X

ชาวบ้านห้วยพระนำรังวัด ชี้แนวเขตรุกที่สาธารณะ นายทุนแจงที่ดินพิพาท

นครพนม – วันที่ 5 มิ.ย.62 เวลา 09.30 น. ว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม นำเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ อบต.ฯ ลงพื้นที่บ้านห้วยพระหมู่ 9 และ หมู่ 14 ต.ท่าจำปา เพื่อดูการทำงานของเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน หลังมีกลุ่มชาวบ้านร้องเรียนผ่านสื่อว่า มีนายทุนรุกล้ำที่ดินสาธารณะหลายแห่ง โดยที่ดินได้ถูกปรับสภาพจากป่าบุ่งป่าทามจนราบเรียบ เพื่อจะปลูกยางพาราแทน

นายมานิต มีใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรังวัด ได้รับมอบหมายจากนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดิน สาขาท่าอุเทน ส่องกล้องหาแนวเขตการรุกล้ำ โดยฝ่ายปกครองมอบอำนาจให้นายพันธ์ ชมภูพระ ผู้ใหญ่บ้านห้วยพระหมู่ 9 ขณะที่ทางนายวรลภย์ ศรีบุญเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าจำปา(อบต.ฯ) มอบหมายให้นายเตียง ชมภูพระ สมาชิก อบต.ฯ บ้านห้วยพระหมู่ 9 เป็นผู้นำชาวบ้านร่วมกันชี้แนวเขต

ซึ่งนายมานิตกล่าวว่า หลังจากรังวัดปักแนวเขตที่สาธารณะได้รูปแผนที่พิพาทแล้ว ก็จะนำไปทำการสอบสวนไกล่เกลี่ยตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป โดยตนได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการออกรังวัดเป็นเวลา 4 วัน นับตั้งแต่วันที่ 4-8 มิ.ย.นี้ และเมื่อพ้นวันดังกล่าว ห้ามชาวบ้านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่พิพาท เพราะอาจจะถูกนายทุนผู้ถือโฉนดครอบครองอย่างถูกต้องแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกได้  ด้านนายพันธ์ ผญบ.ม.9 และ นายเตียง ส.อบต.ท่าจำปา หลังได้นำชาวบ้านปักหลักเขตด้วยไม้ไผ่ผูกด้วยถุงพลาสติก เพื่อแสดงว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะ ก็ได้ลงลายมือชื่อ ระบุว่าในการรังวัดสอบเขตของบริษัทเกษตรปิยมิตรฯในวันนี้มีทั้งสิ้น 3แปลง คือโฉนดเลขที่ 19233 ,19234 และ19243  ปรากฎว่าขอบเขตที่ทางบริษัททำเครื่องหมายครอบครองมีส่วนทับที่สาธารณประโยชน์ และทำเลเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน  ประกอบด้วยห้วยหลง ห้วยบ่อ และห้วยล่องจ้อง จึงขอคัดค้านการรังวัด พร้อมปักหลักไม้ทำแนวเขตที่รุกล้ำ เพื่อแสดงเป็นแผนที่พิพาท จะได้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายต่อไ ป

ด้านชาวบ้านบอกว่าหลังรู้แนวเขตที่ดินสาธารณะเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีหนังสือยื่นตรวจสอบใบโฉนดที่นายทุนครอบครองอยู่ เพราะมีอีกหลายแปลงที่มีการออกโฉนดทับที่ทำกินเดิมของชาวบ้าน เช่น นส.3 หรือใบจอง

โดยวันแรก(5 มิ.ย.) มีการรังวัดแนวเขตพื้นที่ห้วยหลง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ถูกรุกล้ำนี้ มีป่าบุงป่าทามขึ้นหนาแน่น ซึ่งในฤดูน้ำหลาก จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำในวัยเจริญพันธุ์ใช้หลบซ่อนสัตว์ที่ใหญ่กว่า และยังเป็นที่หากินของชาวบ้านมาแต่บรรพบุรุษ เมื่อถูกบุกรุกที่ดังกล่าว ป่าบุงป่าทามก็ถูกทำลายลง ทั้งที่ควรจะอนุรักษ์ไว้ เพราะในภาคอีสานเหลืออยู่ไม่มากนัก ส่วนวันที่ 6 มิ.ย. จำดำเนินการรังวัดแนวเขตพื้นที่ห้วยบ่อแหล่งน้ำธรรมชาติอีกแห่ง ที่ถูกนายทุนรุกที่สาธารณะ พร้อมกับขุดทำลายคันกั้นน้ำ ระบายน้ำออกเพื่อให้เกิดการตื้นเขิน เนื่องจากมีการออกโฉนดลงไปในลำห้วยและหนองน้ำ พร้อมกับสร้างถนนผ่าลงกลางหนองน้ำ ที่ชาวบ้านใช้เลี้ยงสัตว์และหาปูหาปลามาช้านาน จนปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวได้อีก นอกจากนั้นยังมีบางองค์กรอำนวยความสะดวก ด้วยการนำงบหลวงเอาเสาไฟฟ้ามาปักให้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ต่อมานายวิศิษฐ์ จิรภิวงศ์ กรรมการบริษัทเกษตรปิยมิตร ได้ชี้แจงเป็นหนังสือต่อสู้สื่อข่าว ว่าได้ซื้อที่ดินที่มีหลักฐานเป็นโฉนด และนส3ก.เมื่อปี 2553 เพื่อมาปลูกยางพารา โดยมีการทำรั้วรอบขอบชิด ครอบครองโดยเปิดเผยไม่ได้มีข้อขัดแย้งหรือมีคดีความข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านข้างเคียงแต่อย่างไร แต่ก็มีชาวบ้านบางคนร้องเรียนว่าที่ดินบริษัทรุกล้ำที่สาธารณะ บริษัทมีเจตนาที่บริสุทธิ์จึงได้ตัดสินใจยื่นเรื่องขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินจำนวน 16 แปลงกับสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมสาขาท่าอุเทน เพื่อให้ทราบแนวขอบเขตที่ดินตามหลักฐานในโฉนดดังกล่าว และในการนี้นายพันธ์ ชมพูพระ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านห้วยพระ ตำบลท่าจำปา จะต้องรับมอบอำนาจจากนายอำเภอมาระวังชี้แนวเขตที่สาธารณะ แต่ปรากฏว่าผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ไม่ได้มาทำหน้าที่ดังกล่าวแต่กลับพาผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 สารวัตรกำนันตำบลท่าจำปาและชาวบ้านส่วนหนึ่งและนักข่าวเข้ามาในที่ดินของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งกล่าวให้ร้ายต่างๆนาๆสร้างความแตกแยก ความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน แม้นว่านายอำเภอท่าอุเทนจะเคยเรียกตัวแทนบริษัท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 หมู่ที่ 14 สารวัตรกำนัน ช่างรังวัดและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดท่าอุเทน ตัวแทนจาก อบต.ท่าจำปา เข้าประชุมร่วม โดยท่านนายอำเภอได้พูดคุยถึงหลักกฎหมายและเจตนาของบริษัทในการขอรังวัดสอบเขต พร้อมทั้งขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบของผู้ใหญ่บ้านที่จะต้องทำหน้าเป็นผู้ชี้แนวเขตที่สาธารณะอย่างชอบธรรมและตรงไปตรงมา โดยไม่นำชาวบ้านและสื่อมวลชนมากดดันเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทจึงใคร่ขอให้การรังวัดสอบเขตสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดินผู้ชำนาญการและมีหน้าที่ตามกฎหมายทำแผนที่ขอบเขตที่ดินตามโฉนดที่ดินทั้ง 16แปลง เป็นหลักฐานเพื่อการพิจารณาต่อไป

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน