เสรีภาพสื่อยุคโควิด มุ่งเสนอให้รอบด้าน ยกระดับคุณภาพสื่อมวลชน เป็นกระบอกเสียงให้คนไร้สุ้มเสียง

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เสรีภาพสื่อ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกับ Cofact Thailand และ Center for Humanitarian Dialogue (HD)  จัดเวทีเสวนาออนไลน์ Media Forum ครั้งที่ 11 “ เสรีภาพบนความรับผิดชอบยุคโควิด19 สื่อไทยยืนอยู่จุดไหนในสายตาประชาชน ” ยกระดับคุณภาพการทำงานสื่อมวลชนเพิ่มความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งต่อข้อมูลที่เป็นจริง คอยเป็นกระบอกเสียงสังคม พร้อมตั้งข้อสงสัยการทำงานของภาครัฐแทนภาคประชาชน

พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กล่าว่า ในช่วงโควิด19 เห็นได้ชัดว่าศาสนามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยให้คนตระหนัก ซึ่งบทบาทของศาสนาเมื่อมีสื่อมวลชนเข้ามาเกี่ยวในแง่เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยจะชวนตั้งสังเกตจัดประเภทสื่อปัจจุบันว่า 1) สื่อสารมวลชน หรือ สื่อสารมารชน  สื่อทำหน้าที่ของตนเองในนำเสนอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่ 2) ส่งเสริมผู้รับข่าวสารข้อมูล ให้เป็นผู้ศึกษา หรือให้เป็นผู้พิพากษา ในรายงานแต่ละครั้ง สื่อได้ชี้นำ ตีความหรือนำเสนออย่างรอบด้านมากน้อยเพียงใด  3) รับผิดชอบต่อเสรีภาพ หรือ เสรีภาพต่อการรับผิดชอบ ปัจจุบันสื่อไทยหวังยอดขายจนลืมเสรีภาพของประชาชนแล้วจริงหรือไม่

ทั้งนี้สื่อต้องทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนที่ไร้สุ้มเสียง เป็นคนกลางสื่อสารให้สังคมรับรู้อย่างถูกต้อง พร้อมตระหนักการรายงานให้รอบด้าน มุ่งการสื่ออย่างยั่งยืนและแยบยล รับผิดชอบต่อเสรีภาพชุมชน ผลักดันปัญหาต่างๆให้เป็นนโยบายแก้ไขโครงสร้าง โดยเริ่มจากการลดขายเนื้อหาฉาบฉวยและฉาวโฉ่ที่เน้นยอดคนดูไม่นำเสนอหรือชักชวนไปสู่ทิศทางสมควร

คุณอังคณา นีละไพจิตร อดีต กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ยูเนสโกให้ความสำคัญอย่างมากกับสื่อ เพราะสื่อสามารถเข้าถึงสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ โดยสื่อมีความเกี่ยวข้องเสรีภาพประชาธิปไตย หากสื่อสามารถรายงานข่าวได้ตามความจริงปราศจากความกลัว ประชาชนได้รับรู้ความจริงซึ่งทำให้ประชาชนไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็น

อย่างไรก็ตามในช่วงการระบาดโรคติดต่อโควิด19 ส่งผลกระทบต่อสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมืองและสิทธิเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม โดยประชาชนต้องปรับตัว ทั้งนี้หากประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจะส่งผลให้ประชาชนปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกแม่นยำจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับสังคม ชุมชนรู้จักป้องกันและเกื้อกูลกัน โดยภาครัฐต้องให้อิสระสื่อมวลชนในการรายงานให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงข้อมูลนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อลดความเสี่ยง

นอกจากนี้สื่อปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงไม่ตระหนักการปกป้องสิทธิของเสียหาย กรณีบางสำนักรายงานข่าวการใช้ความรุนแรง ข่มขืน ล่วงละเมิด เกินขอบเขตซึ่งตรงนี้จะเปรียบเหมือนว่าสื่อเป็นบุคคลตอกย้ำซ้ำเติมทางจิตใจ ซึ่งสื่อที่ละเมิดสิทธิต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบเยียวด้วยกฎหมาย

ผศ.ดร. มรรยาท อัครจันทโชติ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยมุมมองว่า ขณะนี้เสรีภาพของสื่อมวลชนแบ่งได้ 2 กลุ่ม 1) กลุ่มสื่อบันเทิง มีเสรีภาพค่อนข้างมากในการนำเสนอจนบางครั้งมีการใช้คำที่ Bully ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าที่ควร 2) สื่อข้อมูลข่าวสาร (ข่าวเบา,ข่าวหนัก)   ซึ่งข่าวเบาในปัจจุบันนำเสนอคล้ายสื่อบันเทิงไม่คำนึงสิทธิส่วนบุคคลมีแนวโน้มจะเป็นปัญหาต่อการรับผิดชอบสังคม 2) สื่อข่าวหนัก เสรีภาพน้อยแต่สังคมไม่ค่อยตระหนัก เกิดความแตกแยกภายในสังคม

จนในภาวะวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนเห็นภาพรวมสังคม เมื่อสื่อนำเสนอรายงานสถานการณ์ ประชาชนเกิดความสับสนเกิดรอยแตกแยกในสังคม ข้อมูลข่าวสารมีมากเกินไปจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอม ทั้งนี้การสื่อสารในภาวะโควิดสื่อต้องมองภาพรวมเลือกสื่อสารเฉพาะเจาะจงเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการทำงาน ทำอย่างไรทุกคนในสังคมจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องโดยสื่อต้องทำหน้าที่เป็นสื่อให้ประชาชนไม่ทิ้งกันไม่ใช่เพียงแค่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงรับใช้เบื้องบน

คุณเมธา มาสขาว เลขาธิการ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ สำหรับสื่อมวลชนการทำงานนำเสนอข้อเท็จจริงต้องคอยตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม โดยสื่อมวลชนต้องตั้งข้อสงสัยการทำงานของรัฐแทนประชาชน นอกจากนี้ปัจจุบันข่าวลวงมีมากมายสื่อมวลชนต้องตระหนักการนำเสนอความจริงสร้างการรับรู้เปิดเผยให้กับสังคม

คุณจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤตโควิดเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ ส่วนเสรีภาพในสถานการณ์โควิด ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ร่วมจัดทำ คู่มือแนวทางการปฏิบัติ ซึ่งคู่มือนี้ประชาชนสามารถศึกษาและใช้คู่มือเป็นตัวกำกับท้วงติงการทำงานของสื่อได้ เพราะปัจจุบันสื่อมีมากเกินกำลังการตรวจสอบ

โดยสถานการณ์โควิดทำให้การรายงานข่าวเปลี่ยนไปรูปแบบการรายงานถูกเปลี่ยนตามความเมาะสม ประชาชนเลือกเสพข่าวจากความถูกใจมากว่าความถูกต้อง ทั้งนี้ประชาชนต้องเป็นคนช่วยตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งประชาชนอาจจะใช้แพลตฟอร์มของสื่อเป็นตัวกดดันทำให้องค์กรสื่อนั้นได้รู้ตัวว่าตนเองได้รายงานผิดพลาดเกินขอบเขตจรรยาบรรณ

ท้ายนี้ ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ คณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เผยว่า ปัจจุบันคำว่า “เสรีภาพ” ถูกตีความกว้างขึ้น  เฉพาะนั้นเสรีภาพสื่อคือเสรีภาพของสังคม ถ้าสื่อมีเสรีมากประชาชนก็จะได้รับความจริงมากในอนาคตสื่อมวลชนอาจมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานที่เป็นมากกว่าวังวนระหว่างแหล่งทุนหรือระหว่างรักษาจริยธรรม ซึ่งสื่อต้องเริ่มทบทวนเรื่องนี้ พร้อมตระหนักการนำเสนอของตนเองให้แตกต่างจากนักเลงคีย์บอร์ด โดยยกระดับแยกแยะสื่อมวลชนหรือสื่อสารออนไลน์

ชิษณุพงศ์ สุนทรพาณิชย์ เรียบเรียง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น