รับเงิน และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ปปท.ส่งมอบคลิป ภาพและเสียงให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ลงตรวจสอบ โดยยืนยันว่าทางศุนย์คุ้มครองผู้ยากไร้ ได้ให้ชาวบ้านเซ็นชื่อและรับเงินไปคนละ 50บาทมั่ง 100 บาทมั่ง แต่กลับพบว่าในใบสำคัญรับเงินที่ชาวบ้านเซ็นไปนำไปเบิกเงินหลายครั้งคนละ 5 พันบาท

นอกจากนั้นยังพบว่ามีการตั้งฏีกาเบิกเงินตั้งแต่ปี 2559 และ 2560 แต่เพิ่งมาจ่ายเงินให้ชาวบ้านในปี 2561 ซึ่งล่าช้าไปถึง 8 เดือน

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ ปปท.กำลังเร่งสอบสวนชาวบ้านในพื้นที่และเตรียมแจ้งผู้อำนวยการศุนย์คุ้มครองผู้ยากไร้ให้มาให้การเนื่องจากพบการกระทำผิดชัดเจนฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 247 และเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157 ต่อไป

และนอกจากความผิดดังกล่าวแล้ว ยังอาจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปลอมแปลงเอกสารตามมาตรา 161 และ 162 อย่างไรก็ตามยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่ไม่กล้าเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม เนื่องจากเกรงว่าคราวหน้าจะไม่ได้รับการสงเคราะห์หรือความช่วยเหลือใด ๆจากศูนย์ฯอีก บางคนเกรงว่าจะได้รับความเดือดร้อนหากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกรณีการทุจริต และที่สำคัญที่ชาวบ้านกลัวมากคือการขึ้นศาล

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น