X

ผู้ว่าฯนครพนม เยี่ยมแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้ 

()

นครพนม – ผู้ว่าฯนครพนม เยี่ยมแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้  สาวขายแรงแดนกิมจิลั่นโควิด 19 ไม่น่ากลัว หากปฏิบัติตนตามคำแนะนำ

วันที่ 16  มีนาคม 2563  นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า(COVID-19) ในจังหวัดนครพนม พบผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวังโรคสะสมทั้งหมด 16 ราย และทั้ง 16 รายตรวจไม่พบเชื้อ ด้านการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกจังหวัดนครพนม ณ ท่าอากาศยาน ด่านท่าเรือ ด่านสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) และจุดผ่อนปรนทั้ง 4 อำเภอ (บ้านแพง ท่าอุเทน เมืองนครพนม และธาตุพนม) มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสม จำนวน 128,560 คน ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวังโรค

มีกลุ่มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง(ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐ สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น เยอรมัน เดนมาร์ก) จำนวน 45 คน ซึ่งผู้เดินทางทุกคนถูกคุมไว้สังเกตอาการในที่พักอาศัย 14 วัน (Self -quarantine) ไม่พบผู้มีอาการป่วย โดยรายสุดท้ายจะครบกำหนดการติดตาม ในวันที่ 27 มีนาคม นี้

ด้านการติดตามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย(จีน เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน) จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ที่ได้รับการติดตาม จำนวน 65 ราย เป็นสัญชาติไทยทั้งหมด ซึ่งผู้เดินทางทุกคนต้องกักตัวเองในบ้านพักอาศัย 14 วัน(Home- quarantine) ยังไม่พบผู้มีอาการป่วย ในจำนวน 65 รายนี้เป็นกลุ่มแรงงานที่เดินทางระหว่างวันที่ 1-6 มีนาคม 2563 จำนวน 37 ราย กลุ่มแรงงานที่เดินทางมาระหว่างวันที่ 7-13 มีนาคม จำนวน 18 ราย และกลุ่มอื่นๆอีก 10 คน โดยทุกรายให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดี โดยกักตัวเองดังนี้ 1.อยู่บ้านคนเดียว 8 ราย 2.ในพื้นที่ทางราชการจัดให้ 3 ราย 3.อยู่ร่วมกับครอบครัว(แยกห้อง) 5 ราย และ 4.แยกกักตัวที่กระท่อมกลางนา 2 ราย

กลุ่มแรงงานทุกรายได้ปฏิบัติตนตามข้อกำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) ออกให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว เช่น การรับประทานอาหาร และการใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น การกำจัดขยะติดเชื้อ โดยมีสาธารณสุขในพื้นที่นำไปทำลายอย่างถูกวิธี พร้อมสังเกตอาการและวัดไข้อย่างใกล้ชิดวันละ 2 ครั้ง รายสุดท้ายจะสิ้นสุดการติดตาม ในวันที่ 27 มีนาคม 2563 จำนวน 2 ราย

และเพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนครพนม และกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เดินทางมาจากประเทศแพร่เชื้อโรคโควิด 19 มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฯ นายสยาม ศิริมงคล  ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนมสสจ.ฯ) นพ.ธราพงษ์ กัปโก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 133 หมู่ 6 ต.นางาม อ.เรณูนคร เพื่อไปเยี่ยม น.ส.รัตน์(นามสมมุติ) อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พบว่าได้ปฏิบัติตนด้วยการกักตัวเองตามคำแนะนำทุกประการ

โดย น.ส.รัตน์ เปิดเผยว่าได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ในโรงงานผลิตเนื้อ การเป็นอยู่มีอาหารครบ 3 มื้อ ที่พักแยกนอนห้องละคน และก่อนจะหมดสัญญาเพียงไม่กี่วัน เกิดโรคโควิด 19 ระบาดอย่างหนัก ทางโรงงานสั่งห้ามทุกคนออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด เมื่อตนครบสัญญาจะต้องเดินทางกลับประเทศไทย ทางการเกาหลีเข้มงวดในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 มาก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีไข้ ไม่มีการติดเชื้อ จึงซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับ พอมาถึงแผ่นดินไทยก็มีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น และทางการไทยส่งข้อมูลเบื้องต้นมายังจังหวัดปลายทางเรียบร้อย เมื่อตนมาถึงท่าอากาศยานนครพนม มีเจ้าหน้าที่รับตัวไปตรวจคัดกรองอีก ก่อนจะพามาส่งบ้านเพื่อกักตัวเองตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา

การกักตัวเอง น.ส.รัตน์เล่าต่อว่า ครอบครัวได้แยกไปอยู่บ้านญาติ ตนจะพักอยู่เพียงคนเดียว เวลาส่งอาหารใช้วิธีแขวนไว้ที่หน้าบ้าน ตนจะมาเอาไปทาน จากนั้นก็ไปล้างจาน ชาม ช้อมส้อมทำความสะอาด “เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะมาตรวจทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ตอนกลางคืนจะโทรสอบถามถึงอาการต่างๆ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลหนูเป็นอย่างดี ฯลฯ” น.ส.รัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ น.ส.รัตน์ ฝากถึงเพื่อนที่ไปขายแรงงานในประเทศเสี่ยง ควรให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะการปฏิบัติตัวกักบริเวณในบ้านพัก ไม่มีความว้าเหว่หรือถูกทอดทิ้ง สามารถยืนคุยกับญาติหรือเพื่อนบ้านได้ตลอดเวลา และตนได้กักตัวเองมาถึงวันนี้ 9 วันแล้ว ขณะเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียงก็บอกว่า โรคโควิด 19 ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดกัน แค่ผู้มีความเสี่ยงปฏิบัติตัวเองตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

“เรามากักตัวอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน แต่ไม่อึดอัด เพราะว่าเป็นบ้านของตัวเอง ซึ่งพ่อแม่ ญาติ ลูก ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่นให้เราได้อยู่ที่บ้าน เพื่อให้เราได้อยู่อย่างสบาย และเพื่อความปลอดภัยด้วย คิดว่าทำแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ดี ส่วนเพื่อนบ้านและคนในหมู่บ้าน ก็มีมาถามข่าวบ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่จะมาตั้งแง่รังเกียจ เพราะว่าเขาเข้าใจว่า เชื้อมันก็ไม่ได้ติดกันง่าย ส่วนตอนกลางวันกักตัวอยู่บ้าน ก็จะดูหนัง ฟังเพลง เล่นโทรศัพท์คุยกับเพื่อนไปก็ทำให้เราที่กักตัวอยู่คนเดียวไม่เหงา ไม่คิดมาก

น.ส.รัตน์กล่าวต่อว่า หลังครบ 14 วันที่กักตัวเอง สิ่งแรกที่จะทำคือ จะไปกราบเท้าผู้บังเกิดเกล้าและครอบครัว ขอฝากไปถึงแรงงานที่กลับบ้านกักตัวเอง อย่าไปซีเรียสไม่ต้องคิดมาก ที่เขาให้ทำแบบนี้มันก็ดีแล้ว เป็นผลดีกับคนในครอบครัวของเรา กับคนที่เรารักด้วย เพราะตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าจะติดโรคนี้มาหรือไม่ รวมทั้งคนรอบข้างคนในหมู่บ้านได้สบายใจ แต่ก็มีบางที่คนเขาไม่พอใจโวยวายว่า ทำไมต้องมากักตัวด้วย ทำไมต้องเรื่องมาก ก็อยากให้เขาคิดถึงคนในครอบครัวให้มากด้วย ว่าทำอย่างนี้ก็ดีแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

 

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน