X

ผัวฆ่าเมียยัดบ่อเกรอะโบกปูน สารภาพเก็บกดนานถึง 20 ปี คบชู้สู่ชายกว่า 6 คน อภัยก็ไม่ยอมเลิกเป็นนางโมรา

นครพนม – “ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้” ผัวฆ่าเมียยัดบ่อเกรอะโบกปูน สารภาพเก็บกดนานถึง 20 ปี คบชู้สู่ชายกว่า 6 คน อภัยก็ไม่ยอมเลิกเป็นนางโมรา

วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3(รอง ผบช.ภ.3) ปฏิบัติราชการรอง ผบช.ภ.4 แถลงข่าวการจับกุมนายพิส จันดาประดิษฐ์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 42 หมู่ 8 บ้านนาซอ ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ก่อเหตุฆ่านางบุญเลิศ จันดาประดิษฐ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องหา เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังบ้านไม่มีเลขที่หมู่ 8 บ้านนาซอ ต.โพนจาน โดยนายพิสรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

มูลเหตุการณ์ของการก่อเหตุนายพิสเล่าว่า ได้แต่งงานอยู่กินกับนางบุญเลิศผู้ตายมาตั้งแต่ปี 2528 มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นหญิงหนึ่งชายสอง กระทั่งได้เดินทางไปทำงานก่อสร้างที่ประเทศสิงคโปร์ส่งเงินมาให้เมียประจำทุกเดือน เมื่อกลับมาพักก็มีญาติมากระซิบบอกว่าให้ทำใจรับสภาพเพราะนางบุญเลิศคบชู้สู่ชาย จึงสอบถามเมียว่าจริงหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นความจริง ตนจึงขอร้องให้เลิกนิสัยดังกล่าว จากนั้นก็ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียและบรูไน ส่งเงินกลับบ้านไม่เคยขาด ขณะที่เมียก็ยังมีพฤติการณ์เดิม ได้รับเงินที่ส่งมาก็นำไปซื้อเหล้าเบียร์เลี้ยงผู้ชายแล้วไปจบด้วยการหลับนอน

เมื่อกลับจากประเทศนอกมาอยู่บ้านอย่างถาวร ก็ทำงานก่อสร้างทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด โดยไม่เคยให้เมียทำงานหนักแต่อย่างใด ครั้งหนึ่งเคยแกล้งนอนหลับ เมียกดโทรศัพท์ไปหาผู้ชาย บอกว่าพรุ่งนี้จะโกหกผัวว่าไปธุระในเมือง แล้วไปเจอกันที่รีสอร์ท ตนได้ฟังถึงกับนอนน้ำตาไหล ด้วยความรักเมียจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้ไปหลับนอนกับชายชู้ แถมยังเปิดเผยตัวกับชายคนใหม่คนแล้วคนเล่า บางครั้งก็หาเรื่องทะเลาะเพื่อจะไปนอนกับชู้ หายหน้าไป 5-10 วัน ก็กลับเข้าบ้านไม่เคยสะทกสะท้านต่อการกระทำใดๆ ตนเก็บความเจ็บช้ำน้ำใจมานานถึง 20 ปี อภัยให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ก่อนเกิดเหตุวันที่ 5 พฤษภาคม นางบุญเลิศก็หาเรื่องทะเลาะแล้วหนีไปนอนบ้านพี่สาว กลับมาในตอนเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคม ตอนนั้นตนลุกขึ้นมาก่อไฟนึ่งข้าว อยู่บ้านหลังใหม่ที่กำลังสร้างใกล้เสร็จ ซึ่งห่างจากชุมชนไกลพอสมควร พร้อมกับเอ่ยปากขอกุญแจรถ จยย. เพื่อจะขับไปหาชายชู้ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน นายพิสจึงบอกถ้าไปจะฆ่าให้ตาย นางบุญเลิศกลับท้าทายชี้หน้าด่าว่า “คนอย่างมึงกล้าฆ่ากูเหรอ” แล้วยิ้มเย้ยเยาะดินเข้าไปอาบน้ำ

เมื่อออกจากห้องน้ำนางบุญเลิศยังไม่หยุด ท้าว่ามึงกล้าไม่ฆ่ากูหรอก นายพิสเหลียวเห็นก้อนอิฐบล็อกวางอยู่ใกล้ห้องน้ำ จึงหยิบมาแกล้งเคาะหัวเมีย ยิ่งทำให้นางบุญเลิศได้ใจพูดท้าทายและหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ว่า เดี๋ยวกูจะเอาชายชู้มานอนในบ้าน..ทำให้มึงเห็นจะๆ ทำให้เกิดอาการหน้ามืดยกก้อนอิฐทุบที่ศีรษะอย่างแรงถึง 3 ครั้ง จนนางบุญเลิศล้มลงเลือดนองพื้น ลองเอาหูแนบที่อกซ้ายพบว่าหัวใจหยุดเต้น จึงอุ้มศพเมียมาวางไว้ที่แคร่ ก่อนจะถอดผ้าถุงมาเช็ดเลือดแล้วโยนเผาไฟทิ้ง นำผ้าห่มคลุมร่างไว้เพื่อกันคนมาพบเห็น และทำความสะอาดล้างเลือดจนเอี่ยมสะอาด

