X

เปิดใจหมอ ระดมค่ารักษาคนไข้ชาวลาวป่วย

มุกดาหาร – เปิดใจหมอโรงพยาบาลมุกดาหาร พบชาวลาวมารักษา แต่ไม่มีเงิน สุดท้ายขอกลับไปตายที่บ้านเกิดเหลือเงิน 200 บาท หมอเลยตัดสินใจระดมค่ารักษา เพราะไม่อยากให้เขาตาย

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยเจ้าของเฟชบุ๊กชื่อ WIRAT SAWANGAROM ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงในกลุ่ม ทวงคืน ปตท. ความว่า “เทวดาผู้คืนชีวิตพาพ่อกลับคืนมาให้ลูกๆ” จากกรณีเรื่องราวที่พูดถึงในโลกออนไลน์ ทั้งในความเก่ง และใจดีของทีมแพทย์ของโรงพยาบาลมุกดาหารที่มีน้ำใจช่วยเหลือชายชาวลาวที่ทางครอบครัวเขา เริ่มทำใจกับอาการของเขาด้วยฐานะที่ยากจน ถึงขั้นจะนำกลับบ้านเกิด เพื่อให้หมดลมหายใจที่นั่น เพราะไม่มีเงินรักษาจริง ๆ แต่ทว่าคุณหมอกลับไม่ยอมให้ครอบครัวของเขาทำแบบนั้น เพราะเขามั่นใจว่าจะรักษาคนไข้รายนี้ได้ โดยยอมรักษาให้ เพราะรู้ว่าชาวลาวคนนี้ไม่มีเงิน และเหลือเงินแค่ 200 บาทติดตัว

นายแพทย์ ราชันย์ จันทร์อ่อน แพทย์เฉพาะทางอายุรกรรม โรงพยาบาลมุกดาหาร (แพทย์ผู้รักษาชายชาวลาว นายสุกกี พะสะหวัด อายุ 44 ปี บ้านหนองแสง แขวงสะหวันนะเขต ) เปิดเผยว่า ประมาณ 3-4 วันที่แล้ว มีคนไข้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ที่อายุรกรรมชาย ชั้น 8 ก่อนที่จะมาเขาได้ไปรักษาที่สะหวันนะเขต ก่อนประมาณ 5 วัน มารักษาอาการไข้นอนหลายวันอาการไม่ดีขึ้น ญาติจึงพามารักษาตัวที่ โรงพยาบาลมุกดาหาร มาถึงตอนเช้าก็ไม่ได้ใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจ อาการก็หนัก มีความดันต่ำมีโอกาสช๊อค และมีภาวะปอดบวมอย่างรุนแรงและมีโรคประจำตัวเบาหวาน การักษาดีที่สุดคือให้ยาฆ่าเชื้อ คุมเชื้อ และในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร พบเชื้อเมลิออย (Melioidosis) มาก และมีอัตราการตายสูงมาก ในโรงพยาบาลมุกดาหารในปีที่ผ่านมามีสถิติดูแลคนไข้ที่ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อเมลิออย (Melioidosis) สามารถที่จะลดอัตราการตาย 20 % ส่วนคนไข้มาวันแรกก็รู้สึกตัวแต่พูดไม่ได้ และให้ก็ให้กำลังใจและน่าจะรักษาได้ และทางห้องแลปรายงานมาว่าติดเชื้อในกระแสเลือด และก็พยายามวินิจฉัยอย่างรวดเร็วว่าติดเชื้อเมลิออย (Melioidosis) และรีบให้การรักษา

ในวันต่อมาคนไข้ก็ยังดูดีอยู่มีเครื่องช่วยหายใจ อ้อซิเจนก็ 100 % แต่ว่าพอมาตอนบ่าย 3 โมง คนไข้หายใจหอบเหนื่อยมาก และภรรยาของคนไข้บอกว่าจะเอาคนไข้กลับไปที่สะหวันนะเขต เอาไปตายที่บ้าน เพราะไม่มีเงินและได้จ่ายไปแล้ว 38,000 บาท เพราะคนไข้หนัก และได้เรียกรถฉุกเฉินจาก สะหวันนะเขตมาแล้วและกำลังจะข้ามสะพาน คนไข้อายุยังไม่เยอะ 44 ปี ส่วนอาการของคนไข้มีแต่ปอดบวมความดันก็ดี ปัสสาวะออกดี ไตก็ทำงานดี ประเมินคนไข้ดูแล้ว เพราะเราก็ดูแลคนไข้มาแล้วปีหนึ่งที่ติดเชื้อใน ร.พ. มุกดาหาร ประมาณ 200-300 คน ประเมินดูแล้วน่าจะโอกาสรอดได้ ส่วนภรรยาก็ไม่ยอมจะเอากลับอย่างเดียว เพราะไม่มีเงิน และขอให้อยู่ต่อสักคืนหนึ่งก่อน ก็เลยให้อยู่ต่อ และได้ย้ายมาที่ห้อง ICU เพราะมีทีมพยาบาลดูแลอย่างดี พอย้ายมาทางภรรยาก็ยังยืนยันจะเอาสามีกลับบ้านอีก เพราะไม่มีเงินแล้ว ภรรยามีเงิน 20,000 บาท ได้ยืมนายจ้างมาอีก 20,000 บาท ได้จ่ายโรงพยาบาลไปแล้ว 38,000 บาท ก็เลยเรียกภรรมาคุยก็บอกไปว่าเราสามารถที่จะรักษาได้ อายุยังไม่เยอะ ภาวะแทรกซ้อนมีแค่ปอดบวมระบบหายใจล้มเหลว ความดันก็ตอบสนองดี ความรู้สึกตัวก็พูดคยรู้เรื่อง โอกาสรอดก็ประมาณ 80 % ก็เลยขอยื้อคนไข้ไว้ ส่วนเรื่องค่ารักษาค่อยคุยกันวันหลัง ขอรักษาชีวิตไว้ก่อน เพราะว่าลูกยังเล็ก สงสารลูกถ้าไม่มีพ่อ ก็จะพยายามรักษาและนั่งคิดอยู่ว่าจะเอาเงินที่ใหนมารักษา ก็เลยถามในกลุ่มไลน์หมอที่เป็นสนิท ก็ปรึกษากันว่า

เรามีคนไข้คนลาวติดเชื้อเมลิออย ซึ่งประเมินราคาแล้วตกวันหนึ่งประมาณหมื่นกว่าบาท เพราะโรคนี้จะรักษายากนิดหนึ่ง ฉีดยาอย่างน้อย 14 วัน บางรายเป็นเดือน จนกว่าไข้จะลดลงจะตอบสนองกับยาช้ามาก และอัตราการแทรกซ้อนรุนแรงสูงมาก ติดเชื้อในกระแสเลือดก็เลยปรึกษาในกลุ่มเพื่อนมีการระดมทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ในกลุ่มได้ประมาณ 5-6 หมื่นบาท น่าจะพอได้ระดมทุนประมาณ 12 ชั่วโมง และก็มีทางฝั่งลาวมาช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย ส่วนอาการคนไข้ล่าสุด มีอาการแทรกซ้อน ภาวะปอดมีลมคั่งได้ใส่สายยางระบายลมที่ปอด และได้ลดยากระตุ้นความดันปอด ยังกระสับกระส่าย ยังให้ยานอนหลับอยู่ มีไข้ต่ำ ยังสู้ไหวโรคนี้ต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง

นายแพทย์ ราชันย์ จันทร์อ่อน กล่าวต่ออีกว่า ก็ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้กำลังใจ และได้แรงบันดาลใจจากคุณหมอ ณรงค์ศักดิ์ โรงพยาบาลกุมภวาปี และหมอน้องยศ กุมารแพทย์โรงพยาบาลลพบุรี เป็นทีมงานของเรา ซึ่งเราจะปรึกษากันทุกเรื่องเกี่ยวกับคนไข้ และระดมทุนในกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันคนละเล็กคนละน้อย และขอขอบคุณทุกท่านที่ทราบข่าวที่ให้กำลังใจ และน่าจะเพียงพอกับการรักษาคนไข้ของเราได้ และขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร ที่ให้กำลังใจ ขอบคุณทีมงานทุก ๆ ท่านที่ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่

ด้านนางน้อย พะสะหวัด ภรรยา อายุ 40 ปี บ้านหนองแสง แขวงสะหวันนะเขต เมืองไกรสอนพมวิหาน สปป.ลาว กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลมุกดาหารได้รักษาเป็นอย่างดี ตนเองไม่มีเงินรักษาสามีต่อ อยากเอาสามีกลับ เพราะว่าทางบ้านจน ไม่มีที่นา มีอาชีพหาเช้ากินค่ำ มีบุตร 3 คน และได้ยืมเงินมารักษาสามี ว่าจะเอาสามีกลับบ้าน พอดีมีหมอมาช่วยเหลือ และขอขอบคุณหมอที่เมตตาสงสารครอบครัว ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือมีน้ำใจ ตนเองตื้นตันใจที่หมอได้ดูแลรักษาสามีเป็นอย่างดี มีน้ำใจในการบริจาค และขอขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลายที่ได้บริจาคเงิน และขอบคุณทางโรงพยาบาลมุกดาหาร หมอ และพยาบาลทุก ๆ คนที่ดูแลรักษาสามีเป็นอย่างดี..

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน