ผู้การเมืองเพชรลั่น ล้างบางเด็กแว้นให้สิ้นซาก ให้หมดไปจาก จ.เพชรบุรี

เพชรบุรี-ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี สั่งการให้ทุก “โรงพัก” ในเขตจังหวัดเพชรบุรี เข้มงวดตรวจจับกุม เด็กแว้น ลั่นไม่หมดไม่เลิกจับ เอาให้สิ้นซาก ให้หมดไปจากจังหวัดเพชรบุรี

พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ได้รายงานว่า พล.ต.ต.เทียนชัย​  คามะปะโส​ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี​ สั่งการให้ทุก  สภ.ฯ​ในสังกัด​ เร่งรัดกวดขัน​ จับกุม​ เด็กแว้น​แข่งรถในทางสาธารณะ  ให้หมดไปจากจังหวัดเพชรบุรี ลั่นไม่หมดไม่หยุดจับ ให้จับจนกว่าจะหมด เพื่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนชาวเพชรบุรี รวมไปถึงนักท่องเที่ยว ที่แวะเวียนมาเที่ยว จังหวัดเพชรบุรี


สำหรับการกวดขันจับกุม ในระหว่าง​ วันที่​ 17​-24​ ส.ค.​ 62​   ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ได้ทำการตรวจยึดจับกุม​และดำเนินคดี​ จำนวน​ 12​ คัน​ โดยจับกุมในเขตพื้นที่​ สภ.ชะอำ​ จำนวน​ 7​ คัน​ และ​เขตพื้นที่​ สภ.เขาย้อย​ จำนวน​ 5​ คัน​ และจะดำเนินการต่อไปจนกว่าจะหมด


ในขณะที่ ตำรวจจราจร สภ.เมืองเพชรบุรี ประกาศให้สื่อมวลชนทราบเพื่อให้แจ้งแก่ชาวเพชรบุรีว่า จับจริง,ติดจริง,ยึดจริง สำหรับการแข่งรถบนถนน ทั้งผู้ขี่ ผู้ซ้อนท้าย ผู้เชียร์ และผู้ปกครอง !!! พร้อมชี้แจงกฎหมายจราจรเบื้องต้น ให้ประชาชนได้รับทราบด้วย


พ.ต.ท.เอกชัย ศรีเมือง รอง ผกก.จร.สภ.เมืองเพชรบุรี ซึ่งมีหน้าที่ดูแล และควบคุมกฎหมายด้านการจราจร ในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี เปิดเผยว่า


การแข่งรถ กำลังเป็นกระแสสังคม ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ด้วยความห่วงใยจาก ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี จึงขอชี้แจงผู้ปกครอง และผู้ใช้รถใช้ถนน ให้ทราบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้น ที่สำคัญดังนี้ การนำรถจักรยานยนต์ออกไปใช้ ผู้ขับขี่ต้องเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่รถ หากขับขี่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มี หรือไม่มีใบขับขี่ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

นอกจากนี้เมื่อมีการนำรถออกไปใช้ รถคันดังกล่าวต้องมีสำเนาทะเบียนรถ หรือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถติดไปด้วย หากไม่มี หรือไม่มีแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อมีการเรียกตรวจ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ส่วนกรณีเด็กวัยรุ่น ที่ชอบแต่งรถเปลี่ยนท่อไอเสียแปลงสภาพรถ มีความผิดตามข้อหาดัดแปลงสภาพผิดตาม พรบ.รถยนต์ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท


ในด้านการแข่งรถ ผู้ขับขี่จะมีความผิดข้อหาแข่งรถใน ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 134 จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000 – 1,0000 บาท และพักใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 1 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต ทั้งจำทั้งปรับผู้จัดหรือผู้สนับสนุนการแข่งขัน จะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 134 ปรับ 2,000 – 1,0000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ( ทั้งนี้ผู้จัด กับ ผู้สนับสนุน คือผู้ที่อยู่ร่วมในการแข่งขัน อาทิ ผู้ที่มายืนกำกับและควบคุมดูแล พวกนี้คือผู้จัดให้มีการแข่งรถ ส่วนผู้สนับสนุนคือคนที่ไปเชียร์การแข่ง ยืนดูบริเวณที่แข่งรถ หรือซ้อนท้ายผู้ที่แข่งรถ ซึ่งโทษแทบไม่ต่างกับผู้แข่งรถ)


นอกจากนี้ผู้ปกครอง บิดามารดา ของผู้แข่งรถ และผู้สนับสนุนการแข่ง ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ๆ มีการแข่งรถ แต่กฎหมายจะมีการครอบคลุมไปถึง โดยผู้ปกครอง บิดามารดา ของผู้แข่งรถ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พุทธศักราช 2546 มาตรา 26 เกี่ยวกับการบังคับขู่เข็ญชักจูงส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตัวไม่สมควร มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


และยังมีความผิดฐานยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร อาทิ ซื้อรถจักรยานยนต์ให้ลูกหลานเอาไปใช้  และไม่ดูแลปล่อยให้นำรถจักรยานยนต์ของผู้ปกครอง ไปแข่งรถในเวลากลางคืน

อีกส่วนหนึ่งคือ ร้านขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งรถต่างๆ ต้องเป็นสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย มอก. หรือมาตรฐานอุตสาหกรรม หากสินค้าที่ขายนั้นไม่มี มอก. ผู้จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถจะผิดตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พุทธศักราช 2511 มาตรา 36 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท – 5,0000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.///

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สุวโรจน์ สร้อยสุวรรณ์

สุวโรจน์ สร้อยสุวรรณ์

เป็นผู้สื่อข่าวที่ปฎิบัติงานมากว่า 20 ปี ปัจจุบัน ปี2563 ดำรงตำแหน่ง อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี