กลับจากต่างประเทศช่วง COVID ต้องทำยังไง แบบละเอียด! คนกลับจากประเทศเสี่ยงควรอ่าน

COVID

อุบลราชธานี – อธิบดีกรมการแพทย์ แนะวิธีปฏิบัติเมื่อกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง COVID ระวังตัวเองแม้ยังไม่ป่วย อย่างน้อย 14 วัน นึกถึงใจเขาใจเรา

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่าขณะนี้มีประเทศกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด 6 ประเทศได้แก่ เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิหร่าน อิตาลีและจีน (ฮ่องกง,ไต้หวัน) ต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีการเดินทางเข้า-ออกจากประเทศดังกล่าว ควรจะต้องป้องกันแบบการแยก,กักกัน,เฝ้าและประเมินตนเอง ทั้งนี้เป็นไปได้บุคคลกลุ่มเสี่ยงควรจะอยู่ในเขตบ้านพักอาศัยของตนเองเป็นระยะเวลา14 วัน ถึงจะเข้าระยะปลอดภัย แต่ถ้ามีความผิดปกติเช่น ไข้ ไอ จาม เจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้เกิดบุคคลกลุ่มเสี่ยงก็สามารถไปเดินทางเพื่อตรวจหาเชื้อ COVID19 ได้ ที่ โรงพยาบาล

แต่หากกลับมาจากประเทศเสี่ยง ยังไม่ป่วย มีความจำเป็นต้องไปทำงาน ต้องดูแลระมัดระวังตัวเองอย่างเคร่งครัด อย่าไปเป็นสาเหตุในการแพร่เชื้อให้คนอื่น ใส่หน้ากากอนามัย ระวังไม่ให้สารคัดหลั่งกระจายไปในสถานที่ต่าง ๆ อย่าไปสัมผัสร่างกายผู้อื่น อย่างน้อย 14 วันตามระยะเวลาฟักเชื้อที่ทราบในปัจจุบัน เพราะระยะนี้ ถึงแม้ไม่แสดงอาการ ถ้ามีเชื้อในตัว สามารถแพร่ให้คนอื่นได้

ส่วนด้านการปฏิบัติตัวของคนในครอบครัวที่มีบุคคลเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมีดังต่อไปนี้ 1) แยกนอนและห้องน้า  2) แยกสำรับอาหาร  3) เลี่ยงกันสัมผัสร่างกาย 4) ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อ

ขณะเดียวกันหากบุคคลที่เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่ยอมปฏิบัติตามมาตรการเบื้องต้น ทางกรมการแพทย์ก็วอนให้บุคคลดังกล่าว ควรมีจิตสำนึกต่อสังคมไม่เพิ่มปัญหาและภาวะกับสังคม ยอมลำบากตนเองเพื่อให้สังคมปลอดภัย โดยใช้หลักเหตุผลกับตนเองให้มากและใช้หลักจิตใจกับคนอื่นเป็นห่วงคนในสังคม ซึ่งเริ่มได้จากการใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือทุกครั้งเมื่อออกไปยังพื้นที่สาธารณะลดการสัมผัสร่างกายบุคคลอื่น ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว

ทั้งนี้บุคคลใดที่เดินทางไปยังต่างประเทศกลุ่มเสี่ยงและทำการปกปิดข้อมูลจะนับว่ามีความผิดทางกฎหมาย โดยจะมีโทษทั้งจำและปรับสูง 100,000 บาท ซึ่งการออกกฎหมายครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อป้องกันและลดปัญหาความวุ่นวายในสังคม จะมีผลในทางปฏิบัติเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตามโรค COVID 19 เป็นเชื้อไวรัสใหม่ที่มีข้อมูลยืนยันแล้วว่าบุคคลที่ไม่การแสดงอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้ ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อดังกล่าวจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าตนเองมีติดอยู่ในร่างกายนอกจากจะทำการตรวจอย่างละเอียด แต่อย่างนั้นทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่แนะนำให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอาการ เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัส แต่แนะนำให้บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เริ่มประเมินและเฝ้าสังเกตอาการด้วยตนเองเป็นระยะเวลา 14 วันเสียก่อน แล้วเมื่อไรก็ตามที่เริ่มมีอาการผิดปกติขึ้น ผู้ป่วยจะเข้าข่ายคนต้องสอบสวนโรค โรงพยาบาลยินดีให้เข้ารับการตรวจฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

กรณีต่อมา หากมีเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมชั้นเรียน ที่ได้เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและไม่แน่ใจว่าเขาได้รับเชื้อ COVID 19 หรือไม่? นายแพทย์สมศักดิ์ จึงได้แนะนำว่าอย่าพึ่งตื่นตระหนกแต่ทางที่ดีคือต้องเริ่มประเมินความเสี่ยง วิเคราะห์เพื่อนว่ากลับมากี่วันแล้ว สังเกตอาการของกลุ่มบุคคลเสี่ยง เมื่อพบปะต้องป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัยและลดการสัมผัสร่างกายเพราะเชื้อ COVID 19 นั้นจะมากับสารคัดหลั่งเช่น เลือด น้ำลาย น้ำมูก น้ำตา น้ำเหลืองเป็นต้น และหากพบว่าเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนป่วยเป็นคนไข้ COVID 19 ควรปิดสถานที่ทำงานและโรงเรียนเพื่อทำความสะอาด สถานที่ที่คนไข้เคยสัมผัส ทั้งนี้เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสเพราะโดยปกติเชื้อ COVID 19 นั้นจะสามารถฝังอยู่ได้เป็นเวลา 1-2 วัน อย่างไรก็ตามทางการแพทย์ก็ยังย้ำว่าเชื้อไวรัสไม่ได้สามารถติดและแพร่กระจายได้ทางอากาศ แต่ทว่าสิ่งที่จะแพร่กระจายเข้าร่างกายคนนั้นคือละอองน้ำลายหรือละอองเสมหะ

ท้ายนี้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ยังฝากแนะนำว่า อยากให้ประชาชนปฏิบัติตนกับบุคคลกลุ่มเสี่ยง COVID 19 โดยใช้ความเอื้อาทร เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้กำลังใจกันและกัน ไม่พูดเสียดสี  ทั้งนี้จึงขอยกคำพูดผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกที่กล่าวไว้ว่า 1) ให้ใช้ข้อมูล จริง อย่าใช้ ความกลัว 2) ใช้วิทยาศาสตร์ศึกษาข้อมูลอย่าหลงเชื่อ ข่าวลือ 3) เชื่อมั่นกันและกันไม่โทษประเทศใดประเทศหนึ่ง

ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้เป็นข้อปฏิบัติที่ดีที่จะทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขโดยสังคมต้องโอบอ้อมอารีต่อกัน นอกจากนี้ยังมีข้อปฏิบัติที่ขาดไม่ได้คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ  ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปสถานที่สาธารณะและถ้าหากจำเป็นต้องเดินทางไปยังต่างประเทศควรเฝ้าระวังและป้องกันตนเองให้ดี

ชิษณุพงศ์ สุรทรพาณิชย์ เรียบเรียง

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น