X

ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์แจงคดีตึกยักษ์กลางเขาค้อ อัยการไม่กล้าสั่งฟ้อง ประเด็นไม่ชัดเจน-ผิดช่องทาง

เพชรบูรณ์-ผู้ว่าฯแจงคดีตึกยักษ์กลางเขาค้ออัยการไม่กล้าสั่งฟ้อง เพราะประเด็นไม่ชัดเจน-ผิดช่องทาง ย้ำชัดทหาร-ป่าไม้เป็นเจ้าภาพหลักแก้ไขปัญหา การเพิกถอนสิทธิ รอส.ทำผิดเงื่อนไขเป็นอำนาจกองทัพภาคที่ 3 ในอดีตเคยปลดและบรรจุใหม่

วันที่ 4 มีนาคม ความคืบหน้าคดีการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ 3 หลังของนายทุน บนที่ดินรอส.เขาค้อและอยู่ในเขตป่าที่ทหารขอใช้จากกรมป่าไม้ หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะหลักฐานไม่มีพอ นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทรายอื่นๆที่ถูกจับกุมพร้อมกันทางอัยการยังมีคำสั่งไม่ฟ้องเช่นกัน ล่าสุดนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า จริงๆแล้วป่าไม้กับทหารซึ่งเป็นเจ้าภาพอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานใหม่ เพื่อฟ้องในประเด็นที่สามารถจะฟ้องร้องได้ เแต่บางเคสหลักฐานและประเด็นไม่ชัดเจนทางอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ส่วนสำนวนคดีในปัจจุบันหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องไม่ได้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว  ที่ผ่านมามีคดีไหนที่สั่งฟ้องไปแล้วหรือยังไม่ได้สั่งฟ้องยอมรับว่ายังไม่ได้ลงไปในรายละเอียด โดยเฉพาะในเคสแปลงที่ดินรอส. เพียงแต่ก่อนหน้านี้หากมีการทำผิดเงื่อนไขทางกองทัพภาคที่ 3 จะเป็นฝ่ายพิจารณาถอดเพิกถอนสิทธิ รอส. และมีการพิจารณาบรรจุ รอส.ลงในแปลงที่ดินซึ่งเป็นอำนาจของทางกองทัพฯ

นายพิบูลย์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่หนักใจเพราะต้องเดินตามขั้นตอนไปแต่เขาค้อมีความเป็นมาพิเศษกว่าที่อื่น หากที่ดินอยู่นอกเขตรอส.และอยู่ในเขตป่าสงวนฯก็ต้องว่าไปตามกฎหมายซึ่งป่าไม้ต้องรับผิดชอบเต็มตัว แต่ส่วนที่เป็นส่วนของทหารขอใช้ก็ต้องมาว่ากันเป็นกรณีๆไป เพราะเคยเอาราษฎรอาสาเข้าไปอยู่ก็ต้องพิจารณากันเป็นกรณี ส่วนในรายตึกใหญ่อาจเป็นการฟ้องผิดช่องทางอัยการเลยไม่กล้าสั่งฟ้อง โดยเฉพาะประเด็นที่การร่วมทุนกัน ส่วนที่กังวลว่าอาจจะมีรีสอร์ทอื่นๆที่อยู่ในข่ายจะถูกบังคับใช้กฎหมายใช้วิธีหรือแนวทางเดียวกันเคสอาคารตึก 3 หลัง ก็ให้ทางทหารและป่าไม้ซึ่งถือเป็นเจ้าภาพหลัก โดยทางอำเภอก็เข้าไปร่วมด้วยไปพิจารณาดูว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง

DCIM100MEDIADJI_0067.JPG

นายพิบูลย์ยังตอบข้อถามถึงขั้นตอนต่อไปหลังจากคณะทำงานแก้ไขที่ดินเขาค้อระดับอำเภอ ได้สรุปและนำรายชื่อ 135 รีสอร์ทนอกแปลงรอส.เสนอให้ทางจังหวัดว่า ยังไม่ได้รับรายชื่อเหล่านี้เข้าใจว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณาในระดับคณะทำงานฯอยู่ แต่หากรายชื่อมาถึงมือเมื่อไหร่ก็ต้องให้ว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะจะไปให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการก็ไม่ได้ ต้องดูในข้อกฎหมายและคงต้องไล่กันไปทีละสเต็ป เพราะไม่ได้ใช้มาตรา 44 เหมือนกรณีภูทับเบิก กรณีของเขาค้อจะเป็นอีกแบบโดยเฉพาะป่าไม้ต้องเป็นหลัก หากอยู่ในเขตป่าและทางป่าไม้รับผิดชอบก็สามารถจัดการได้เลยไม่จำเป็นต้องเสนอหรือผ่านทางคณะกรรมการ

“รายชื่อ 135 รีสอร์ทที่อยู่นอกแปลงรอส.นั้นยังไม่ได้มีการเสนอมาถึงผมเลยนะ เพียงแต่รับทราบจากข่าวที่สื่อนำเสนอเท่านั้น เข้าใจว่ากำลังพิจารณากันอยู่และพูดกันว่าจะไปดำเนินการยังไง ก็ต้องดูตามข้อกฎหมายเพราะทราบว่าเป็นพื้นที่ที่ทหารขอใช้ หากอยู่นอกเขตทางป่าไม้ก็ดำเนินการไปได้เลย” ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าว

นายพิบูลย์กล่าวอีกว่า ต้องเข้าใจว่าพื้นที่เขาค้อก็ยังมีพื้นที่อุทยานที่เป็นป่าอยู่ แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ก็คือโซนที่ดินที่ทหารขอใช้อยู่ และโซนที่ดินรอส.ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการใช้โดยมีบุคคลภายนอกอาจจะเข้ามาทำรีสอร์ทร่วมกับทาง รอส.จึงต้องไล่กันไปตามข้อเท็จจริง และต้องแบ่งโซนให้ถูกไม่ใช้พูดกันไปว่าเป็นป่าหัวโล้นไปหมดก็ทำให้เกิดความสับสน ต้องดูสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ว่าพื้นที่เขาค้อยังมีป่าอยู่อีกเปอร์เซ็นต์และเป็นป่าอุทยานฯที่มีการดูแลเข้มงวดอยู่

นายพิบูลย์ยังตอบข้อซักถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ทำหนังสือขอให้ตรวจสอบตึกอาคารยักษ์ 3 หลังของนายทุนและรีสอร์ทต่างๆที่อยู่ในแปลง รอส.และอยู่ในเขตป่าที่ทหารขอใช้ทั้งหมดว่า ไม่ได้ถึงและยังไม่ได้รับเพียงแต่เห็นจากข่าวที่มีสื่อนำเสนอเท่านั้น แต่ตอนนี้ก็ให้ทางผู้เสียหายโดยเจ้าของพื้นที่ก็คือป่าไม้กับทางทหารซึ่งขอใช้พื้นที่ร่วมกันพิจารณาอยู่

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ลงพื้นที่เขาค้อเก็บข้อมูลตึกยักษ์ 3 หลังและปัญหาที่ดินรอส.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน