สมคิดเผย อ้อ-แม้วมา แค่ลือ! เพื่อไทย ปรับโครงสร้างพรรค วอนอย่าเชื่อมโยงมั่ว

อุบลราชธานี-เพื่อไทย ปรับโครงสร้างพรรค ยันไม่เกี่ยว “รัฐบาลแห่งชาติ” วอนหลายฝ่ายอย่าเชื่อมโยง

ในช่วง 2-3 ที่ผ่านมานี้มีหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นภายในพรรคเพื่อไทยทำไมมีการจัดการประชุมด่วนและปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ผู้บริหารพรรคคนสำคัญหลายคนต่างทยอยลาออกจากตำแหน่ง เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค,สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ,อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค,จิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค ซึ่งจากหลายๆ เหตุการณ์ทำให้หลายฝ่ายมีการเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ถึงทิศทางอนาคตพรรคเพื่อไทยว่ากำลังจะหันหัวเรือกลับไปซบฝั่งรัฐบาลจริงหรือไม่?

สมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า หลังจากมีการปิดประชุมสภาทางพรรคเพื่อไทยได้มีแนวความคิดที่จะปรับปรุงโครงสร้างภายในพรรค โดยจะเป็นการปรับลดทีมผู้บริหารพรรคให้มีขนาดเล็กลง เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ซึ่งการที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลาออกจากตำแหน่งนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในการปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรคเช่นกัน ส่วนการเปลี่ยนโลโก้ปรับฟอนต์ใหม่ของพรรคก็เป็นปรากฏการณ์ปกติไม่ได้มีความหมายแอบแฝง

และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ซึ่งขณะนี้พรรคกำลังอยู่ในช่วงออกหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องมาทำการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงการบริหารการจัดการพรรคครั้งนี้ได้ไปสอดคล้องประจวบเหมาะกับหลายเหตุการณ์ เช่น เหตุการณ์การประท้วงยุบสภาหรือเหตุการณ์คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายนำไปเชื่อมโยงเข้าเป็นเรื่องราวต่างๆ นานา ทั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทยเลยทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังมีสื่อหลายสำนักได้มีการวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยจะไปร่วมก่อตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ด้านนายสมคิด เชื้อคง ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะส่วนตัวคิดว่า 1) รัฐบาลแห่งชาติในประเทศไทยยังไม่จำเป็น 2) พรรคเพื่อไทยได้ทำสัญญากับประชาชนถึงทิศทางการเดินหน้าการเมืองไทยอย่างชัดเจน ซึ่งในจุดนี้พรรคเพื่อไทยจะไม่ทำการหักหลังประชาชนแน่นอน พร้อมขับเคลื่อนการแก้ไข้รัฐธรรมนูญเพื่อพัฒนาประเทศไทยต่อไป

อย่างไรก็ตามหลังเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะส่งผลทำให้กลุ่มต่างๆภายในพรรคสามารถทำงานกระชับรวดเร็วขึ้นยกตัวอย่างเช่น 1) กลุ่มเศรษฐกิจ 2) กลุ่มการเมือง 3) กลุ่มกฎหมาย ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มใหญ่นี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายการทำงานของพรรคเพื่อไทยในสภา ลดกลุ่มยุทธศาสตร์พรรคเพื่อการทำงานอย่างคล่องตัว

ส่วนด้าน ส.ส. พรรคเพื่อไทยในทีมเขต 3 จังหวัด อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ทั้ง 12 คน ก็มีความเห็นตรงกันพร้อมจะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนร่วมกับพรรคเพื่อไทยเช่นเดิม และในส่วนการทำงานของคุณเกรียง กัลป์ตินันท์ ด้านคุณสมคิด เชื้อคง เปิดเผยว่า ท่านยังมีความประสงค์ที่จะช่วยงานพรรคเพื่อไทย แต่เรื่องการดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคนั้นถ้ามีการปรับเปลี่ยนอยากให้พรรคเพื่อไทยนึกถึงท่านเป็นคนสุดท้าย เพราะอยากเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำงานก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากจะแต่งตั้งท่านเป็นรองหัวพรรคท่านก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใดพร้อมทำงานให้พรรคเพื่อไทยเสมอ

และนอกจากนี้ สมคิด เชื้อคง ได้เผยถึงความกังวลใจของสถานการณ์การเมืองไทยว่า สิ่งที่กำลังกังวลใจที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของรัฐธรรมนูญโดยนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแล้วประมาณ 1 ปี เห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเช่น การดำเนินงานงบประมาณที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เท่าที่ควร เนื่องจากงบประมาณต้องไปผูกติดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งทำให้การเขียนโครงการนั้นไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตามต้องรีบเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการบริหารบ้านเมืองจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้าย สมคิด เชื้อคง กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเช่นเดิม พยายามทำงานทุกอย่างให้เต็มที่เรื่องของการเมืองต้องอาศัย “จังหวะ เวลา โอกาส”เพราะการทำงานแต่ละครั้งพรรคเพื่อไทยได้คิดวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อไม่ให้ประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยผิดหวัง แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่พรรคเพื่อไทยยังคงต้องการแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ

ชิษณุพงศ์ สุนทรพาณิชย์ เรียบเรียง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น