โรคปากเท้าเปื่อยในวัวระบาด ตายแล้วกว่า 10 ตัว ที่เหลืออาการร่อแร่

นครพนม – โรคปากเท้าเปื่อยในวัวระบาด ตายแล้วกว่า 10 ตัว ที่เหลืออาการร่อแร่ แม่เฒ่าปาดน้ำตาเหมือนสิ้นเนื้อประดาตัว

วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนางขวัญตา จันทร์หาจักษ์ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 102 หมู่ 6 บ้านชะโงม ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม ว่า วัวในคอกของตนจำนวน 3 ตัว ล้มตายคล้ายโรคปากเท้าเปื่อย และอีกตัวก็กำลังป่วยมีน้ำลายฟูมปาก ไม่ยอมกินหญ้าและน้ำ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจหาสาเหตุแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว พบชาวบ้านจำนวนมากยืนรออยู่ก่อนแล้ว โดยนางขวัญตาเจ้าของวัวที่ล้มตายอยู่ในอาการเศร้าโศกตลอดเวลา พร้อมกับเปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 5 ปีได้ซื้อวัวพันธุ์ชาโรเลส์มา 1 ตัว ตกลูกมาแล้ว 3 ตัว รวมแม่พันธุ์เป็น 4 ตัว โดยตนเฝ้าดูแลประคบประหงมมาด้วยดีตลอด

กระทั่งวันที่ 20 ตุลาคม ลูกวัวตัวหนึ่งมีอาการน้ำลายฟูมปาก ยืนทรงตัวแล้วสั่นๆ จึงให้หมออาสามีฉีดยา จำนวน 2 เข็ม ประมาณเวลา 03.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม ลูกวัวร้องโหยหวนเสียงดังจึงปลุกสามีให้ออกมาดู พบว่าลูกวัวที่ป่วยสิ้นใจตายไปแล้ว รุ่งเช้าจึงเรียกนายวิทวัส สินเทา ผู้ใหญ่บ้านมาดู ขณะที่วัวตัวอื่นๆก็เริ่มมีอาการลักษณะเดียวกัน วันที่ 22 ตุลาคมก็ล้มตายไปอีก 1 ตัว เท่านั้นยังไม่พอแม่พันธุ์ก็มาตายไปอีกเมื่อเช้าของวันที่ 23 ตุลาคม รวมเป็น 3 ตัว เหลือตัวสุดท้ายที่คาดว่าก็คงไม่รอดเช่นเดียวกัน โดยนางขวัญตาเล่าไปก็ปาดน้ำตาไปด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีคนมาให้ราคาแม่พันธุ์ตัวละ 70,000 บาท ส่วนลูกอีก 3 ตัว ให้ราคาตัวละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 220,000 บาท แต่ตนไม่ยอมขาย กระทั่งมาล้มตายหดคอก เหมือนคนสิ้นเนื้อประดาตัว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลและเยียวยา

ด้านนายวิทวัสผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เปิดเผยว่าหลังทราบว่ามีวัวในหมู่บ้านล้มตาย ก็ได้ถ่ายรูปส่งให้ทางปศุสัตว์ดู พร้อมรายงานกำนัน แพทย์ประจำตำบล อำเภอทราบตามลำดับ ทางปศุสัตว์อำเภอก็ส่งวัคซีนมาให้หมออาสาจัดการฉีดวัวที่ป่วย ซึ่งก่อนหน้าที่บ้านชะโงมหมู่ 5 ก็มีวัวล้มตายไปแล้ว 4 ตัว ก่อนจะระบาดลามมาถึงหมู่ที่ 6 ของตน

ส่วนการจัดการกับซากวัวที่ตาย ผู้ใหญ่บ้านได้ขอแรงจากชาวบ้านนำไปขุดหลุมฝังกลบในป่าธรรมชาติท้ายหมู่บ้าน โดยเทปูขาวน้ำยาฆ่าเชื้อตามขั้นตอนที่ได้อบรมมา  และยังพบว่ามีวัวของนางพิมพ์จันทร์ ภาษา อายุ 53 ปี อยู่บ้านตรงข้ามกับบ้านของนางขวัญตามีวัวแม่พันธุ์ 3 ตัว และลูกวัวที่เพิ่งเกิดใหม่เพียงไม่กี่วัน มีอาการน้ำลายฟูมปาก โดยวัวแม่พันธุ์ 2 ตัว กำลังท้องแก่ใกล้คลอด นอกจากนี้มีควายของนายสมศรี ทุมมี อายุ 53 ปี จำนวน 10 ตัว ก็มีอาการเดียวกันหมด จึงอยากต้องการให้ปศุสัตว์ลงตรวจพื้นที่ด่วน โดยชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะแพร่ระบาดไปติดสัตว์กีบตัวอื่นๆอีก

ซึ่งในบ้านชะโงม หมู่ 6 ที่มีการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้ จากการสำรวจเบื้องต้น มีชาวบ้านเลี้ยงวัวและควายรวมแล้ว 76 ตัว และทุกคนมีความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะเฉพาะค่ายาอย่างเดียว ฉีดครั้งละ 200 บาท/ตัว และยังไม่รู้ด้วยว่าหลังฉีดแล้วสัตว์เลี้ยงของตนจะหายป่วยหรือไม่ ซึ่งหมออาสาบอกว่าหากยังไม่ทุเลาจะต้องเพิ่มขนาดยาอีก และต้องใช้เงินมากเป็นเงาตามตัว