นายพิสผู้ต้องหาสารภาพต่อว่า หลังกลายเป็นฆาตกรฆ่าเมีย จิตใจสับสนเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความแค้นที่สุมในอกกว่า 20 ปี ตั้งใจว่าจะไปฆ่าชายชู้คนล่าสุดคือ”นายดำ” มีบ้านอยู่ไม่ไกลกันนัก จากนั้นก็จะไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อไปที่บ้านนายดำแล้วไม่พบจึงกลับมาบ้านอีกครั้ง เห็นบ่อเกรอะที่ฝังท่อปูนไว้ 3 วง ลึกประมาณ 150 ซม. แต่ยังไม่ได้ติดตั้งโถส้วม จึงแบกศพเมียในสภาพเปลือยเปล่าโยนลงก้นบ่อเกรอะ แล้วผสมปูนมาโบกปิดอย่างสนิท สรุปคืนวันที่ 6 พฤษภาคม นายพิศนอนอยู่ที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยมีศพเมียฝังไว้ในบ่อเกรอะหลังบ้าน

เวลาประมาณ 07.00 น.ของวันที่ 7 พฤษภาคม น.ส.นิตยา จันดาประดิษฐ์ อายุ 29 ปี ลูกสาวที่แยกครอบครัวไปอยู่กับสามี  ได้แวะมาหาถามว่าแม่ไปไหน นายพิสตอบไล่หนีไปอยู่กับชายชู้แล้ว แต่ลูกสาวเห็นรองเท้าแม่ถอดอยู่หน้าห้องน้ำ คิดว่าพ่อคงไล่ตีแม่วิ่งหนีจนทิ้งรองเท้าไว้  และเห็นพ่อโบกปูนปิดบ่อเกรอะจนไม่มีที่ระบาย จึงถามว่าหากส้วมเต็มจะทำอย่างไร นายพิสตอบก็เจาะรูสูบทีหลังก็ได้ จากนั้นก็มีรถยนต์ผู้รับเหมามารับนายพิสไปทำงานก่อสร้างที่อำเภอท่าอุเทน ซึ่งเป็นอำเภอติดกันกับอำเภอโพนสวรรค์

แต่ด้วยความสงสัย น.ส.นิตยา ที่ฝาปิดบ่อเกรอะเป็นอย่างมาก จึงลองนำค้อนมาทุบเป็นรูพอกำปั้นลอดได้ แล้วนำไฟส่องกบมาส่องดูข้างใน พบร่างของแม่นอนเสียชีวิตอยู่ก้นบ่อ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจที่เกิด และติดตามตัวนายพิสผู้ต้องสงสัยมาเค้นสอบ แต่เมื่อไปถึงที่ทำงานนายพิสก็บอกว่ารู้อยู่แล้วตำรวจจะต้องมาจับกุม สารภาพว่าตนเป็นคนฆ่าเมียโยนศพยัดบ่อเกรอะโบกปูนเอง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบังอำพรางศพ

นายพิสฆาตกรเผยความคับแค้นใจว่า แม้จะรู้อยู่เต็มอกกรณีเมียคบชู้ บางครั้งหายไปอยู่กับชู้เป็นเดือนๆ ก็กลับมาอยู่บ้าน สักพักก็มีชายคนใหม่แล้วก็หายไปนับได้มีถึง 7 คน ตนขอร้องให้เห็นแก่ลูกๆ กลับเนื้อกลับตัว แต่ก็ไม่สำนึกในสิ่งที่กระทำทั้งสิ้น

ด้าน น.ส.นิตยาลูกสาวกล่าวว่า ทราบมาตลอดว่าแม่สวมเขาให้พ่อ เคยขอร้องให้เลิกเป็นเมียที่ดีของพ่อ นางบุญเลิศกลับตอบว่าไม่เลิกแต่จะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งชาวบ้านต่างรู้ดีว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันเป็นประจำเกี่ยวกับเรื่องคบชู้สู่ชาย แต่ไม่คิดว่าพ่อจะรุนแรงถึงขั้นฆ่าแม่ ยอมรับว่าครอบครัวต้องสูญเสียทั้งแม่ผู้ให้กำเนิด ส่วนพ่อก็ต้องติดคุก และเมื่อลูกสาวเจอพ่อถูกสวมกุญแจมือในห้องสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ น.ส.นิตยาก็โผเข้ากอดร่ำไห้ บอกให้พ่อเข้มแข็งจะไปเยี่ยมในเรือนจำจนกว่าจะได้อิสรภาพ

เหตุการณ์ดังกล่าว วันที่ 7 พฤษภาคม เวลาประมาณ 08.40 น. พนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุพบศพนางบุญเลิศ จันดาประดิษฐ์ อายุ 49 ปี ที่บ่อเกรอะหลังบ้านไม่มีเลขที่ บ้านนาซอ หมู่ 8 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจสอบ ส่งสายสืบหาข่าวจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายพิส จันดาประดิษฐ์ ผู้เป็นสามี

ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลอง ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.ธีทัต อิ่มทั่ว พ.ต.อ.ณรงค์ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ.จว.ฯ พ.ต.อ.กวีศักดิ์ สุขบาง ผบบ.สภ.โพนสวรรค์ และ พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม เข้าจับกุมตัวนายพิสที่ไซส์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง เขต ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ถือว่าการจับกุมตัวคนร้ายในการก่อเหตุครั้งนี้ได้ ภายในเวลา 3 ชม.หลังรับแจ้ง

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน