โควิด-19 พ่นพิษ ผู้ใช้แรงงานชาวเวียดนาม ตกค้างที่ บขส.นครพนม กว่า 200 คน

นครพนม – โควิด-19 พ่นพิษ ผู้ใช้แรงงานชาวเวียดนาม ตกค้างที่ บขส.นครพนม กว่า 200 คน เหตุทางการลาวปิดพรมแดน

วันที่ 20 มีนาคม 2563 บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครพนม (บขส.) ถนนเฟื่องนคร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้มีกลุ่มคนใช้แรงงานชาวประเทศเวียดนาม เดินทางจากกรุงเทพฯ ขนข้าวของเครื่องใช้พะรุงพะรัง เพื่อจะต่อรถโดยสารระหว่างประเทศไทย-ลาว (นครพนม-คำม่วน) ไปขึ้นรถในฝั่งประเทศลาว(สปปป.ลาว) เดินทางไปบ้านเกิดในเขตเวียดนามกลาง เช่น ฮาติง กวางบิงห์ และเหงะอาน เพื่อหนีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVIC-19 แต่ปรากฏว่ามีประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เรื่องมาตรการการเข้าเมืองของ สปป.ลาว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ชาวเวียดนามกว่า 200 คน ไม่สามารถซื้อตั๋วรถโดยสารระหว่างประเทศ เพราะทางการลาวยังไม่อนุญาตให้ผ่านพรมแดน

ผู้ใช้แรงงานชาวเวียดนามทั้งชาย หญิง ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพนักงานร้านอาหาร หรือแม่บ้าน เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีสั่งปิดสถานบริการ แหล่งบันเทิง ที่มีการรวมตัวคนหมู่มาก เป็นเวลา 14 วัน ทำให้ผู้ทำงานในสถานที่ดังกล่าวว่างงาน ไม่มีรายได้มาดูแลครอบครัว จึงนัดแนะกันเก็บข้าวของเดินทางกลับบ้านเกิด เพราะหากอยู่ในประเทศไทย เกิดล้มป่วยด้วยโรคโควิด 19 ความที่เป็นคนต่างด้าวจะต้องหาเงินมาชำระค่ารักษาเอง แต่ถ้าเดินทางกลับประเทศเวียดนามก็จะไม่เสียค่ารักษาพยาบาล เมื่อมาถึงจังหวัดนครพนมหวังจะตีตั๋วรถโดยสารข้ามแม่น้ำโขงไปต่อรถอีกทอดที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว แต่พนักงานจำหน่ายตั๋วยังไม่ขายให้ เพราะมีหนังสือฉบับดังกล่าวนั่นเอง ซึ่งขณะนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.ฯ) กำลังประสานงานกับฝั่งลาวว่าจะดำเนินการกับชาวเวียดนามเหล่านี้อย่างไร หากได้รับอนุญาตก็จะให้ข้ามกลับไปภูมิลำเนาทันที หากไม่อนุญาตก็จะตกเป็นภาระที่ทางไทยต้องจัดหาที่พักเป็นการชั่วคราว

ผู้ใช้แรงงานชาวเวียดนามรายหนึ่งเปิดเผย เมื่อกลับไปถึงบ้านเกิดแล้ว อนาคตโรคโควิด 19 มีวัคซีนยับยั้งการแพร่ระบาดได้แล้ว หรือผ่านพ้นกำหนดปิดสถานบริการครบ 14 วัน ก็ยังจะไม่กลับมาประเทศไทย ต้องรอจนกว่าแน่ใจว่าไม่มีโรคโควิด 19 ระบาดอีกต่อไปแล้ว

สำหรับหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ระบุเนื้อหาบางส่วนที่สำคัญหลายอย่าง อาทิ รัฐบาล สปป.ลฃาว สั่งปิดด่านประเพณีและด่านท้องถิ่นทั้งหมด หรือที่การไทยเรียกว่าจุดผ่อนปรน ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม-20 เมษายน 2563

ส่วนด่านสากล เช่น สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ยังเปิดให้บริการต่อไป โดยเพิ่มมาตรการคัดกรองการข้ามแดนของบุคคล ฯ พร้อมยกเลิกการตรวจลงตรา (ออกวีซ่า) ที่ด่านทุกประเภท รวมทั้ง E-Visa และยกเลิกการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทุกประเทศ โดยจะดำเนินการมาตรการนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม-20 เมษายน 2563 และวันนี้ (20 มีนาคม) เป็นวันแรกที่ทางการลาวเริ่มมาตรการดังกล่าว จึงทำให้ชาวเวียดนามที่เข้าไปทำงานที่ประเทศไทยตกค้างอยู่ที่ บขส.นครพนม

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น