นครพนมร้อนจัดเฉียด 40 องศา ชวนล่องแพ”หนองหวาย” แหล่งน้ำธรรมชาติขึ้นชื่อ

นครพนม – ร้อนจัดเฉียด 40 องศา ชวนล่องแพ”หนองหวาย” แหล่งน้ำธรรมชาติขึ้นชื่อ นทท.แห่เล่นน้ำสุดคึกคัก เงินสะพัดวันละนับแสน

วันที่ 4 เมษายน 2564  ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดนครพนกลับมามีมนต์เสน่ห์อีกครั้ง หลังมีการผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิดระบาด  บวกกับช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัดมีอุณหภูมิเฉียด 40 องศาเซลเซียส  ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวอันซีน(Unseen)ทางธรรมชาติหนองหวายอยู่ในพื้นที่ ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม ช่วงวันหยุดกลับมาคึกคัก มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมาท่องเที่ยว พักผ่อนล่องแพชมธรรมชาติ ชิมเมนูอีสานรสเด็ด และเล่นน้ำคลายร้อน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้อีกครั้ง หลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิดระบาด จึงมีคำสั่งปิดบริการท่องเที่ยวมานานร่วมครึ่งปี โดยทางชาวบ้านกลุ่มผู้ล่องแพ ยังคงมีมาตรการเข้ม ในการเข้มงวดดูแลตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดระบาด ทั้งการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ รวมถึงการจำกัดจำนวนคนลงแพไม่เกิน 10 คน

นอกจากนี้ยังมีการงดจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ไปจนถึงการวางมาตรการป้องกันอันตราย จัดเตรียมเสื้อชูชีพให้ ประชาชนนักท่องเที่ยวทุกราย กำชับให้สวมชูชีพก่อนลงเล่นน้ำ และมีเรือลาดตระเวนดูแลตลอดทั้งวัน สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดวันละนับแสนบาท  ซึ่งทางผู้ประกอบการล่องแพ ได้เตรียมพร้อมรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว ในช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ด้วย

หนองหวาย เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ เดิมทีชาวบ้านใช้ทำการเกษตร มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ เชื่อมกับลำน้ำก่ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง จากนั้นได้ รับการพัฒนาขุดลอก เพื่อให้มีน้ำเก็บกักตลอดปีมาต่อเนื่อง ต่อมาชาวบ้านได้หารือกัน เพื่อวางแนวทางในการพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ นวัตวิถี จึงมีการจัดตั้งกลุ่มล่องแพขึ้น เพื่อบริการประชาชน นักท่องเที่ยว ได้มาเที่ยวพักผ่อนล่องแพชมธรรมชาติ ชิมเมนูอาหารอีสาน และเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อให้ชาวบ้านมีงานมีรายได้ตลอดทั้งปี  ทำให้ปัจจุบันมีการพัฒนา เปิดแพบริการมากกว่า 20 หลัง

โดยช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากโควิดระบาด ต้องปิดบริการชั่วคราวไปหลายเดือน แต่พอมีการผ่อนคลาย ทำให้สามารถเปิดบริการได้อีกครั้ง  และมีประชาชน นักท่องเที่ยว กลับมาเที่ยวล่องแพคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด แต่ทางกลุ่มล่องแพ ยังคงวางมาตรการเข้มงวดในการคัดกรอง วัดอุณหภูมิ

ส่วนราคาค่าบริการ ชั่วโมงแรก 250 บาท หลังจากนั้น ชั่วโมงละ 100 บาท  หากเหมาจ่ายวันละ 1,050 บาท  จึงทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม นอกจากการทำไร่ทำนา  ซึ่งในการจัดสรรรายได้ จะแบ่งเป็นกลุ่มๆละ 3 -4 คน  ทุกเดือนจะมีการสรุปรายได้ หักค่าใช้จ่าย ส่วนกองกลางเก็บกลุ่มละ 250 บาท ต่อแพ 1 ลำ เพื่อนำมาเข้ากองทุนพัฒนาหมู่บ้าน  เหลือจากต้นทุนจะแบ่งผลกำไรในกลุ่ม ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ เดือนละประมาณ 5,000 – 10,000 บาทต่อคน  อย่างไรก็ตามหลังมีการเปิดบริการอีกครั้ง ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ปฏิบัติตามกฎระเบียบเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด ให้สามารถเปิดบริการได้ต่อเนื่อง  นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู้โควิด ให้ มีแหล่งเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดอีกด้วย

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน