นรา-ทหารพันธุ์ดีวางปืน-ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ช่วงโควิด-19


ทหารวางปืน-ปลูกผักขายราคาถูกให้ ปชช.ที่เผชิญกับวิกฤตโควิด-19
สำหรับการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด -19 ที่ทุกภาคส่วนมีนโยบายและมุ่งมั่นในการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับฐานปฏิบัติการชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่บ้านลูโบ๊ะซามา ม.8 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดย พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้สนองนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติหน้าที่นำผู้ใต้บังคับบัญชา จัดทำโครงการทหารพันธุ์ดี โดยใช้พื้นที่ตั้งของฐานปฏิบัติ 2 ส่วน จาก 4 ส่วน ทำเป็นแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริฯ ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ และแปลงปศุสัตว์เลี้ยงไก่ไข่และเป็ดไข่ เพื่อนำผลผลิตที่ได้จำหน่ายในราคาถูกให้กับพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านลูโบ๊ะซามา จำนวนกว่า 300 ครัวเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างงานและขาดรายได้

โดยแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริฯ ได้จัดทำขึ้นในพื้นที่ว่างด้านขวามือของที่ตั้งฐานในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ โดยพืชผักที่ปลูกเป็นพืชปลอดสารพิษ ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากมูลสัตว์ที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ไปเก็บกวาดตามท้องถนน ที่วัวและควายของชาวบ้านมักใช้ถนนเป็นที่หลับนอนในช่วงเวลากลางคืน ส่วนพันธุ์พืชเจ้าหน้าที่ทหารได้ไปซื้อหาเมล็ดพันธุ์ที่จำหน่ายตามท้องตลาด ซึ่งการพลิกฟื้นพื้นที่ฐานในการจัดทำแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้ใช้กำลังพลที่ว่างจากเวรยามสลับผลัดเปลี่ยนกันรับผิดชอบ โดยแยกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กลุ่มจัดหาและเพาะเมล็ดพันธุ์ 2. กลุ่มปลูกเมล็ดพันธุ์และดูแลรักษา โดยมุ่งเน้นการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชผัก อาทิ บวบเหลี่ยม พริกหยวก มะเขือเปราะ ฟัก ถั่วฟักยาว ผักบุ้งพริกขี้หนู ผักกวางตุ้งและถั่วพลู ออกจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง ให้กับพี่น้องประชาชนได้ซื้อหาไปบริโภคในทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ รวมทั้งอนุญาตให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดใช้พื้นที่ว่างที่บ้านพัก สร้างอาชีพเสริมเพื่อทำเป็นรายได้มาเลี้ยงครอบครัว หลังเสร็จสิ้นจากการกรีดยางเป็นอาชีพหลัก


ส่วนแปลงปศุสัตว์ได้จัดทำขึ้นที่บริเวณด้านหลังของที่ตั้งฐาน ในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษเช่นกัน ที่ใช้พื้นที่สร้างเป็นกระต๊อบไม้ไผ่มุงด้วยหลังคาจากหลังเล็กๆ และได้ขุดแอ่งน้ำขนาดเล็กไว้ รวมทั้งได้นำล้อยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพ มาใช้เป็นที่สำหรับไก่และเป็ดใช้ออกไข่ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่ไข่ เป็ดไข่และไก่เบตงจากท้องตลาด และนำมาขยายพันธุ์เอง จนปัจจุบันมีไก่ไข่ จำนวน 90 ตัว เป็ดไข่ จำนวน 80 ตัว เลี้ยงด้วยอาหารจำพวกหยวกกล้วยนำมาบดผสมกับรำข้าว และเศษอาหารที่ทหารรับประทานแต่ละมื้อ ให้ไก่และเป็ดได้กินในแต่ละวัน ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่ทหารสามารถเก็บไข่ไก่และไข่เป็ดเพื่อรวบรวมไว้จำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนได้วันละ ประมาณ 2 ถึง 3 แผงต่อวัน โดย พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 มีแนวคิดที่จะขยายพันธุ์ไข่ไก่และเป็ดไข่ เพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนนำไปเพาะเลี้ยง ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้กับพี่น้องประชาชน ได้ในอีกทางหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้

ด้านการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรรวมทั้งไข่ไก่และไข่เป็ด แก่พี่น้องประชาชนในทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ นั้น พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้มอบหมายให้ พ.ต.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 เป็นผู้รับผิดชอบใช้พื้นที่ป้อมจุดตรวจจุดสกัดหน้าฐานปฏิบัติการ กลายสภาพเป็นร้านค้าขนาดเล็กเพื่อวางสินค้าจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน ในราคาถูกกว่าวางจำหน่ายตามท้องตลาดครึ่งต่อครึ่ง แถมเป็นพืชผักปลอดสารพิษ อาทิ ถั่วฟักยาวท้องตลาด จำหน่ายกิโลกรัมละ 30 บาท แต่ทหารจำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ 15 บาท มะเขือเปราะท้องตลาดจำหน่ายกิโลกรัมละ 20 บาท ทหารจำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท พริกขี้หนูท้องตลาดจำหน่ายกิโลกรัมละ 70 บาท ทหารจำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ 30 บาท ส่วนไข่ไก่เบอร์ 1 ท้องตลาดจำหน่ายแผงละ 90 บาท ทหารจำหน่ายแผงละ 70 บาท ไข่เป็ดท้องตลาดจำหน่ายแผงละ 100 บาท ทหารจำหน่ายเพียง 80 บาท

ประการสำคัญการวางจำหน่ายสินค้าราคาถูกในครั้งนี้ พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้ถือโอกาสพูดคุยกับประชาชนในการสร้างจิตวิทยามวลชน และสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชน ด้วยการสอบถามความเป็นอยู่และปัญหาข้อขัดข้องที่จะให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารให้ความช่วยเหลือ เพื่อลดช่องว่างความเหินห่างและลดความหวาดระแวง ที่นำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ปัญหาความมั่นคงในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย