X

นรข.รวบหนุ่มหาปลารับจ้างส่งยาบ้าคาริมโขงเกือบ 4 พันเม็ดแลกค่าจ้าง 5 พัน

นครพนม – เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 พลเรือตรี พิสิษฐ ทองดีเลิศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม สั่งการให้ นาวาเอก กษิติ กลิ่นศรี่สุข ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อม น.ท. กริช กองศรี หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง น.ต.บุญเชิด กุลอำภา หัวหน้ายุทธการและการข่าว นรข. เขต นครพนม ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ นรข.ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ลงพื้นที่ติดตามสกัดกั้นปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่แนวชายแดน หลังมีรายงานจะมีการลักลอบ นำยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เพื่อนำมาพักรอส่งต่อไปขายพื้นที่ตอนในของไทย หลังมีการกดดันปราบปรามจับกุมต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ทำให้มีการเปลี่ยนเส้นทางมาลำเลียงขนส่งเข้าทางภาคอีสาน รวมถึง จ.นครพนม

นรข.เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปกปิดนามและที่อยู่เพื่อหวังสินบนรางวัลนำจับ) ว่ากลุ่มผู้ค้า ยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) จะลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เข้ามา ในราชอาณาจักร โดยจะเดินทางมากับเรือกีบเพลายาวอำพรางมาในลักษณะชาวบ้านออกหาปลา เส้นทางตามแนวชายแดนตามลำแม่น้ำโขงในพื้นที่ บ.นากระเสริม ม.10 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จนครพนม เพื่อส่งมอบให้กับกลุ่ม ผู้รับจ้างขนยาบ้าชาวไทย นำไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย จึงได้วางแผนจับกุม โดยจัดชุดลาดตระเวนออกเป็น 2 ชุด ดังนี้

ชุดที่หนึ่ง จนท.สน.เรือบ้านแพง จนท.ตำรวจน้ำนครพนม และ จนท.หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ดักซุ่มอยู่บริเวณรอบนอกห่างจากจุดที่สายลับแจ้งประมาณ 100 เมตร ชุดที่สอง จนท.ทกย.เหล่าหนาด ซุ่มอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงใกล้พื้นที่ ที่ได้รับแจ้งจากสายลับ จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. จนท.ชุดลาดตระเวน ตรวจพบเรือกีบเพลายาว จำนวน 1 ลำ แล่นออกมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขง สปป.ลาว มีทิศทางมุ่งหน้ามายังฝั่งไทย

เมื่อเรือลำดังกล่าวแล่นมาใกล้ถึงฝั่งไทย ห่างจากฝั่งประมาณ 30 เมตร ตรวจพบว่ามีคนโดยสารมากับเรือ 2 คน และเรือลำดังกล่าวได้แล่นตรงเข้ามายัง ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.นากระเสริมฯ แล้วลอยลำอยู่ในแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งประมาณ 2 เมตร ซึ่งจุดที่เรือลำดังกล่าว ลอยลำอยู่นั้นห่างจากจุดที่ จนท.ชุดลาดตระเวน ชุดที่สอง ดักซุ่มอยู่ ประมาณ 30 เมตร ขณะที่เรือลำดังกล่าว ลอยลำอยู่นั้น จนท.สังเกตุเห็นบุคคลที่โดยสารมากับเรือลำดังกล่าวลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบวัตถุบางอย่างที่วางอยู่ในเรือโยนขึ้นมาบนฝั่ง

หลังจากนั้นคนขับเรือจึงหันหัวเรือแล่นกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ขณะที่เรือลำดังกล่าวแล่นออกไปนั้น ชุดลาดตระเวนตรวจพบชายฉกรรจ์ต้องสงสัย 1 คน มีลักษณะท่าทางตรงกับที่สายลับแจ้ง เดินจากบนฝั่งลงไปหยิบวัตถุที่คนในเรือลำดังกล่าวโยนไว้ จนท.ชุดลาดตระเวน จึงเข้าแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ นรข. เพื่อขอทำการตรวจค้น เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่าเป็น จนท. แสดงอาการตกใจทิ้งวัตถุดังกล่าวลงพื้นแล้ววิ่งหนี จนท.ฯ จึงได้วิ่งไล่ติดตาม ชายฉกรรจ์คนดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด และสามารถควบคุมตัว ไว้ได้

สอบถามชายฉกรรจ์คนดังกล่าวทราบว่า ชื่อ นายแสงอรุณ เตจ๊ะพิงค์ อายุ 36 ปีหลังจากนั้น จนท.ชุดลาดตระเวน จึงได้ควบคุมตัว นายแสงอรุณฯ ไปยังจุดที่เค้าทิ้งวัตถุลงพื้น และให้เป็นคนหยิบวัตถุที่ตนเองทิ้งลงพื้นขึ้นมา เพื่อทำการตรวจสอบ ก่อนทำการตรวจสอบ ข้างในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า) จึงได้นำตัว นายแสงอรุณฯ พร้อมของกลางทั้งหมดมายัง สน.เรือบ้านแพง เพื่อทำการสอบสวนและตรวจสอบของกลางโดยละเอียดพร้อมกับทำบันทึกการจับกุม

ผลการสอบสวนโดยละเอียดผู้ถูกจับกุม ชื่อ นายแสงอรุณ เตจ๊ะพิงค์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 5 บ.พนอมเหนือ ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ผลการตรวจสอบ ของกลางพบเป็นถุงพลาสติกสีฟ้าที่ใช้บรรจุผ้าอนามัยสำหรับเด็กยี่ห้อ Mammypoko pant เปิดออกดูพบว่าห่อหุ้มพลาสติกใส เปิดพลาสติกใสออกดูพบเป็น ก้อนวัตถุพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ แกะเทปพันสายไฟสีดำออกดูพบพลาสติกสีเหลือง แกะพลาสติกสีเหลืองออกดู พบ เป็นกระดาษสาสีขาว จำนวน 2 ก้อน แกะกระดาษสาสีขาว ทั้งสองก้อนออกดูพบเป็น ถุงพลาสติกสีฟ้าชนิดกดปิด – เลื่อนเปิด จำนวน 20 ถุง เปิดถุงพลาสติกสีฟ้าชนิดกดปิด เลื่อนเปิดทั้งหมดดูพบเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

จึงได้ทำการตรวจนับยาบ้าโดยละเอียด พบว่าเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มอมชมพูลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบด้านหนึ่งมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ ดับบลิววาย (WY) จำนวน 3,865 เม็ด และ ยาบ้าเม็ดสีเขียวลักษณะเดียวกัน จำนวน 38 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งหมด จำนวน 3,903 เม็ด นายแสงอรุณสารภาพว่าได้รับจ้างจากนายทุนชาวไทย ชื่อ นางแต(ไม่ทราบชื่อและ นามสกุลจริง) ซึ่งเป็นชาวจังหวัดสกลนคร ติดต่อให้ตนมารับยาบ้าจำนวนดังกล่าว ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.นากระเสริม ม.10 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยตนจะได้รับค่าจ้างครั้งนี้เป็นเงิน จำนวน 5,000 บาท แต่ถูก จนท.ฯ เจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน จนท.จึงได้ทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง พงส.สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน