พัฒนาฝีมือแรงงานนครพนม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะในหลวง ร. 9 พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย

นครพนม – พัฒนาฝีมือแรงงานนครพนม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะในหลวง ร. 9 พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 2 มีค.64

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุชัย พงศ์พัฒนพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนครพนม เปิดเผยว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนครพนม ดำเนินการจัดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงาน ประจำปี 2564 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยจัดพิธีถวายราชสักการะแด่พระองค์ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทย และทรงพระปรีชาสามารถทางด้านช่าง ในฐานะพระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย ในวันที่ 2 มีนาคม นี้

โดยในวันดังกล่าวสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนครพนม ได้จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ มีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน เพื่อถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยนครพนม ชุมชนหนองบึกทุ่ง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ตั้งแต่เวลา 07.00-10.00 น. นอกจากนี้ในบริเวณงาน ยังได้จัดซุ้มนิทรรศการเทิดพระเกียรติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านช่างของพระองค์ท่านในฐานะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย

สืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ ณ ลุมพินีสถาน และทรงได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างไทย ความตอนหนึ่งว่า
“ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆฝ่าย ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ ในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่ 3 ประการ ประการแรก ได้แก่ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ และความรู้ทางการออกแบบ ประการที่สอง ได้แก่ปัญหาเรื่องฝีมือ ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพและได้มาตรฐานจริงๆ ประการที่ 3 ได้แก่ ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาดเพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้ จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไรสำหรับนำมาเป็นทุนรอน สร้างฐานะและความก้าวหน้า ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดครั้งนี้ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป”

จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวนั้น แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล ที่ทรงมีบทบาทต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย ให้ได้มาตรฐานสากลตราบจนถึงปัจจุบันนี้ แม้เวลาจะผ่านมาถึงกว่า 50 ปีแล้วก็ยังคงทันสมัยอยู่

ทั้งนี้ ก็ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ครั้งยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากมีบันทึกว่าหากพระองค์ทรงอยากจะได้ของเล่นชิ้นใด ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเองหรือทรงประดิษฐ์ขึ้นมาเอง โดยในครั้งทรงพระเยาว์พระองค์ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง อาทิ เครื่องร่อน เรือรถจำลอง และรถลากไม้ พระอัจฉริยภาพในการทรงเป็นนักประดิษฐ์ และนักการช่างของพระองค์ ทรงมีพื้นฐานมาจากการประดิษฐ์ของเล่นสมัยทรงพระเยาว์นั้นเอง

และเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการถวายพระราชสมัญญา”พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 2 มีนาคมของทุกปี เป็น”วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ” เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน

นายสุชัย พงศ์พัฒนพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า และในปีนี้วันที่ 2 มีนาคม 2564 ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างในสังกัดกระทรวงแรงงาน ผู้แทนหน่วยงานส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน องค์กรอิสระ องค์กรนายจ้างและลูกจ้าง ต่างพร้อมใจกันจัดพิธีวางพานพุ่ม ถวายเป็นเครื่องราชสักการะฯ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ที่จะสถิตอยู่ในดวงใจตราบจนนิรันดร์

และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) เพื่อเป็นการป้องกันการติดต่อของเชื้อโรค และเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมงาน ต้องนั่งเว้นระยะห่างประมาณ 1 เมตร และสวมหน้ากากอนามัย(สีขาว) ตลอดเวลาที่เข้าร่วมพิธี โดยทางผู้จัดได้จัดเตรียมเจล แอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือ และเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายไว้ให้ภายในบริเวณงานฯ

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน