ตาเฒ่าถูกหลานฟ้องขับไล่  ขอยืมเงินญาติจ้างทนายสู้คดี ผญบ.งงออกรังวัดอุบเงียบ 

นครพนม – จากกรณี นายเริง ผุยเหง้า อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 4 บ้านเหล่าสวนกล้วย ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตกเป็นจำเลยที่ 1 หลังถูกหลานสาวคือนางสาวละเอียด ผุยเหง้า อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 26 หมู่ 4 บ้านเหล่าสวนกล้วย ยื่นฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายอีก 300,000 บาท ต่อศาลจังหวัดนครพนม พร้อมกับนายสมชัย แก้วสีขาว (จำเลยที่ 2) และ นางเสถียน แก้วสีขาว (จำเลยที่ 3) มีกำหนดขึ้นศาลฯนัดแรกในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 และต้องทำคำให้การยื่นต่อศาลภายใน 15 วันหลังจากได้รับหมายศาล

ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบในที่ดินพิพาท ระหว่างลุงกับหลานของผู้สื่อข่าว มีญาติตลอดจนเพื่อนบ้านของนายเริงไม่น้อยกว่า 30 คน ยืนยันพร้อมที่จะไปเป็นพยานในชั้นศาลให้กับนายเริง เพราะในใบโฉนดที่ดินเลขที่ 11150 เลขที่ดิน 32 ต.หนองเทา (พะทาย) เนื้อที่ 19 ไร่ 40 ตารางวา ที่ น.ส.ละเอียดได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากนายถวิล ผุยเหง้า บิดา ซึ่งเป็นน้องชายของนายเริงนั้น ปรากฏมีทางสาธารณะประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ซึ่งผิดไปจากแนวทางสาธารณะเดิม โดยไม่มีชาวบ้านคนไหนทราบมาก่อน และเป็นที่น่าสังเกตุว่าการที่ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน มารังวัดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 ก็ไม่มีการแจ้งผู้นำหมู่บ้าน หรือเจ้าของที่ข้างเคียงทราบแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

คืบหน้าล่าสุด วันที่ 7 กันยายน 2563 นายเริง ผุยเหง้า จำเลยที่ 1 พร้อมผู้ที่ถูกฟ้องในครั้งนี้ รวม 3 คน จะเดินทางไปหาทนายความเพื่อ ว่าจ้างให้ทำคำให้การยื่นต่อศาล แต่เนื่องจากนายเริงมีฐานะยากจนเกรงว่าจะไม่มีเงินพอที่จะจ้างทนายความ จึงได้ขอหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้อง เป็นค่าจ้างทนายความไว้ต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ความจริงกันในชั้นศาล ขณะที่ชาวบ้านที่รู้ข้อเท็จจริงยังคงยืนยันจะไปเป็นพยานให้เวลาขึ้นศาล

นางคำพา ตาสี อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 17/2 หมู่ 4 บ้านเหล่าสวนกล้วย และ นางรุน ผุยเหง้า อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ 4 บ้านเหล่าสวนกล้วย เปิดเผยว่าเส้นทางสาธารณะประโยชน์เดิมนั้น สมัยยังเป็นสาวก็ใช้สัญจรไปมา ทั้งงานบุญแห่กฐิน หรืองานมงคลต่าง ๆ การที่มีแนวที่สาธารณะฯเปลี่ยนแนวไปจากของเดิม อาจจะเกิดจากความผิดพลาดการออกโฉนดของนายถวิลบิดาของ น.ส.ละเอียด เนื่องจากเป็นการออกตามมาตรา 58 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ใช้เนื้อที่ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1604 ซึ่งเป็นการยกแปลงมาโดยไม่มีการออกรังวัดใหม่

นายจำรัส ศิริดวงใจ ผู้ใหญ่บ้านเหล่าสวนกล้วย หมู่ 4 เปิดเผยว่าทางสาธารณะประโยชน์ที่ปรากฏอยู่ในโฉนดของ น.ส.ละเอียด ขอยืนยันว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทราบมาก่อน และไม่เคยมีผู้ใดใช้สัญจร ดังนั้นการออกเอกสารสิทธิ์น่าจะมีความผิดพลาด จึงอยากให้ น.ส.ละเอียดหันหน้ามาคุยกัน เพราะเป็นญาติพี่น้องใกล้ชิดกันทั้งนั้น อีกทั้งมีพยานหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านายเริงไม่ได้บุกรุกที่ดิน จึงควรลดทิฐิฟังผู้ใหญ่หัวหงอกๆบ้าง โดยตนจะหาโอกาศพูดคุยเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยุติข้อพิพาทกันก่อนที่จะขึ้นศาลจะดีกว่า

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น