ทหารราบที่ 3 ยึดรถยนต์ 8 คัน ซุกในบ้านและสวนยาง รอการลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง

นครพนม – ทหารราบที่ 3 ยึดรถยนต์ 8 คัน ซุกในบ้านและสวนยาง รอการลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง พบเป็นยี่ห้อท็อปฮิต เพื่อนบ้านต้องการที่สุด 

วันที่ 12 มกราคม 2564 บริเวณวัดนันทสาร หมู่ 3 บ้านนาโพธิ์ ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของหมวดเคลื่อนที่เร็วที่ 1(มว.คทร.1) กองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 1 กองบังคับการควบคุมที่ 1กรมทหารราบที่ 3 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี(กกล.ฯ) พ.อ.วุทธิพงษ์ อรรคคำ รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1(ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 8 คัน ที่ถูกนำมาซุกซ่อนไว้ที่บ้านเรือนและสวนยางพาราของประชาชนบ้านดงโทน หมู่ที่ 4 ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

สืบเนื่องจากวันที่ 11 มกราคม 2564  เวลาประมาณ 09:00 น เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นำโดย ร.อ.กิตติกร จันทร์หอม ผบ.ร้อย คทร.1 ได้ลาดตระเวนพบรถยนต์ต้องสงสัยที่มีแผ่นป้ายทะเบียนต่างจังหวัดจอดอยู่ในบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง และอยู่ในสวนยางพาราอีกหลายคัน สันนิษฐานเบื้องต้นอาจจะเป็นรถยนต์ขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติ รอการส่งต่อข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงวางกำลังซุ่มดูจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึง 17.00 น. เกรงว่าถ้าพลบค่ำอาจจะไม่ปลอดภัยกับชุดปฏิบัติการ จึงแจ้งประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อได้ร่วมกันวางแผนเข้าทำการตรวจสอบ จุดที่พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่

โดยกระจายกำลังเข้าขอตรวจสอบเอกสารการครอบครองรถยนต์จากเจ้าของบ้าน ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีบุคคลไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ขับรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้านหรือสวนยางพาราบ้าง พร้อมกับบอกว่าขอฝากรถไว้สักวันสองวัน โดยจะให้เงินเป็นค่าฝากจำนวน 500 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งเหตุและอธิบายวัตถุประสงค์ให้ชาวบ้านรับฟังจนเข้าใจทั้งสองฝ่าย จึงสมัครใจและยินยอมนำพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึด

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ จึงอาศัยอำนาจมาตรา 92 (4) “เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนอยู่ในนั้นประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ สิ่งของเหล่านั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสีย” เมื่อชาวบ้านไม่มีหลักฐานคู่มือรถยนต์มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด เพื่อการตรวจสอบเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดรถยนต์จำนวน 8 คันไว้ โดยใช้รถลากไปไว้ที่ฐานปฏิบัติการวัดนันทสาร บ้านนาโพธิ์ ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่เป็นรอยต่อจังหวดบึงกาฬ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

โดยรถยนต์ทั้ง 8 คัน เป็นยี่ห้อโตโยต้าทั้งหมด ได้แก่ 1.รถยนต์กระบะ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน 3 ฒฆ 7296 กทม. 2.กระบะ ทะเบียน ยง 3764 สีดำ นครราชสีมา 3.กระบะ วีโก้ แคป สีขาว ทะเบียน 9397 เลย 4.กระบะ วีโก้ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ขพ 721 ชลบุรี 5.กระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กษ 4830 นครศรีธรรมราช 6.ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 8 กข 270 กทม. 7.กระบะ วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บง 789 สตูล และ 8.กระบะ วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน 1 ฒค 3248 กทม.

ซึ่งในเก๊ะเก็บของหน้าคอนโซลรถทุกคัน มีเอกสารหลักฐาน เช่น บัตรประชาชน คู่มือชื่อผู้ครอบครองรถ และทะเบียนบ้าน โดยมีรถยนต์ 1 ใน 8 คัน ติดสติ๊กเกอร์หน้ากระจกรถเป็นตราของหน่วยทหารแห่งหนึ่ง พร้อมสติ๊กเกอร์ระบุชื่อรุ่น จึงได้มีการตรวจสอบไปยังต้นสังกัด พบว่าเป็นรถของนายทหารคนนั้นจริง และได้เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่น เพื่อแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด นอกจากนี้มีรถยนต์อีก 3 คันที่ไฟแนนซ์ตามหาอยู่ เนื่องจาก 2 คันแรกค้างชำระนานกว่า 4 เดือน ส่วนอีกคันศาลได้พิพากษาให้ผู้ครอบครองคืนรถ แต่ทั้งสามคันได้มาโผล่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง คาดว่ารอการลำเลียงส่งไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นที่น่าสังเกตว่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า จะเป็นรถยอดนิยมที่ฝั่งตรงข้ามมีออเดอร์สั่งนำเข้าไปมากที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตามตัวผู้ครอบครองรถยนต์ทั้งหมดมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติอย่างไร

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน