รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.ย้ำร่วมทำพื้นที่ปลอดโควิด-19 ขณะที่ผู้ไปชุมนุมเผยแพร่ศาสนาที่มาเลย์ 132 ราย กักตัวที่บ้าน 19 ราย

นราธิวาส-รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.ย้ำร่วมทำพื้นที่ปลอดโควิด-19 ขณะที่ผู้ไปชุมนุมเผยแพร่ศาสนาที่มาเลย์ 132 ราย กักตัวที่บ้าน 19 ราย ด้าน นอภ.โก-ลกของบหนุนจัดที่กักกัน
เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 15 มี.ค.63 ที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า (3) เดินทางพร้อมคณะฯ โดยมีนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส นนายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผอ.ศุลกากร ภาคที่ 4 พ.ต.อ.ศุภชาติ เวชพร ผกก.ตรวจคนเข้าเมือง จ.นราธิวาส นายจักกฤช อุเทนสุต นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก นายอติสันติ์ ภูวพิพัฒนวงศ์ นายด่านศุลกากรตากใบ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดย พล.ต.เกรียงไกร รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า (3) ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 50 คนในห้องประชุมของด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก เพื่อรับทราบสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-19 รวมทั้งมาตรการในการคัดกรองผู้ผ่านเข้า-ออกด่านพรมแดนทั้งด่านสุไหงโก-ลก ด่านตากใบและด่านบูเก๊ะตา รวมทั้งจุดผ่อนปรนแนวตะเข็บชายแดนไทย-มาเลย์ก่อนจะตรวจเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นเพื่อคัดกรองผู้เดินทางข้ามมาจากประเทศมาเลเซียและเข้ามายังฝั่งไทย ทั้งนี้หลังจากที่ประเทศมาเลเซียยอดสะสมผู้ติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 พุ่งพรวดถึง 238 ราย ทั้งนี้สืบเนื่องจากการไปร่วมชุมนุมเผยแพร่ศาสนาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


ทางด้าน พล.ต.เกรียงไกร รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า (3) เปิดเผยว่า  จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ลุกลามไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ทาง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้ฝากความห่วงใยมายังประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาสที่พรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียรวมทั้งเจ้าหน้าที่ประจำด่านทุกคนโดยได้เน้นย้ำให้ระมัดระวังและดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่นั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเเองเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อีกทั้งให้มีความพร้อมเรื่องของอุปกรณ์ที่จะระวังในการติดเชื้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย ถุงมือ ที่สำคัญต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสกับประชาชนที่มาใช้บริการทุก 1 ชั่วโมงเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตลอดจนประชาชนที่มารับบริการ ทั้งนี้ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าพร้อมจะให้การสนับสนุนในการปฏิบัติเพิ่มเติมต่อการป้องกันจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19
“นอกจากด่านพรมแดนที่จะต้องเข้มงวดทั้งด่านหลักและจุดผ่อนปรนแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกช่องทางคือรถยนต์สาธารณะ และสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกที่ต้องขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องเข้มงวดในช่วงสถานการณ์โควิดที่ยังอยู่ในระยะที่ 2” พล.ต.เกรียงไกรกล่าว

ทางด้านนายจักกฤช อุเทนสุต นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า สำหรับด่านตรวจคนเข้าเมืองสุไหงโก-ลกโดยเฉลี่ยจะมีผู้เดินทางมาใช้บริการที่ด่านพรมแดนประมาณ  5,000 คน/วัน แต่ถ้าเป็นวันศุกร์และวันเสาร์จะมากกว่าปรกติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบและคัดกรองทุกคนที่ผ่านด่านอย่างเข้มงวดโดยใช้เทอร์โมสแกน ส่วนรถยนต์ใช้ระบบแฮนด์เฮลด์ อีกทั้งตัวเจ้าหน้าที่ทุกคนยังต้องเสี่ยงกับการที่จะติดเชื้อจากผู้เดินทางเข้า-ออกได้ง่ายที่สุด
ขณะนี้ทุกคนพยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถบนความกดดันและเครียดจากโรคระบาดนี้ ในขณะที่บริเวณจุดผ่อนปรนชั่วคราว 13 จุดตามแนวตะเข็บชายแดนที่ติดกับมาเลเซียทั้งหมดจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจคัดกรองผู้ผ่านเข้า-ออกอย่างเข้มงวด ส่วนจุดผ่อนปรนธรรมชาติได้ปิดเป็นการชั่วคราวแล้ว

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลล่าสุดพบว่ากลุ่มชาวไทยมุสลิมจำนวน 132 คนที่ไปร่วมชุมนุมเผยแพร่ศาสนาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และได้เดินทางกลับเข้ามายังภูมิลำเนาของตนเองแล้ว โดย จ.ยะลา 30 คน จ.ปัตตานี 30 คน จ.นราธิวาส 30 คนและจังหวัดใกล้เคียงอีก 42 คน ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดกรองจากด่านตรวจคนเข้าเมืองในเบื้องต้นแล้วไม่พบเชื้อ ในขณะที่ทางสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสรายงานข้อมูลล่าสุดว่า สามารถตามตัวได้แล้ว 19 รายจาก 132 รายที่ตรวจแล้วไม่มีอาการ และขณะนี้ทั้ง 19 รายกลับไปภูมิลำเนาเพื่อกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.63 ถึงวันที่ 17 มี.ค.63 โดยจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขเข้าไปติดตามอาการ

สำหรับ จ.นราธิวาส พบว่า ภูมิลำเนาที่กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้อาศัยอยู่ได้แก่ อ.สุไหงโก-ลก อ.รือเสาะ อ.ศรีสาคร อ.บาเจาะ และ อ.เมืองนราธิวาส ในขณะที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวรายงานว่าบางส่วนเดินทางกลับจากกรุงกัวลาลัมเปอร์โดยสายการบินแอร์เอเชีย และลงที่ท่าอากาศยานนราธิวาส และบางส่วนเดินทางต่อไปยังประเทศบราซิลและสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของ จ.นราธิวาส มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 6 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ 5 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 0 รายและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1 รายเพื่อรอผลตรวจ
ทางด้านนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ได้ชี้แจงถึงข้อขัดข้องในการเตรียมการเรื่องการจัดตั้งสถานที่กักกันที่ยังขาดงบประมาณสนับสนุน โดยจะต้องให้ทางสาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลกจัดทำแผนงบประมาณเพื่อเสนอต่อนายอำเภอสุไหงโก-ลกยื่นต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าพิจารณาต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนราธิวาส กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น