เปิดปฏิบัติการ 135 รีสอร์ทเขาค้อรุกป่า ลุยเก็บหลักฐาน 15 รีสอร์ทชุดแรก พยัคฆ์ไพรพบสร้างรีสอร์ทผิดแปลง

เพชรบูรณ์-ทหาร-ป่าไม้เปิดปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย 135 รีสอร์ทเขาค้อ ประเดิม 15 รีสอร์ทเป้าหมายชุดแรก เก็บหลักฐานแจ้งความเอาผิด พยัคฆ์ไพรพบ 2 รีสอร์ทสร้างผิดแปลง ทายาทรอส.อ้างร่วมลงทุนแบ่ง 70:30 ตัวแทนกลุ่มรีสอร์ทคาใจคำว่า “รุกป่า” จี้ทุกฝ่ายใช้ “ผู้ครอบครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต”แทน แสลงใจถูกเรียกนายทุน

เวลา 09.30 น.วันที่ 10 พฤษภาคม คณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อการแก้ไขปัญหาการครอบครองการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ ท้องที่อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยทหาร ป่าไม้ ตชด.ที่ 31, กอ.รมน.เพชรบูรณ์ จำนวนกว่า 120 นาย นำโดยนายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ และพ.อ.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน 28 ในฐานะเลขานุการคณะทำงานฯ, พ.อ.พงษ์เพชร เกษศุภะ ตัวแทน ศปป.4 กอ.รมน. เปิดปฎิบัติการบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดี 135 รีสอร์ทนอกแปลง รอส.และอยู่ในเขตป่า ในพื้นที่ 4 ตำบลของอ.เขาค้อ

โดยคณะเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 5 ชุดปฏิบัติการ เพื่อลงเก็บหลักฐาน 15 รีสอร์ทเป้าหมายชุดแรก ได้แก่ ตำบลเขาค้อ บ้านไร่นายน้ำหวาน, ทรัพย์ทองรีสอร์ท ,โกดังนางชญานันท์/ ตำบลสะเดาะพง ได่แก่ บ้านพักตากอากาศนายราเมศ,บ้านพักตากอากาศนางนันทิชา, ภูหมอก แอดเลิฟ, บ้านผาสุข, ไร่คุณสมเกียรติ, รุ่งอรุณริมทาง /ตำบลริมสีม่วง ได้แก่ บ้านพักตากอากาศ, บ้านพักตากอากาศ, รีสอร์ทโช เช้า และตำบลหนองแม่นา ได้แก่ ซันเซ็ท, ท็อปวิลล์, ภูรับตะวัน ทั้งนี้ในการปฏิบัติการดังกล่าวมีการเน้นย้ำให้แจ้งต่อผู้ประกอบการว่า เป็นขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งดำเนินคดีเท่านั้น โดยไม่มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามระหว่างคณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบได้หลายแห่งไม่พบเจ้าของหรือผู้ประกอบการรีสอร์ท เพียงพบผู้ดูแล โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ดูแลมาให้ข้อมูลและให้ปากคำ โดยหลายรายอ้างว่าเพิ่งมาทำงานโดยไม่ทราบรายละเอียดแต่อย่างใด สำหรับในส่วนที่คณะเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ประกอบการและรับว่า เป็นเจ้าของรีสอร์ท ทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบปากคำเช่นเดียวกัน เพื่อจะทำบันทึกการจับกุมรีสอร์ตทั้ง 15 ราย จากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการแจ้งกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทางคณะเจ้าหน้าที่ต่างได้รับความร่วมมือจากทางรีสอร์ท โดยไม่มีขัดขืนหรือนำมวลชนออกมาต่อต้านแต่อย่างใด

ข่าวแจ้งเพิ่มอีกว่า เวลา 11.00 น.ที่ศูนย์ประสานงาน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก พ.อ.เกียรติอุดม นาดี เชิญแกนนำกลุ่มต่างๆพร้อมตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ทเขาค้อจำนวน 12 คน นำโดยนางบุปผา จันทร์เพ็ง  ประธานชมรมคนรักษ์เขาค้อ, นายไพศาล เพชรวรา ทนายอาสา และนายปรีชา เดชบุญ เลขานุการสภาเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัด เข้าฟังการชี้แจงถึงปฏิบัติการดังกล่าว โดยมีพ.อ.พงษ์เพชร เกษศุภะ และนายชิต อินทรนก ร่วมด้วย โดยพ.อ.เกียรติอุดมยืนยันว่าปฏิบัติการครั้งนี้ทางคณะทำงานฯดำเนินการเฉพาะรีสอร์ท 135 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญมาเจรจาโดยทุกรายยืนกรานจะขอต่อสู้คดีจึงทำให้มีวันนี้เกิดขึ้น และล่าสุดมีรีสอร์ท 3 รายที่เจรจาขอรื้อถอนเอง โดยอยู่ระหว่างเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณา จึงขอให้ตัวแทนทั้งหมดทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ทถึงการปฏิบัติการครั้งนี้ของคณะเจ้าหน้าที่

ในขณะที่ทางกลุ่มตัวแทนฯต่างแสดงความคับข้องใจและมีการหยิบข้อกฎหมายขึ้นมาโต้แย้ง นายปรีชาติดใจกับคำว่า “รุกป่า” พร้อมแจ้งทางเจ้าหน้าที่และสื่อให้ใช้คำว่า “ผู้เข้าไปครอบครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตแทน” โดยอ้างว่าป่าสงวนฯประกาศเขตทับที่ดินรอส.เขาค้อ จากนั้นยังอ้างว่าจากการที่มีข่าวเรื่องการแจ้งจับรีสอร์ททำให้ชาวบ้านเครียด โดยนายปรีชายังย้ำว่ารีสอร์ทใช้นอมินีเพราะขายที่ดินไปแล้วและมีข้อตกลงจะช่วยดูแลให้

นางบุปผากล่าวเสริมว่า ตั้งแต่มีข่าวการแจ้งจับรีสอร์ททำให้กระทบการท่องเที่ยวเขาค้อ และยังกระทบไปถึงเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย นายไพศาลย้ำว่าเขาค้อไม่ใช่กระทบการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องมาสารพัด อาทิ พ.ร.บ.โรงแรมฯเข้ามาอีกเพราะมีการไปฟ้องร้อง นอกจากนี้กลุ่มตัวแทนฯยังคาใจกับคำที่ถูกเรียกว่า”นายทุน”อีกด้วย  ซึ่งพ.อ.เกียรติอุดมกล่าวแสดงความเห็นใจแต่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่ และไม่มีอำนาจตัดสินใจนอกเหนือจากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ไม่สามารถไปตัดสินใครถูกหรือผิดได้ต้องทำตามกรอบกฎหมาย จากนั้นขอกำชับและขอความร่วมมือทางผู้ประกอบการอย่าทำการก่อสร้างต่อเติมสิ่งปลูกสร้างอะไรทั้งสิ้น

เวลา16.00 น.วันเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรและชุดศูนย์ป้องกันและปรามปรามที่ 3 ภาคเหนือ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่จำนวนราว 25 นาย นำโดยนชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สปพ.และหน.ชุดพยัคฆ์ไพรและพ.อ.พงษ์เพชร เกษศุภะ ศปป.4 กอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจสอบ 2 รีสอร์ทได้แก่ รีสอร์ทเขาค้อออฟเลิฟและรีสอร์ทโอโซน บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านปัญญาดี ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ โดยพบนางอภิญญา จันลา ผู้ดูแล และนายนิคม ลานทอง ซึ่งมาแสดงตัวเป็นทายาทรอส.เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว พร้อมนำเอกสารที่ได้รับการจัดสรรที่ดินเนื้อที่ 18 ไร่จากกองทัพภาคที่ 3 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่หลังการตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่พบว่า ที่ดินแปลงที่มีการก่อสร้างรีสอร์ทเป็นคนละแปลงกับแปลง รอส.ที่ปรากฏในเอกสาร จึงแจ้งให้นายนิคมรับทราบ

โดยนายนิคมยืนยันว่า ที่ดินแปลงนี้มารดาอาศัยและทำกินมาตลอดกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนรีสอร์ทออฟเลิฟนั้นได้ร่วมลงทุนกับนายทุนที่จ.อุดรธานี โดยตนลงทุนที่ดินส่วนนายทุนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด โดยตกลงแบ่งผลประโยชน์ในลักษณะ 70:30  ส่วนรีสอร์ทโอโซนก็อยู่ในที่ดินแปลงเดียวกันมีอาจารย์ที่จ.เพชรบูรณ์เป็นนายทุนก่อสร้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นลานกางเต้นท์ ซึ่งก็มีการแบ่งผลประโยชน์เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จึงให้นายนิคมนำชี้วัดแนวเขต โดยยังไม่มีการเชิญตัวมาสอบปากคำแต่อย่างใดซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนระหว่างการตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งก่อน

 

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน