ผู้บริหาร ม.นครพนม สั่งให้ไล่นักข่าวออกนอกห้อง ปมเสนอยุบ ว.การบิน

นครพนม – ผู้บริหาร ม.นครพนม สั่งให้ไล่นักข่าวออกนอกห้อง ปมเสนอยุบ ว.การบิน ก่อนกลับลำอ้างแค่จัดทำแผน  แฉเบื้องลึกที่ประชุมมติยุบสถานเดียว

จากกรณี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 มีบุคลากรวิทยาลัยการบินนานาชาติ(ว.การบินฯ) ประมาณ 30 คน นำโดย น.ส.สุณัฏฐา สุทุม ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานคณบดีวิทยาลัยการบินนานาชาติ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ กรณีมหาวิทยาลัยนครพนม(มนพ.) พิจารณาเห็นชอบยุบ ว.การบินฯ ทำให้ประชาคมฯมีความตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลว่าจะมีการยุบ ว.การบินฯมาก่อน และกังวลใจว่าจะถูกเลิกจ้างตามมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด วันที่ 12 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น. คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยนครพนม เปิดประชุมครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุมพนมเมธี ชั้น 5 อาคารสารสนเทศเพื่อการบริหาร สำนักงานอธิการบดี โดยมี รศ.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย รักษาราชการแทนอธิการบดีฯ เป็นประธาน ซึ่งมีวาระการประชุมทั้งหมด  7 วาระ โดยในระเบียบวาระที่ 5 ข้อ 5.7 ระบุว่า”พิจารณาให้ความเห็นชอบการยุบเลิกส่วนราชการ ส่วนงานของมหาวิทยาลัยนครพนม กรณีวิทยาลัยการบินนานาชาติ” ทั้งนี้ได้มีผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ปรากฏว่าก่อนจะถึงวาระที่ 5 ข้อ 5.7 มีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกขอให้สื่อมวลชนออกไปจากห้องประชุมก่อน เพราะเป็นการประชุมกันภายใน จึงถูกถามกลับว่าใครเป็นคนสั่ง คำตอบคือผู้บริหารที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ นักข่าวจึงถามต่อว่าทำไมถึงต้องปกปิดข้อมูลข่าวสาร จะปิดหูปิดตาคนนครพนมหรืออย่างไร เจ้าหน้าที่คนนั้นจึงรีบเดินหลบไป

เมื่อถึงวาระดังกล่าว รศ.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย รก.อ.มนพ. ได้กล่าวขึ้นว่า “ฯเป็นคณะอนุกรรมการที่ถูกตั้งโดยคณะบุคคล เพื่อให้ทำหน้าที่ศึกษาสถานะในอนาคตของวิทยาลัยการบินนานาชาติ ซึ่งก็มีหลายประเด็นด้วยกัน ลักษณะของการพิจารณากรอบไกด์ไลน์ก็จะมี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งถ้าวิทยาลัยนานาชาติคงอยู่ จะอยู่ในลักษณะอย่างไร จะมีการบริหารจัดการอย่างไร อันนี้ก็เป็นกรอบที่ทางคณะบุคคลมอบหมายให้เรามาดำเนินการ

อันที่สองก็เป็นเรื่องของ ถ้าจะต้องถอนตัวทำ exit plan จะต้องทำในรูปแบบไหน ก็ต้องไปนั่งดูว่าตั้งแต่เรื่องของการดูแลนักศึกษาที่อยู่ในหลักสูตร 3 หลักสูตร จะดูแลอย่างไร หลักสูตรจะถอนตัวออกไปอย่างไร ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ และบุคลากรที่จะต้องเลิกจ้างจะต้องชดเชยอะไรยังไง นั่นคือไปทำแผนแล้วคณะบุคคลจะพิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายว่าจะยังคงอยู่หรือไม่อยู่ ยังไม่มีมติที่จะยุบแน่นอน แต่ก็มีการออกข่าวไปและก็มีบุคลากรของวิทยาลัยการบินนานาชาติไปยื่นคำร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมและผู้ว่าราชการจังหวัด ก็เลยทำให้เกิดเป็นข่าวในโซเซียลขึ้นมาว่า มหาวิทยาลัยจะยุบ ไปชูป้ายว่าจะยุบ ยังยืนยันว่าไม่มีการยุบเป็นแค่การศึกษาความเป็นไปได้  แต่การไปให้ข่าวในลักษณะอย่างนั้น ผมไปพบบุคลากรเมื่อวานทั้ง 20 กว่าคน ก็ได้ชี้แจงความจริงให้ทราบว่า ปัญหาของวิทยาลัยการบินนานาชาติไม่ได้เพิ่งเกิด แต่เกิดมานานแล้ว ผมเพิ่งมาผมก็ให้ข้อมูลไปอย่างนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความชัดเจนเพราะว่า มันเกิดการโยนลูกกันระหว่างวิทยาลัยการบินกับมหาวิทยาลัยนครพนม วิทยาลัยก็บอกว่ามหาวิทยาลัยนครพนมเอาเงินของวิทยาลัยการบินไปใช้จนหมด ผมก็บอกว่าผมไม่ทราบ ผมจะให้คณะกองคลังและกองนโยบายและแผน ไปหาข้อเท็จจริงมาให้หมดเลยว่า รายได้ตั้งแต่ปี 2549 รับเงินอุดหนุนมาจากรัฐบาลเท่าไหร่ มีเงินรายได้เท่าไหร่ ใช้จ่ายไปเท่าไหร่ มีข้อมูลสะสมเป็นเท่าไหร่ ใครเป็นคนเอาเงินสะสมไปใช้ มันต้องชัดเจน มันออกไปโดยไม่มีการเบิกจ่ายไม่ได้ มันต้องมีเจ้าภาพในการเอาเงินไปใช้ ต้องมีความชัดเจน

จริงๆ แล้วท่านอารมณ์ท่านทำแผนอยู่ว่าถ้าจะหารายได้เพิ่มจะหาจะหลักสูตรอะไรบ้าง แต่ก็มีการให้ข่าวออกไป ซึ่งเรื่องนี้ถามว่าผู้บริหารมหาลัยเสียหายมั้ย หรือมหาวิทยาลัยเสียหายมั้ย หรือคณะวิทยาลัยการบินนานาชาติเสียหายมั้ย มันเสียหายหมด ปัญหาคือเราอยู่ระหว่างการรับนักศึกษาเข้ามาศึกษาต่อในหลักสูตรอื่นๆ อีก เช่น หลักสูตรช่างซ่อมอากาศยาน หลักสูตรการจัดการการบิน เด็กที่กำลังจะเข้ามาได้ยินข่าวนี้ก็อาจจะถอนตัวออกไปหมดไม่มาสมัคร  นี่คือความเสียหายที่มันจะเกิดขึ้น กับทางมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยการบิน ก็ขอชี้แจงให้ท่านผู้บริหารได้รับทราบ ผมก็ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไปสื่อนึ่ง  ก็คือนครสารออนไลน์ เขาก็ลงตามที่อธิการฯพูดทุกอย่าง แต่บางสื่อไม่ได้สัมภาษณ์ก็ลงเขาไปอีกแบบนึ่ง ซึ่งมันทำให้มหาวิทยาลัยเสียหายแน่นอน แต่ผมก็เตือนบุคลากรไปว่า ต้องระมัดระวังในการให้ข่าว ผมไม่เดือดร้อน ผมเคยผ่านเหตุการณ์มาเยอะ แต่ผมรู้สึกไม่สบายใจตรงที่มหาวิทยาลัยซึ่งกำลังช่วยกันขับเคลื่อน ช่วยกันสร้างบรรยากาศดีๆกลับคืนมาก็ทำให้บรรยากาศที่ไม่ดีเกิดขึ้นได้ เรื่องนี้เรายังไม่ได้ยุติการพิจารณา ยังเดินหน้าต่อ แต่ว่าเรื่องที่สำคัญที่เราจะเดินหน้าก็คือ ทำความชัดเจนเรื่องงบประมาณ ปี 64 เราไม่ได้รับเงิน มันเกิดอะไรขึ้น งบหน่วยงาน 60 กว่าล้านไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แล้วมหาวิทยาลัยไม่คิดจะสอบถามเลยเหรอว่าเพราะอะไรถึงไม่ได้รับการจัดสรรงบ ก็อยากจะรู้ความกระจ่างกับสำนักงานงบประมาณด้วยว่าทำไมปี 64 เราจึงไม่ได้รับการจัดสรร เราจะได้ชี้แจงให้สังคมได้รับทราบว่าเพราะอะไร มันไม่ใช่เพราะมหาลัยไปริบเงินเขาหรือไปเอาเงินเขามาเป็นของตัวเองแน่นอน เพราะระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณมันมีขั้นตอนชัดเจนมาก อธิการจะไปสั่งให้คนเอาเงินไปตรงนั้นตรงนี้โดยพละการมันทำไม่ได้ คณบดีก็สั่งไม่ได้ รองอธิการก็สั่งไม่ได้ จะต้องทำเรื่องพวกนี้ที่กำลังอึมครึมอยู่ตอนนี้ ให้มันกระจ่าง ซึ่งผมก็จะพยายามเร่งรัดให้มันเสร็จสิ้นโดยเร็ว มอบหมายให้ทางผอ.กองไปทั้ง 2 ท่าน ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ แล้วก็จะได้นำมาชี้แจงให้ทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังมีการนำเสนอข่าวไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม ปรากฏว่ากลุ่มงานวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยนครพนม ได้ออกหนังสือชี้แจงเรื่องร้องเรียนกรณีการยุบ ว.การบินฯ จึงมีผู้คนตั้งคำถามว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่เปิดเผยรายละเอียด จนกระทั่งมีบุคลากร ว.การบินฯ ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม จึงรีบออกมาชี้แจงหลังจากที่พวกเขาไปยื่นหนังสือแล้ว

นอกจากนี้มีแหล่งข่าวใน มนพ. เปิดเผยว่า ว.การบินฯถูกนำมาถกกันบนโต๊ะตั้งแต่ปีที่แล้ว ครั้งแรกประชุมที่ กทม. ครั้งที่ 2 ประชุมกันอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยจะตกผลึกกันในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม ในตอนช่วงเช้า ณ สำนักงานอธิการบดีฯ ปรากฏว่าในที่ประชุมมีความเห็นให้ยุบ ว.การบินฯ และจะนำเข้าที่ประชุมพิจารณาในรุ่งขึ้นคือวันที่ 12 มกราคม ขณะที่นั่งประชุมกันอยู่นั้นมีโทรศัพท์เข้ามาว่า มีบุคลากร ว.การบินฯไปยื่นหนังสือต่อ ผวจ.นครพนม ประกอบกับมี ส.ส.นครพนมท่านหนึ่ง ร้องขออย่ายุบ ว.การบินฯเด็ดขาด เพราะเป็นหน่วยงานที่สร้างเม็ดเงินมากที่สุดในมหาวิทยาลัยนครพนม  ในที่ประชุมจึงกลับหลังหัน ออกมาอ้างว่าเป็นแค่การจัดทำแผนเท่านั้น

แหล่งข่าวเผยต่อว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ยื่นเอกสารการตรวจสอบกรณีมีอดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยนครพนม นำเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินรายได้ของ ว.การบินฯไปใช้ในภารกิจอื่นฯ คือ โรงเรียนสาธิต และสำนักงานอธิการบดี เป็นต้น โดยเสนอให้ดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด ตลอดจนดำเนินการสอบสวนผู้รับผิดทางละเมิดเพื่อชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว โดยคณะบุคคลฯได้รับหนังสือตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ถึงปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น จึงต้องการให้คณะบุคคลฯออกมาชี้แจงประเด็นนี้

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน