X
หน้ากากอนามัย

เปิดกลโกงหลอกขาย หน้ากากอนามัย ออนไลน์ โอนปุ๊ปเทปั๊ป! เผยวิธีป้องกันไม่ให้ถูกหลอก

()

อุบลราชธานี – เปิดโปงกลโกงร้านค้าออนไลน์หลอกขาย หน้ากากอนามัย พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้นไม่ให้ถูกหลอก

รุจิรา คำสาร ผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยกลโกงของร้านค้าหน้ากากอนามัยออนไลน์ว่า ณ ปัจจุบันหน้ากากอนามัยในท้องตลาดค่อนข้างมีราคาสูงด้วยความต้องการ ตนจึงค้นหาในอินเตอร์เน็ตจนเข้าไปเจอเพจหนึ่งเพจที่ขายในราคาสมเหตุสมผล ทั้งนี้วันที่ 28 ก.พ. 63 จึงเริ่มติดต่อสอบถามรายละเอียดเข้าไปทางไลน์ โดยสินค้าจะจำกัดอยู่ที่ 6 กล่องต่อคน ราคากล่องละ 550 บาท 1 กล่องมี 50 ชิ้น ตกชิ้นละ 11 บาท จากรายละเอียดดังกล่าวทำให้ตนเองเชื่อถือร้านนี้ เพราะคิดว่าราคาและสินค้าสมเหตุสมผลจึงได้ส่งต่อและแชร์ให้กับกลุ่มเพื่อนที่สนใจทำการสั่งซื้อหน้ากากเพิ่ม ต่อมาวันที่ 29 ก.พ. 63 ทางเพจได้ส่งข้อความมาว่า “ร้านค้าออเดอร์เต็ม งดรับจองสินค้า” ทั้งนี้ทำให้ตนกลัวไม่ได้สินค้าจึงพร้อมที่จะโอนค่าเงินสินค้าให้กับทางเพจโดยเร็ว แต่กลับกันทางเพจไม่รีบร้อนในการตอบข้อความมีการอ่านข้อความข้ามวัน ทำให้ตนตัดสินใจฝากเพื่อนอีกคนที่ได้รับเลขบัญชีก่อนหน้านั้นให้โอนเงินสำรองก่อนเป็นจำนวน 3,300 บาท

หลังจากนั้นวันที่  1 มี.ค. 63 ทางเพจได้แจ้งรับทราบข้อมูลแล้ว พร้อมจะจัดส่งสินค้าในวันที่ 2 มี.ค. แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน ทางเพจไม่มีการตอบข้อความกลับมาจากตรงนี้ก็ทำให้สังเกตแล้วว่ามีความผิดปกติแต่ตนก็ไม่คิดอะไร จนต่อมาได้เข้าไปยังเฟซบุ๊กแล้วเห็นพลเมืองดีโพสต์ว่า “เพจดังกล่าวได้ปิดตัวลงแล้ว” หลังจากนั้นตนและกลุ่มเพื่อนจึงตรวจสอบโปรโฟล์ของร้านค้า จนพบใบหน้าคนร้ายจึงมั่นใจแล้วว่าตนและเพื่อนถูกโกงเงินแน่นอนร้อยเปอร์เซ็น

ต่อมาตนเองจึงได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าตนและกลุ่มเพื่อนถูกมิจฉาชีพเพจดังกล่าวโกงเงิน ผ่านไปไม่นานได้มีผู้เสียหายรายอื่นส่งข้อความมาหาตนลักษณะถูกคนร้ายโกงเงินค่าหน้ากากอนามัยเช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดการตั้งกลุ่มและรวมตัวของผู้เสียหายทั้งหมดเป็นจำนวน 200 ราย ร่วมกันสืบหาตัวคนร้ายจนพบว่าคนร้ายมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความและส่งเรื่องต่อให้ กคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ต่อไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับตัวคนร้ายเป็นที่เรียบร้อยและกำลังอยู่ในช่วงดำเนินคดี

ทั้งนี้กรณีดังกล่าวมีคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ห้ามผู้เสียหายแชร์ข้อมูลของคนร้าย เช่น ชื่อ ที่อยู่หรือรูปภาพคนร้าย เพราะการแชร์ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คนเห็นแล้วไหวตัวทัน และนอกจากนี้ตำรวจยังเสริมอีกว่าการจะเอาผิดคนร้ายให้ถึงที่สุดผู้เสียหายต้องรวมตัวมากกว่า 8 คนขึ้นไป จึงจะสามารถดำเนินคดีอาญากับคนร้ายได้

อย่างไรก็ตาม รุจิรา คำสาร ผู้เสียหาย ยังได้ให้บทเรียนวิธีการสั่งของออนไลน์กับทาง UbonConnect ว่า

1)ต้องเช็คตัวตนของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ โดยสังเกตว่ามีการโพสต์รูปไลฟ์สไตล์ชีวิตส่วนตัวหรือไม่?

2)นำชื่อสกุลและเลขบัญชีไปค้นหาใน Google หากเป็นคนร้ายที่เคยทำผิดจะมีคนโพสต์บอกข้อมูลบนโลกออนไลน์

3)ให้ร้านค้าออนไลน์ถ่ายรูปสินค้าพร้อมกับคำที่เรากำหนดขึ้นมาเอง เช่น เขียนชื่อเราถ่ายร่วมกับสินค้า ทั้งนี้เพื่อยืนยันว่าร้านค้าออนไลน์มีสินค้าและบริสุทธิ์ใจจริง

4)นอกจากนี้ผู้บริโภคต้องสังเกตอีกด้วยว่าร้านค้าออนไลน์ร้านที่จะทำการสั่งสินค้านั้นมีบริการเก็บเงินปลายและรับนัดสินค้าหรือไม่ เพราะร้านออนไลน์ส่วนใหญ่ที่น่าเชื่อถือจะมีบริการดังกล่าวบริการลูกเสมอ หากลองขอนัดรับสินค้าด้วยตัวเองแล้วไม่ยอมมาส่ง จะส่งแค่ขนส่งหรือไปรษณีย์เท่านั้น ก็เป็นจุดที่น่าสงสัยได้

ทั้งนี้หากร้านค้าออนไลน์ร้านใด มีข้อต้องสงสัยตามวิธีข้างต้นโปรดเริ่มระวังให้ดีว่าตนเองอาจจะถูกหลอกจากกลุ่มมิจฉาชีพ

นอกจากนี้ยังอยากฝากผู้บริโภคให้เช็ครายละเอียดร้านค้าออนไลน์ให้ดีก่อนโดยไม่ต้องรีบโอนเงินเพราะปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพ มักแฝงตัวอยู่รูปแบบร้านออนไลน์และถ้าหากเกิดการโกงเกิดขึ้นผู้บริโภคต้องแจ้งความและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะหากเราไม่ดำเนินคดีจะเป็นการทำให้คนร้ายได้ใจและกระทำผิดซ้ำต่อไป

ชิษณุพงศ์ สุนทรพาณิชย์ เรียบเรียง

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สุชัย เจริญมุขยนันท

สุชัย เจริญมุขยนันท

นิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรโปรดิวเซอร์ เนชั่น วิทยากรพิราบน้อย โครงการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยุ มูลนิธิหมอชาวบ้าน วิทยุเนชั่น ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยประจำจงอุบลราชธานี ผู้จัดการศูนย์ข่าวประชาสังคมอุบลราชธานี ปัจจุบัน เลขาธิการมูลนิธิสื่อสร้างสุข ผู้อำนวยการทีวีชุมชนอุบลราชธานี E : [email protected] F : ทีวีชุมชนอุบลราชธานี T : 0818786440 LINE : SUCHAINEWS